จัดว่าเป็นเพลงที่มีคนรอคอยจะฟังไม่น้อย (ในหลาย ๆ ความหมาย) สำหรับ “เหี้ยไป…จัญไรมา” ผลงานคัมแบ็กในรอบหลายปีของยอดวงโปรเกรสซีฟเดธเมทัลระดับตำนานของเมืองไทยอย่าง Dezember ที่เป็นประเด็นตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีทีเซอร์ออกมาด้วยซ้ำ

ด้วยความที่เป็นเพลงเกี่ยวกับการการเมือง สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้แน่นอนคือการถกเถียงเกี่ยวกับเนื้อหาจากผู้ฟังที่มีจุดยืนทางการเมืองแตกต่างกัน (ผู้เขียนเองก็มีจุดยืนทางการเมืองที่ไม่ตรงกับสมาชิกวง Dezember แบบที่น่าจะเรียกได้ว่าคนละขั้ว) เพราะฉะนั้นแล้ว… สิ่งที่จะพูดถึงเกี่ยวกับโคตรผลงานคัมแบ็กนี้เราจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ 1. ดนตรี 2. เนื้อหา

ว่าด้วยเรื่องตัวดนตรี ฝีมือในการสร้างสรรค์ผลงานของ Dezember ยังทำให้เราตะลึงหูไม่ต่างจากสมัยหัดฟังเพลงเมทัลเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น ความซับซ้อนและหลากลูกเล่นในฉบับโปรเกรสซีฟเดธเมทัลของเพลงไม่ได้ทำให้ผลงานเสพยากขึ้น การทำเพลงที่เล่นยาก แต่เข้าถึงง่าย ถือเป็นจุดเด่นของวงที่คนเล่นแนวเมทัลรุ่นหลังต้องเรียนรู้เลยก็ว่าได้ ลูกโซโลของพี่ต้นหรือไลน์เบสของพี่เช็คมีอะไรให้เราว้าวกันเรื่อย ๆ มือกลองของพี่ธน สมาชิกใหม่ที่เข้าแทนพี่รัตน์ (ผู้ซึ่งย้ายไปอยู่ Silly Fools) ก็ทำหน้าที่ได้ดุดันไม่แพ้กัน และเสียงร้องของพี่อ๊อฟก็ยังมีพลังมาก แม้ Dezember จะเลยช่วงวัยรุ่นมานานแล้วก็ตาม ถือว่าดูแลรักษาคุณภาพเสียงได้ดีมาก ๆ

แต่ในด้านเนื้อหา ก็ต้องถือว่ามีความน่าปวดหัวในแนวคิดอยู่ไม่น้อยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นท่อนเวิร์สแรก ที่ว่า:

“พอ!…กันทีกับเรื่องการเมือง / กูร้องมาอย่างต่อเนื่อง / เปลืองเนื้อเปลืองตัวชิบหาย / ไม่เห็นมีเหี้ยไรดีขึ้นมา / กูด่าแดกดันแทบตาย / พวกมึงก็แดกกระจาย / เสมือนวาระสุดท้าย / ทิ้งทวนก่อนตายไว้ให้ลูกหลาน”

มองในแง่ของการระบายอารมณ์ ท่อนนี้ถือว่าส่งพลังออกมาได้ชัดเจนมาก แต่เราแอบติดใจกับคำว่า ‘เปลืองตัว’ เป็นอย่างมาก เพราะในมุมของผู้เขียน เราไม่คิดว่าแค่ลุกขึ้นมาแต่งเพลงด่านักการเมือง หรือด่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม จะเป็นการ ‘สร้างความเปลี่ยนแปลง’ อย่างมากก็เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนฟัง แต่ถ้าหวังจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม เรามองว่า การร้องเพลงด่าเป็นเพียงขั้นตอนแรก ๆ ของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ถ้าคิดว่า ‘ด่าแดกดันแทบตาย’ แล้วจะมีอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทันที เราคงไม่ต้องมีกระบวนการทางการเมืองอื่น ๆ แล้วกระมัง

หรือช่วงหลังของเพลง ที่บอกว่า:

“ได้คะแนนจากการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น / ประชาชนต่างไว้วางใจคาดไม่ถึง / เจตนาธาตุแท้ในไส้ของพวกมึง / เข้ามาถึงก็ฮั้วกันแหลกแดกกระจาย”

ท่อนนี้ เป็นไปตามที่วงว่าจริง ๆ แต่! สุดท้ายแล้วนักการเมืองที่เข้าสู่สภาด้วยคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง ก็มีวาระที่ต้องจบลง และเปิดทางให้เรา ‘เลือก’ กำหนดอนาคตเองกันใหม่ หรือถ้าคิดว่าคนเหล่านี้ ‘ฮั้วกันแหลกแดกกระจาย’ ขึ้นมาจริง ๆ เราก็สามารถทำอะไรตั้งหลายอย่างเพื่อทำให้นักการเมืองเหล่านี้ต้องลงจากตำแหน่งได้ (การรวมตัวกันประท้วง แบบที่ทางวงเคยมีส่วนร่วม ก็เป็นวิธีหนึ่งเช่นกัน)

และเพลงท่อนที่ด่า ‘นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง’ ก็ทำให้เราหวนกลับไปคิดถึงสเตตัสของ พี่ต้น มือกีตาร์ ที่เขียนไว้เมื่อวันที่ 22 มกราคมบนเฟซบุ๊กตัวเองว่า “…เพิ่งจะมาเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า “เจ็บมาเยอะ” เพราะไม่ว่าจะยุคใด ไม่มีนักการเมืองหน้าไหน ที่จะเข้ามาบริหารประเทศไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจและตรงไปตรงมากันซักคน …ไม่โกงมาก ก็โกงน้อย” เพราะทีแรกเข้าใจว่าทางวงเข้าใจแล้ว ว่านายกฯ ที่มาจากการรัฐประหาร ที่อ้างว่าเป็นคนดี ก็เลวได้ไม่ต่างกัน

แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นด่าการทำรัฐประหาร ที่ทำให้การโกงกินของนักการเมือง (ในคราบทหาร) หนักข้อขึ้นกว่าที่เคยเป็นแม้แค่คำเดียว

แล้วตกลงที่พูดถึงความ ‘เจ็บมาเยอะ’ ในสเตตัสก่อนหน้า นี่หมายถึง ‘นักการเมืองหน้าไหน’ กันแน่ที่กำลังโกงกินอยู่? เพราะอย่าลืมว่า ที่เห็นหน้ากันในสภาตอนนี้ก็มีแต่ทหารที่ฉกฉวยผลประโยชน์จากความวุ่นวายเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีพวกอื่นออกมาโกงกินให้เห็นแต่อย่างใด

ปล. ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นในภาครัฐทั่วโลกของปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา เราตกจาก 96 ไป 99 แล้วจากทั้งหมด 180 ประเทศ (ต่ำกว่าค่า mean แล้วนะครับ ช่วยคิดออกซักทีเถอะว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล มันเป็นเรื่องของระบบ แล้วก็กลับมาสู้กันในกติกาเดิมได้แล้ว!)