ก่อนจะถึงวันวางแผงของ We Are Not Your Kind สตูดิโออัลบั้มชุดใหม่ของ Slipknot ทางวงก็กลับมามีพื้นที่บนสื่อกันบ่อยขึ้นอีกครั้ง และ Corey Taylor นักร้องนำของวงก็เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับงานชุดนี้ไว้ว่า เป็นงานที่ชอบที่สุดตั้งแต่อัลบั้ม Vol. 3: The Subliminal Verse เป็นต้นมา

ในการสัมภาษณ์ที่ Beats 1 ของ Apple Music เจ้าตัวเล่าว่าในงานชุด All Hope is Gone และ .5: The Gray Chapter เป็นช่วงเวลาที่ทางวงต้องเผชิญกับหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกับที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ซึ่งสิ่งที่ต้องเผชิญเหล่านั้นก็รวมถึงการเสียชีวิตของ Paul Gray มือเบส ในปี ค.ศ. 2010 และการแยกทางกับ Joey Jordison มือกลอง ในปี 2013 ด้วย

“งานชุดนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดที่ได้ทำขึ้นมาครับ นานมากแล้วที่เราไม่ได้รู้สึกแบบนี้กัน น่าจะตั้งแต่ชุด ‘Vol. 3’ โน่นเลยครับ คือ ‘All Hope is Gone/ เนี่ย เราดีใจนะที่ได้ทำมันเสร็จออกมาได้ เพราะตอนนั้นมันมีความสับสนอลหม่านมากมายเกิดขึ้นภายในวง ส่วนงานชุด ‘.5’ … มันเป็นเหมือนการค้นหาจิตวืญญาณเสียมากกว่า เป็นช่วงเวลาที่หวานอมขมกลืนสุด ๆ แบบว่า โอเค กูคิดว่าพวกเรา … ทำได้แหละมั้ง ทีนี้ก็มาดูกันว่าความรักและความหลงไหลมันยังหลงเหลืออยู่กับเรามั้ย แต่กับอัลบั้มนี้ เราโอเคกับทุกข้อเลย เราอินกับมัน ผมมีเรื่องจะพูดเต็มไปหมด และคุณก็คงเห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว”

“คุณ [Zane Lowe ผู้สัมภาษณ์] คือคนแรก ๆ ที่ผมได้คุยด้วยในตอนที่ผมก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตผมได้แล้ว มันดีนะที่ได้ปล่อยสิ่งเหล่านี้ออกมาแทนที่จะกักเก็บมันไว้กับตัว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันฟังดูมีชีวิตชีวามาก ถ้าเราฟังมันตั้งแต่ต้นจนจบ จะพบได้ทันทีว่ามันโคตรดี มันทำให้เราสติแตกกระเจิง ตอนนั้นผมรู้สึกเลยว่าผู้คนยังไม่พร้อมกับสิ่งนี้แน่นอน พวก มันโคตรเจ๋ง อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดนะครับ อัลบั้มก่อนหน้านี้ก็มีเพลงที่ดีอยู่ แต่เมื่อพูดถึงภาพรวม มันไม่ได้มีบรรยากาศแบบเดียวกับที่งานยุคแรก ๆ สร้างเอาไว้ แต่ผมคิดว่างานชุดใหม่นี้มันฉายภาพของสิ่งที่เราพยายามจะทำออกมาให้เห็นนะ ในแง่ดนตรี ผมสามารถเอางานชุดนี้ไปวางไว้ระหว่างอัลบั้ม ‘Vol. 3’ กับ ‘Iowa’ ได้ง่าย ๆ เลย แต่มันก็ยังแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศได้เหมือนกัน มันเป็นอีกก้าวหนึ่งในอีกบทตอนที่เราพยายามจะสร้างมันขึ้นมาครับ”

นอกจากเรื่องอัลบั้มแล้ว Corey ได้สร้างชื่อชั่วคราวให้กับมือเพอร์คัสชันคนใหม่ที่เข้ามาแทน Chris Fehn ด้วย ว่า “Tortilla Man” (มนุษย์ตอร์ตีญ่า) เนื่องจากหน้ากากของเขาดูคล้ายกับการเอาแป้งตอร์ตีญ่าที่ใช้ทำอาหารมาโปะลงบนใบหน้า…

[ ที่มา – metalinjection.net ]