ถึงจะไม่ได้เป็นวงเมทัล แต่ชื่อของ Honne วงดูโอแนวอิเล็กทรอนิกซินธ์ป๊อป/อาร์แอนด์บี/โซลร่วมสมัยจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก็อยู่ในความสนใจของเรามาตั้งแต่ตอนมาเยือนประเทศไทยเมื่อปีก่อน เพราะเป็นวงที่มิตรสหายรอบข้างให้ความสนใจเต็มไปหมด

พอมาปีนี้ Honne กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งในเทศกาลดนตรี Mangosteen Music Festival เราก็มีโอกาสได้เข้าไปชมการแสดงสดของพวกเขากันด้วย (ถือว่าแต้มบุญดี เพราะบัตร sold out ทั้งสองรอบอย่างรวดเร็ว) ค่ำคืนวันพฤหัสที่ 26 กรกฎาคม หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อย เราก็รีบห้อยโหนรถไฟฟ้าไปพบปะกับมิตรสหายมากมายที่ GMM Live House เซ็นทรัลเวิลด์ทันที และเนื่องจากกะเวลาไม่ดี ก็ทำให้พลาดโชว์ของวงเปิดอย่าง MEAN ไป และกับ Polycat ที่ดูบ่อยแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ดึงดูดเรามากนัก ก็เลยเอาเวลาส่วนใหญ่ไปใช้กับการเดินห้างหาอะไรกินเล่นรอเวลากันไป

Honne ขึ้นแสดงตอนสี่ทุ่มกว่า ซึ่งส่วนตัวแอบรู้สึกว่า ‘ดึกไป’ สำหรับงานแสดงดนตรีในเมืองที่เดินทางยามราตรียากมากแบบกรุงเทพมหานคร เพราะตัวเลือกการเดินทางมันน้อย เริ่มตอนนี้ กว่าโชว์จะจบก็เกือบเที่ยงคืน เดินไปรถไฟฟ้าก็คงไม่ทัน แท็กซี่ก็คงฟันเราหัวแบะหรือไม่ก็ปฏิเสธเพราะบ้านไกล แต่ก่อนจะบ่นกันไปไกลกว่านี้ เรามาเข้าเรื่องโชว์กันก่อน

 

หนึ่งเลยคือเราไม่เคยเห็น GMM Live House แน่นขนัดขนาดนี้มาก่อน มองไปทางไหนก็เจอแต่ คน คน และก็คน การจะเข้าไปให้ถึงระยะที่สามารถมองเห็นวงได้ใกล้ ๆ เป็นเรื่องที่อิมพอสสิเบิ้ล เราก็เลยตัดสินใจเดินไปหลังสุดหน้าแผงคุมซาวด์เพื่อเสพภาพรวม บิ๊กพิคเจอร์ ให้เห็นกว้าง ๆ ว่าบนเวทีเกิดอะไรขึ้นบ้าง และซาวด์จากจุดที่ใกล้เคียงกับคนมิกซ์ที่สุดออกมาเป็นยังไง

หลายคนบอกว่าไม่ดีเท่ารอบแรก ทั้งเพอร์ฟอร์มานซ์และระบบเสียง แต่ส่วนตัวถือว่ารับได้ทั้งสองเรื่อง สนุกดี โยกตามได้เพลิน ๆ ตลอดในทุก ๆ เพลง ส่วนตัวรู้สึกว่า Honne สามารถนำเสนอความง่ายออกมาได้เท่มาก ๆ ทั้งในรูปแบบของเสียงเพลงและวิชวลบนเวที ชอบภาพที่ขึ้นบนจอทุกเพลงเลยครับ วงบ้าอะไรแค่โชว์โลโก้วงเฉย ๆ ยังดูดี

ส่วนตัวคิดว่าโชว์โดยรวมของ Honne อยู่ในระดับความเอ็นเตอร์เทนที่ดีมากกว่าที่คิด เพราะจากที่ฟังเตรียมซ้อมหูไว้ก่อนมาดูเราคิดว่าบรรยากาศตอนแสดงสดมันน่าจะเอื่อย ๆ เรื่อย ๆ แต่กลายเป็นว่าโชว์ของวงมีความสนุกและสามารถซิงค์กันระหว่างศิลปินบนเวทีกับคนดูได้ดี ร้องตามกันได้สนุกสนาน เป็นสเน่ห์อีกแบบที่ไม่ใช่ทุกวงจะทำได้

 

สองเพลงฮิตที่ถูกงัดออกมาใช้ปิดท้ายถือเป็นการปิดโชว์ที่ฟินาเล่มาก การได้เห็นคนหลายพันร่วมกันร่ำร้อง “Warm on a Cold Night” และ “Day 1” แบบกระหึ่มห้างเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ใจขึ้นมาก ฮึกเหิมเหมือนกำลังยืนดูวงเมทัลอยู่ยังไงยังงั้น

จากการยืนชมตลอดชั่วโมง ก็ทำให้หายสงสัยไปเรียบร้อยว่าทำไมดูโอคู่นี้ถึงได้เป็นที่นิยมนักในหมู่นักฟันเพลงชาวไทย คิดว่าถ้าเปิดคอนเสิร์ตทั้งอาทิตย์ ก็คงขายตั๋วได้หมดเกลี้ยงแน่นอน … (อันนี้ไม่จริง พิมพ์อวย ๆ ไปงั้น)

ผู้ร่วมก่อตั้ง และบรรณาธิการ (สมัครเล่น) ของ Headbangkok.com ชอบฟังเพลงทุกแขนง แต่ตัดขาดจากร็อกโวยวายไม่ได้ เลี้ยงเบียร์ได้เวลาพบเจอตามคอนเสิร์ตครับผม