อัลบั้ม กุมภาพันธ์ 2528 คือชื่ออัลบั้มแรกของตำนานวงเฮฟวีเมทัล ของเมืองไทย นั่นคือ The Olarn Project (ดิโอฬารโปรเจกต์) วางจำหน่ายในปี พ.ศ. เดียวกับชื่ออัลบั้ม ไลน์อัพชุดดังกล่าวได้รับการยกย่องในเรื่องฝีมือไว้มากมาย หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงาน โดยเฉพาะ กุ๋งกิ๋ง-ชนินทร์ แสงคำชู มือกลองผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนแรกในไทยที่เหยียบสองกระเดื่องได้ ที่ออกไปใช้ชีวิตถึงประเทศสวีเดน เพราะฉะนั้นการที่จะได้เห็นไลน์อัพชุดนี้กลับมารวมตัวกันก็คงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่สุดท้ายพวกเขาก็กลับมารวมตัวกันได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่่ผ่านมา ณ BG Hall รังสิตคลอง 3 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปีที่พวกเขาจะได้กลับมาปลดปล่อยความเฮฟวีกันอีกครั้ง

บรรยากาศในวันงานคึกคัก แฟนเพลงรุ่นใหญ่กลับมารวมตัวย้อนวัยกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงแฟนเพลงรุ่นใหม่ ๆ ก็มากันหนาตาเช่นกัน บางคนก็พาลูกพาหลานมาชมด้วย เป็นภาพที่น่ารักไปอีกแบบ มีแก๊งมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์มาจอดโชว์กันหลากหลายคัน มีฟู้ดทรักมาจอดจำหน่ายบรรเทาความหิวให้แฟน ๆ มีแบ็กดร็อปและป๊อปอัพสมาขิกวงในแฟน ๆ เข้าไปถ่ายรูป รวมถึงมีแสดงภาพถ่ายของ The Olarn Project

จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเวลาประมาณหนึ่งทุ่มก็เป็นคิวของ opening act ได้แก่ยุวชนพันธุ์ร็อก Ovedose และ Yamin ศิลปินสายบลูส์ฝีมือจัดจ้าน


เข้าสู่ช่วงเวลา 3 ทุ่ม ภายใน BG Hall ก็ดับไฟลงอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่าสมาชิกยุคบุกเบิกของ The Olarn Project บนเวที ท่ามกลางเสียงเฮของเหล่าแฟนเพลงที่แน่นเต็มพื้นที่ “คน” คือผลงานเพลงแรกที่วงหยิบมากระหน่ำใส่แฟนเพลง ซาวด์ในวันนั้นออกมาได้คมชัดมาก ๆ รวมถึงแสง สี และวิซวล ถูกออกแบบมาได้อย่างอลังการจริง ๆ หลังจากนั้นทางวงก็ไม่ปล่อยให้คนดูได้พัก ส่งเพลง “หนทางของคุณ” “เพลงเพื่อคุณ” “ด้วยตัวเราเอง” “เพลงนี้เพื่อคุณ(ว่ะ)” ลากยาวจนมาถึงเพลงที่ 12 และเป็นหลายเพลงที่ทุกคนรอคอย “อย่าหยุดยั้ง” การได้ฟังเพลงนี้สด ๆ ครั้งแรกกับไลน์อัพชุดนี้มันช่างทรงพลังและชวนขนลุกเป็นอย่างมาก ผมเคยได้ยินเพลงนี้มาตั้งแต่จำความได้ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะผ่านมาแล้วกว่า 32 ปี รวดเร็วจริง ๆ เพลงนี้แฟนเพลงช่วยกันร้องกันลั่นสนั่นฮอลล์ จบเพลงนี้ทางวงได้แขกรับเชิญคือ อาจารย์ต๋อง-เทวัญ มือแซกโซโฟนระดับตำนานของประเทศมาร่วมบรรเลงเพลง “สนุกกันถ้วนหน้า” เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ผมชอบ ดนตรีติดกลิ่นอายความเป็นโปรเกรสซีฟและแจ๊ส ผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัว จังหวะกรูฟเพลงนี้ก็กินขาดเหลือเกิน และจบเซตแรกด้วยอีกหนึ่งเพลงดัง “เหนือคำบรรยาย” และเพลงบรรเลง และได้ ซัน-มาโนช พุฒตาล ขึ้นมาบรรเลงเพลงเดี่ยว ๆ พร้อมกับกีตาร์ไฟฟ้า ต้องบอกว่าลีลาการเล่าเรื่องยังคงเฉียบคมน่าฟังเหมือนเดิม นึกถึงรายการบันเทิงคดีขึ้นมาทันที


หลังจากจบเซตแรกมือกลองได้เปลี่ยนจาก กุ๋งกิ๋ง มาเป็น ปิงปอง มือกลองยุคหลังของวง และอดีตมือกลองวง Hi-Rock มาหวดกลองแทน เริ่มต้นด้วยเพลง “บทเพลงคนหนุ่มสาว” “พลังและความตั้งใจ” (บทเพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อถวายสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสครองราชครบ 50 ปี) และ “Introduction” ซึ่ง 2 เพลงนี้เป็นเพลงบรรเลงทั้งหมด จบเพลงนี้ก็ถึงแขกรับเชิญพิเศษอีกหนึ่งท่านคือ หรั่ง ร็อกเคสตร้า มาร่วมร้องเพลง “แอบเก็บรัก” และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาสเปล่า ๆ ทางวง The Olarn Project จึงหยิบเพลง “คิดถึง” เพลงดังสุดคลาสสิคมาให้ หรั่ง ได้โชว์พลังเสียงร้องกระหึ่มฮอลล์ ต้องบอกว่าพลังเสียงยังคงสุดยอดสะกดคนดูให้อยู่หมัดได้ง่ายดาย

จบลงไปอีกเซต ต่อด้วยเซตเพลงคัฟเวอร์สไตล์ดนตรีบรรเลงกันบ้าง ซึ่งทางวงเลือกบทเพลงของวง The Shadows มาเล่น ได้แก่เพลง “Goin Home” “Wonderful Land” และ “Them From Young Lover” จบเซตบรรเลงตามมาด้วยเพลง “ตำนาน” เพลงนี้ได้ บ๊อบ นักร้องนำวง Lava ขึ้นมาโชว์พลังเสียงร่วมกับวง เพลงนี้บรรยากาศร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง แฟนเพลงโยกตามกันอย่างสนุกสนาน หลังจากเพลงนี้ทางวงกลับมาเล่นคัฟเวอร์อีกครั้งและได้ ก้อ นักร้องนำยุคปัจจุบันของวงขึ้นมาทำหน้าที่ ทางวงหยิบเพลงสุดคลาสสิคของวง Journey อย่าง “Open Arms” และ “Love of My Life” จากวง Queen มาขับกล่อมผู้ชม


กลับเข้าสู่การเล่นบทเพลงของวงอีกครั้ง รวมถึงการส่งไมค์กลับมาให้ โป่ง-ปฐมพงศ์ กลับขึ้นมาร้องอีกครั้ง รวมถึงได้กุ๋งกิ๋งกลับขึ้นมาหวดกลองอีกรอบ ด้วยเซตลิสต์สุดมันส์ เริ่มด้วยเพลง “เวลา Rock ‘n’ Roll” และอีกเพลงที่ผมและชาวหูเหล็กในฮอลล์รอคอย “หูเหล็ก” เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่แฟนเพลงโยกหัวกันลืมอายุ อีกทั้งเพลงนี้บ๊อบและก้อกลับมาขึ้นรวมพลังร้องเพลงนี้กันด้วย จบเพลงนี้ก็ยังคงมันส์กันต่อกับเพลง “ไฟปราถนา” ก่อนจะจบลงด้วยเพลงบัลลาดร็อกกระชากอารมณ์ “แทนความห่วงใย” ซึ่งเพลงนี้แตงโมเป็นคนขับร้อง จบเพลงนี้ไฟในฮอลล์ก็ถูกดับลงเข้าสู่ข่วงอังกอร์ซึ่งแฟนเพลงส่งเสียงดังลั่นฮอลล์ว่า “เอาอีก! เอาอีก!” ตลอดเวลาแบบไม่กลัวเจ็บคอ

ทางวงกลับลงไปด้านล่างเวทีไม่นานก็ทนเสียงเรียกร้องจากแฟนเพลงไม่ไหว กลับขึ้นมาจัดอีก 2 เพลง ได้แก่ “เราสองคน” และปิดท้ายด้วย “อย่าหยุดยั้ง” อีกรอบ ซึ่งช่วงนี้นักดนตรีรับเชิญทุกคนกลับขึ้นไปบนเวทีทั้งหมด ทำให้เวทีดูเล็กลงทันตา แต่มันได้กลายเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีไทยและเป็นภาพที่อบอุ่นชวนประทับใจไปพร้อม ๆ กัน

กว่า 31 เพลง กว่า 3 ชั่วโมง กับการกลับมาร่วมโชว์ในรอบ 32 ปีของไลน์อัพยุคบุกเบิก ต้องบอกเลยว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำในทุกวินาที ผมประทับใจทั้งโชว์ของ The Olarn Project ซาวด์และโปรดักชันภายในงาน และแฟนเพลงที่บุกตะลุยมารวมพลังความเฮฟวีกันถึงรังสิตคลอง 3 เพื่อสิ่งที่เรารักและเราชอบความไกลไม่ใช่อุปสรรคจริง ๆ ใครที่พลาดคอนเสิร์ตครั้งนี้ไปบอกได้เลยว่าคุณได้พลาดวินาทีแห่งประวัติศาสตร์ไปเรียบร้อยแล้วครับ

ทาง Headbangkok ต้องขอขอบคุณพี่เฮง และพี่อาร์ต แห่ง Heavy Organizer ที่อำนวยความสะดวกกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ และขอบคุณน้องตัวเล็กสำหรับภาพบรรยากาศงานคอนเสิร์ตด้วยครับ ชมภาพเต็ม ๆ ได้ที่หน้าเพจ Headbangkok นะครับ