นอกจาก Slipknot ที่เดินหน้าต่อกับสมาชิกใหม่ Joey Jordison อดีตมือกลองและหนึ่งในสมาชิกที่ดังที่สุดของวงก็เดินหน้าต่อเช่นกัน หลังจากที่ไปทำ Scar the Martyr และ Vimic แต่ไม่รุ่ง เขาก็มาลงตัวกับวงดนตรีซูเปอร์กรุ๊ปนามว่า Sinsaenum ที่นำทัพโดย Frédéric Leclercq มือเบสวง DragonForce ที่หันมาจับกีตาร์ในวงนี้ ร่วมด้วย Stéphane Buriez มือกีตาร์อีกคน Heimoth มือเบส Sean Zatorsky นักร้องนำวง Daath และ Attila Csihar นักร้องนำวง Mayhem (ที่ไม่ได้เดินทางมากับวงด้วยในทัวร์นี้)

บรรยากาศหน้าร้าน LAX ที่ถนนอาร์ซีเอถือว่าคนเบาบางมากจนน่าตกใจ (เพราะในร้านนั่น Joey Jordison เลยนะ!) แต่ด้วยความที่คนน้อยก็ทำให้ทุกคนในร้านสามารถมองเห็นสมาชิกทุกคนระหว่างแสดงได้โดยไม่ต้องชะเง้อหรือหลบไปหลบมา ยืนมุมไหนของร้านก็เสพการแสดงได้แบบครบถ้วน เรื่องฝีมือในการแสดงสด = ✔ ผ่าน ระบบเสียง = ✔ ดีกว่าที่คิด ส่วนเรื่องบรรยากาศของโชว์ ถ้าเป็นแค่แฟนคลับของ Joey สมัยอยู่วง Slipknot แต่ไม่ได้นิยมชมชอบในเพลงแนวเดธเมทัล อาจจะไม่เอ็นจอยเท่าไหร่

ตลอดหนึ่งชั่วโมงของ Sinsaenum คือดนตรีเดธเมทัลรุ่นเก่าแบบเข้มข้นที่สาดความแน่นใส่หน้าคนดูแบบไม่มีช่วงพัก ไม่ค่อยมีการคุยเล่น ไม่มีการโชว์โซโล่กลอง ทั้งหมดคือการ ‘แสดงดนตรี’ ล้วน ๆ และถึงแม้ Joey Jordison ไฮไลท์ของวงจะนั่งประจำการอยู่ที่กลองชุดแถวหลังในระนาบเดียวกับสมาชิกคนอื่นในวง ที่ทำให้มองเห็นได้ยาก แต่จากการสังเกตก็พบว่าคนดูส่วนมากจ้องไปที่การกระหน่ำกลองของเขาเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่ทุกวันของชีวิตที่เราจะได้เห็น ‘ตำนาน’ ในระยะใกล้เท่านี้ (ต่อให้เป็นคนดูแถวหน้าสุดของคอนเสิร์ต Slipknot ก็ยังไม่ได้สัมผัสความใกล้ชิดนี้)

ลีลาการฟาดกลองของ Joey Jordison ดีสมคำร่ำลือ (พอดีผมไม่ได้ดู Slipknot ที่ไทย กว่าจะได้ดูแกก็ออกจากวงไปแล้ว) แม้สีหน้าจะดูเหมือนไม่สนุก แต่ความเดือดที่ส่งออกมาหาคนดูถือว่าจัดเต็ม เป็นมือกลองอีกคนที่หวดบลาสต์บีตได้นิ่งมาก เราแทบไม่ได้เห็นการขยับตัวแบบเปลืองแรงออกมาจาก Joey ซักเท่าไหร่ และภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยก็ยังมีการเล่นกับคนดูเป็นระยะ ๆ ทั้งการชูเดวิลฮอร์นชี้ใส่คนดูแถวหน้า หรือมองคนดูแบบรายคนในบางช่วงบางตอน (มีช่วงนึงคัฟเวอร์เพลง “Hoosh” ของ Melvins ด้วย เอาซะแทบจำต้นฉบับไม่ได้)

โดยรวมแล้วถึงจะเป็นโชว์ของวงดนตรีเดธเมทัลที่สมาชิกแต่ละคนแบกชื่อเสียงตัวเองมาด้วย แต่ Sinsaenum ก็ถือว่าเป็นวงที่ ‘ขายออกยาก’ มาก ดูจากยอดขายอัลบั้มใหม่ที่เปิดตัวออกมาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และปริมาณแฟนเพลงในโชว์เมื่อคืนนี้แล้ว ก็แอบคิดในใจว่าคณะนี้คงอยู่ได้ไม่นานก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกลับไปเล่นกับวงของตัวเอง ส่วนพี่ Joey ของเราจะไปไหนต่อ อันนี้ก็มิอาจทราบได้จริง ๆ

เพราะการที่คนมาดูงานเมื่อคืนน้อย นั่นอาจทำให้พออนุมานได้ว่า สุดท้ายแล้วคนฟังก็ให้ความสำคัญกับ ‘ผลงาน’ มากกว่า ‘บุคคล’ นั่นเอง