ระหว่างที่วง ONE OK ROCK กำลังรอวันปล่อยวันปล่อยอัลบั้ม Eye of the Storm ซึ่งจะออกขายวันที่ 15 กุมภาพันธ์ปีนี้ พวกเขาก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่ได้ออกทัวร์ยุโรปสั้น ๆ เพื่ออุ่นเครื่องแฟน ๆ ให้เตรียมพร้อมกับการกลับมากับอัลบั้มใหม่ โดยคราวนี้วงได้ไปเยี่ยมเยียนทั้งหมด 4 ประเทศพร้อมกับวง Vukovi ซึ่งคือวงป๊อปร็อกจากสก๊อตแลนด์

คราวนี้ผู้เขียนโชคดีในระดับหนึ่งที่สามารถจับจองซื้อตั๋ว VIP รอบลอนดอน ที่นอกจากจะได้เข้าคอนเสิร์ตเร็วกว่าคนอื่นแล้วยังจะได้ฟังเพลงจากอัลบั้มใหม่ที่ยังไม่นำมาจำหน่ายทั้งหมดรวม 3 เพลงด้วยกัน โดยเพลงที่วงเปิดให้ฟังเพื่อเรียกน้ำย่อยกับแฟน ๆ นั้นได้แก่เพลง “Eye of the Storm, “Wasted Night” และ “Giants” ในระหว่างที่ฟังนั้น ได้มีการขอให้แฟนคลับทุกคนเอาโทรศัพท์มือถือใส่ซองจดหมายปิดผนึกเพื่อกันการอัดเสียงด้วย เพลงใหม่โดยส่วนใหญ่นั้นยังคงเน้นไปยังเรื่องปลุกใจแฟน ๆ เช่นเดิม โดยเฉพาะเพลง “Wasted Night” ที่มีความหมายดีมากราวกับเพลง “We Are” ในอัลบั้ม Ambitions เลยทีเดียว ในเรื่องสไตล์การมิกซ์เสียงและแนวดนตรีนั้นทางวงได้เน้นในบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้หลายครั้งว่าคงจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน แต่ว่าถึงอย่างนั้นวงก็ยังคงบอกว่า “จิตวิญญาณของพวกเราก็ยังคงไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” และเราก็เห็นได้จากเพลงใหม่ที่พวกเขาได้ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันในคืนนั้น

หลังจากที่ได้ฟังเพลงใหม่กันเสร็จก็ถึงเวลาที่เราจะระเบิดความมันกับ Vukovi วงเปิดฉากคอนเสิร์ตด้วยเพลง “Violent Minds” และ “Claudia” ช่วยอุ่นเครื่องแฟน ๆ หลังจากที่ต้องยืนตากฝนข้างนอกฮอลมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ตามมาด้วยเพลงฮิตของวงอย่าง “Animal” รวมไปถึงเพลงจากอัลบั้มแรกที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วอย่าง “I’m Wired”, “Colour Me In” และ “Aura” จุดที่ทำให้แฟน ๆ รักวงเปิดนี้เป็นพิเศษคงไม่พ้นความขี้เล่นของนักร้องนำ Janine Shilstone ที่มักจะลงเวทีไปหยิบกล้องมือถือของแฟน ๆ มาถ่ายเซลฟี่ตัวเองหรือไม่ก็ถ่ายวีดีโอจากเวทีให้แฟน ๆ ได้กลับไปเป็นของขวัญที่ระลึกกัน ด้วยคาริสม่าที่โดดเด่นและดนตรีที่ฟังง่ายแม้จะไม่เคยได้ยินมาก่อน แถมยังมีการเอาสายไมค์มากระโดดเชื่อกระหว่างร้องเพลงไปด้วยอีกต่างหาก วงปิดท้ายด้วย “Target Practice”, “Boy Georg” และ “La Di Da” จานีนพูดด้วยรอยยิ้มใหญ่เลยว่าเธอไม่คิดว่าคนดูจะรู้สึกตื่นเต้นกับเพลงของวงขนาดนี้ และดีใจที่มีโอกาสมาแสดงร่วมกับวง ONE OK ROCK

หลักจากที่วง Vukovi ลงจากเวทีและมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ราว ๆ 30 นาที ONE OK ROCK ก็ปรากฏตัวเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ทันทีที่ไฟดับลง เพลงแรกก็คือซิงเกิลฮิดจากอัลบั้ม Ambitions ซึ่งก็คือ “Taking Off” ทำให้แฟน ๆ แต่ล่ะคนต่างกระโดดกันอย่างสนุกสนาน ตามมาด้วย “Bedroom Warfare” ที่มีการสาดโซโล่ระหว่างเรียวตะ (มือเบส) และ โทรุ (มือกีตาร์) กันอย่างเมามันในช่วงกลางเพลง ก่อนปิดท้ายด้วยโซโล่กลองสั้น ๆ จากโทโมยะ (มือกลอง) เพลงต่อมาคือ “Clock Strike” เพลงเก่าจากอัลบั้ม Jinsei x Boku = ซึ่งอาจจะนับเป็นไฮไลท์ของงานเลยก็ว่าได้เมื่อทากะ (นักร้องนำ) มีการลากเสียงโน้ตสูงในช่วงกลางเพลงยาวถึง 17 วินาทีโดยที่ไม่มีเสียงตกเลย สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ กันทั่วฮอลเลยทีเดียว และก็มาถึงอีกเพลงฮิตจากอัลบั้ม Ambitions นั้นก็คือ “Take What You Want” ซึ่งคราวนี้เป็นฉบับดั่งเดิมโดยที่ไม่มีอินโทรช้า ๆ เหมือนกับช่วงทัวร์ Ambition ที่เราคุ้นเคยกัน ก่อนต่อด้วยเพลงเพื่อให้แฟน ๆ ได้พักก่อน วงยังทักทายกันอีกด้วยว่าเขานั้นไม่ได้กลับมาแทบยุโรปเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มเลยทีเดียวและพวกเขาก็ดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง

เพลงต่อไปนั้นเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ได้เยอะทีเดียวเพราะวงได้เล่นเพลง “Wherever You Are” บัลลาดที่โด่งดังที่สุดของวงเลยก็ว่าได้ และก็เกิดเหตุการณ์น่ารัก ๆ ในคอนเสิร์ตเมื่อคนดูไม่รออินโทรจนจบและเริ่มร้องก่อนทากะจะร้องนำ ทำให้ทากะหัวเราะออกมาก่อนปล่อยให้คนดูร้องต่อไปเรื่อย ๆ ระหว่างที่เขาทำมือกำกับแฟน ๆ ที่ต่างร้องกันอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนหยิบไมค์มาร่วมร้องด้วยอีกครั้งในท่อนคอรัส และแล้วก็หมดเวลาหวานซึ้งเมื่อทากะหายเข้าไปหลังเวที ปล่อยให้โทรุ เรียวตะและโทโมยะโซโล่ดนตรีกันอย่างดุเดือดเพื่อโชว์ความสามารถด้านดนตรีที่ไม่ธรรมดาของพวกเขากัน หลังจากที่ได้ฟังโซโล่กีตาร์แสนโหดของโทรุ ทากะก็กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งกับเพลง “Change” ถึงแม้ว่าเพลงนี้จะออกแนวป๊อปร็อกในเวอร์ชั่นธรรมดาก็ตามแต่ว่าเมื่อนำมาแสดงสดแล้วถือว่ามีการปรับเปลี่ยนเสียงให้ฟังแล้วสนุกขึ้นมาทันที

เมื่อแฟน ๆ พอมีแรงกันมาบ้างหน่อยแล้ววงก็ถือโอกาสจัดเต็ม 4 เพลงที่เหลืออย่างเต็มที่เริ่มจาก “I Was King” ที่เรียกเสียงฮึกเฮิมของแฟน ๆ ให้ชูมือขึ้นร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ต่อมาก็คือ “The Beginning” เพลงจากอัลบั้มเก่าที่นับได้ว่ายิ่งทำให้เหล่าแฟน ๆ กระโดดกันจนกำแพงเหล็กที่กั้นนั้นขยับ และยังคงไม่หยุดเมื่อเพลงต่อไปนั้นคือ “Mighty Long Fall” จากอัลยั้ม 35XXXV ที่เล่นเอาแฟนคลับในจุดนึงเล่นมอชกันอย่างสนุกสนาน แต่ว่าหว่างเพลงนั้นในระหว่างนั้นมีแฟนคลับคนนึ่งเริ่มแสดงอาการไม่สบายเหมือนจะเป็นลมจนต้องถูกนำตัวออกมาจากหมู่คน ทากะที่เห็นก็คนดูอาการไม่ดีพยายามปลอบแฟนคลับคนนั้นก่อนส่งให้สตาฟดูแลต่อไป สร้างความประทับใจให้เหล่าคนดูอีกครั้งกับความห่วงใยที่มีให้เหล่าแฟน ๆ อีกครั้ง

และก็มาเพลงสุดท้ายของเซ็ตหลักซึ่งไม่ใช่เพลงอื่นนอกจาก “We Are” เพลงที่เหล่าแฟน ๆ ยกให้ว่าเป็นเพลงที่เอาไว้ปลุกพลังของพวกเขาเวลารู้สึกสิ้นหวังและท้อแท้ ทากะมีการส่งไมค์ให้คนดูร้องท่อนคอรัสซึ่งเหล่าแฟน ๆ ก็ไม่ทำให้วงผิดหวัง

เมื่อวงกลับเข้าไปหลังเวทีก็ถึงช่วงเวลาที่แฟน ๆ จะต้องตะโกนเรียกให้วงออกมาอีกครั้ง ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้มีการร้องท่อนหนึ่งของเพลง “Answer is Near” จากอัลบั้ม Zankyo Reference เพื่อเรียกให้ ONE OK ROCK กลับขึ้นเวทีซึ่งเป็นธรรมเนียมเดียวกันกับที่แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นจะใช้หากวงเล่นคอนเสิร์ตในญี่ปุ่นด้วย

เหล่าแฟน ๆ ร้องกันได้ไม่นาน ONE OK ROCK ก็กลับขึ้นมาบนเวีทีอีกครั้งและเริ่มสองเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตวันนี้ด้วย “Stand Out Fit In” เพลงใหม่ล่าสุดของวงที่มุ่งหมายสร้างกำลังใจให้เหล่าแฟน ๆ จุดที่น่าสนใจของเพลงนี้เมื่อเล่นในคอนเสิร์ตก็คือท่อนคอรัสนั้นคือการประสานเสียงของทุกคนในวง ไม่ใช่เพียงแค่ทากะคนเดียวทำให้ฟังแล้วไพเราะกว่าเวอร์ชั่นธรรมดาอย่างแน่นอน และก็ปิดท้ายด้วยเพลงที่แทบจะเรียกได้ว่าคือเพลงชาติของวง ONE OK ROCK เพราะเพลงนี้คือเพลงที่จะต้องเล่ยทุกครั้งเมื่อมีทัวร์ญี่ปุ่นนั้นก็คือ “Kanzen Kankaku Dreamer” เพลงนี้ทำให้เหล่าแฟน ๆ เดือนกันเป็นพิเศษเพราะเป็นเพลงที่ไม่ค่อยจะเล่นในแทบยุโรปเมื่อเทียบกับแทบเอเชีย วงจากลาเหล่าแฟน ๆ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาแน่นอนกับทัวร์อัลบั้มใหม่ของพวกเขาในปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นโดม สเตเดี่ยม อารีน่า เวทีสนามหญ้าของเทศกาลดนตรีหรือว่าไลฟ์เฮาส์เล็ก ๆ วง ONE OK ROCK ก็ยังคงคุณภาพของคอนเสิร์ตพวกเขาให้อยู่ในมาตฐานที่ดีตลอด ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวังกับความคากหวังอย่างแน่นอน สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยก็คงทำได้แค่รอเอเชียทัวร์ที่คงจะมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ปีหน้า เพราะฉะนั้นโปรดติดตามกันต่อไปในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2019 เมื่ออัลบั้ม Eye of the Storm วางจำหน่ายทั่วโลก (ยกเว้นในญี่ปุ่นที่จะถูกปล่อยก่อนในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2019)