หลังจากที่ได้ทำหน้าที่ในฐานะวงเปิดให้กับ Ed Sheeran ในเอเชียทัวร์ของเขาแล้ว ONE OK ROCK ก็มุ่งหน้าไปยังยุโรปสำหรับทัวร์ของพวกเขาเองต่อ ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสชมการแสดงของเขาในลอนดอนโดยมีวง Anteros เป็นวงเปิดให้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้

ผู้เขียนได้มีโอกาสซื้อบัตรแบบ meet and greet และได้พูดคุยกับสมาชิกของวง Taka (นักร้องนำ) Toru (มือกีตาร์) Tomoya (มือกลอง) และ Ryota (มือเบส) เป็นเวลาสั้น ๆ ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองกันอย่างมาก เมื่อแฟนคลับเดินไปหา ทุกคนก็ต่างกอดทักทายและพูดคุยกันสั้น ๆ อย่างไม่ถือตัวแล้วถ่ายรูปร่วมกันเป็นของที่ระลึก เมื่อถึงคิวของผู้เขียน ก็ได้มีโอกาสกล่าวชมการแสดงเอเชียทัวร์ที่ได้ร่วมแสดงกับ Ed Sheeran ในประเทศไทยซึ่งทางวงก็ต่างขอบคุณสำหรับคำชม รวมไปถึงขอบคุณที่มาร่วมชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้อีกด้วย ทั้ง Taka และ Toru ยังบอกอีกว่า “พวกเราจะกลับไปประเทศไทยอีกครั้งปีหน้าครับ อย่าลืมมากันนะครับ” ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่วงยืนยันว่าพวกเขาจะกลับมาประเทศไทยสำหรับทัวร์ครั้งหน้าอย่างแน่นอน หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยกัน

วงเปิดสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ Anteros ซึ่งเป็นวงอินดี้ป๊อปสไตล์ยุค ‘70s-’80s มีความร็อกแอนด์โรลแบบยุคเก่าและเมโลดี้ที่ฟังง่ายสบาย ๆ นักร้องสาว Laura Hayden มีเสียงที่สดใสและน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก แม้ว่าเพลงของวงนั้นอาจจะไม่ใช่สไตล์ร็อกหนัก ๆ ก็ตามแต่พวกเขามีศักยภาพการแสดงที่ทำให้ทุกคนสามารถสนุกไปกับเพลงได้ วงได้เล่นเพลงจากอัลบั้มใหม่ของพวกเขาอย่าง “Ordinary Girl”, “Afterglow” และ “Drive On”

เมื่อมาถึงวงหลัก สถานที่ก็เริ่มแน่นขึ้นอย่างชัดเจนจนมีคนเป็นลมไปถึงสามคนตั้งแต่วงยังไม่ทันเริ่มเล่นกันเลยทีเดียว ทางผู้ดูแลแต่ละคนก็พยายามแจกจ่ายน้ำให้ผู้ชมให้ได้มากที่สุด หลังจากที่รอทีมงานเปลี่ยนอุปกรณ์และเซ็ตเครื่องเสียงกันสักพัก ONE OK ROCK ก็ขึ้นเวทีประเดิมกันเพลงแรกด้วย “Push Back” เพลงใหม่จากอัลบั้ม Eye of the storm ทางวงปล่อยพลังออกมากันแบบไม่หยุดสายโดยเฉพาะในช่วงกลางเพลงที่ Toru ได้โชว์ลีลาโซโล่กีตาร์อีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการแสดงที่ลอนดอนรอบนี้ก็คือ ถึงแม้ว่าความจุของฮอลล์จะไม่ใช่อารีน่าแต่วงก็จัดเต็มเรื่องเอฟเฟกต์และโปรดักชั่นมาก ในที่นี้คือมีการเล่นเอฟเฟคต์ไฟในเพลงด้วย (เล่นเอาคนดูแถวหน้าปาดเหงื่อให้กับความร้อนไปตาม ๆ กัน)

ต่อด้วยเพลงฮิตจากอัลบั้ม Ambitions ที่วงแต่งให้เหล่าวัยรุ่นที่กำลังก้าวข้ามปัญหาชีวิตนั่นก็คือ “We Are” แฟน ๆ ที่ได้ยินเพลงโปรดจากอัลบั้มเก่าก็ต่างร้องไปพร้อมกับวงอย่างสนุกสนาน เมื่อมาถึงเพลง “Taking Off” ซึ่งเป็นอีกเพลงจากอัลบั้ม Ambitions วงได้กล่าวทักทายกับแฟน ๆ ก่อนเริ่มเพลงว่า “เราไม่ได้เจอกันสักพักเลยสินะ” ก่อนเข้าเพลงที่ทุกคนรอคอย แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อยเมื่อเอียร์มอนิเตอร์ของ Taka มีปัญหาทำให้ทางสตาฟต้องนำมาเปลี่ยนใหม่ในช่วงท้ายของเพลง ถึงอย่างนั้นวงก็ยังสามารถเล่นเพลงได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะเกิดปัญหา และ Taka ก็ยังร้องเพลงได้ปกติแม้ว่าจะไม่มีเอียร์มอนิเตอร์ที่ใช้งานได้ในช่วงท้ายของเพลง

อุปสรรคเล็ก ๆ เกิดขึ้นแต่วงก็รีบเดินหน้าต่อด้วยเพลงใหม่อย่าง “Unforgettable” และเพลงเก่าจากอัลบั้ม Jinsei X Boku = ซึ่งก็คือเพลง “Clock Strikes” โดย Taka ยังคงรักษามาตรฐานพลังปอดด้วยการลากเสียงยาวได้ราว ๆ 20 วินาทีเพื่อโชว์ศักยภาพของตัวเองให้ผู้ชมได้เห็น หลังจากที่กระโดดกันมาสักพักวงก็เล่นเพลงจังหวะช้าบ้างด้วยเพลง “Head High” ที่ทำให้พวกเราได้ชมเสียงคลีนใส ๆ ของ Taka ต่อด้วยเพลง “Take What You Want” ที่ทำให้เหล่าแฟน ๆ ต่างร้องไปพร้อม ๆ กันเสียงดังเลยทีเดียว

เมื่อมาถึงคิวของเพลง “Stand Out Fit In” ที่เนื้อหาและ MV มีการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและการรุมกลั่นแกล้งผู้อื่น สมาชิกวงทุกคนก็ต่างพูดให้คนดูฟังเล็กน้อยว่าพวกเขาแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร “เพลงต่อไปนี้เกี่ยวกับความแตกต่างที่พวกเราทุกคนมี คือเพลงที่บอกถึงการเป็นตัวเองแม้ว่าจะมันไม่ง่ายเลย คือเพลงที่มีความหมายมากขึ้นเมื่อเราได้แบ่งปันกับทุกคน ๆ เพราฉะนั้นหากพวกคุณรู้เนื้อเพลงของเพลงนี้ ได้โปรดช่วยกันร้องไปพร้อมกับเรา” และทุกคนก็ช่วยวงร้องเพลงนี้เพื่อแสดงจุดยืนไปด้วยกัน

Taka หายไปหลังเวทีเพื่อให้ Toru Tomoya และ Ryota ได้แสดงความสามารถของพวกเขาด้วย instrumental solo เด็ด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมโลดี้กีตาร์ที่บาดใจ จังหวะกลองมัน ๆ หรือเสียงเบสที่กินใจ หลังจากนั้น Taka ก็กลับมาบนเวทีและเล่นเพลง “Giants” จากอัลบั้มใหม่ ซึ่งเพลงนี้ถูกนำมาเล่นครั้งแรกในทัวร์ยุโรป มีการเอาเพลงมาเรียบเรียงใหม่ ใครที่ไม่ชอบเพลงนี้จากเวอร์ชั่นอัลบั้มอาจจะชอบที่วงเรียบเรียงมาใหม่มากขึ้นก็เป็นได้ หลังจากที่โยกไปมากับเพลงช้าบ้างแล้ววงก็พร้อมที่จะสนุกไปกับเพลงยอดฮิตจากอัลบั้มเก่าอีกครั้งอย่าง “I Was King” ต่อด้วยเพลงเปิดตัวอัลบั้ม Eye of the Storm อย่าง “Change”

เมื่อถึงเพลง “The Beginning” ซึ่งเป็นเพลงที่แฟน ๆ หลายคนต่างรอคอย ONE OK ROCK ก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง วงพาทุกคนโยกไปพร้อม ๆ กัน เมื่อเพลงจบลง ก็ต่อด้วยการพูดคุยกับแฟน ๆ อีกครั้งว่าเหลือแค่ 2 เพลงนะ พวกเขามาลอนดอนกันหลายครั้งแล้วแต่ว่า “ผมว่าครั้งนี้ดีที่สุดเลยเทียบกับรอบที่ผ่านมา” พวกเขาต่อด้วยเพลง “Jaded” โดยกลางเพลงนี้มีเหตุการณ์ที่ Toru เดินไปหยิบขวดน้ำของตัวเองมาโยนสาดให้คนดูที่กำลังจะสนุกสนานไปเพลงด้วย (ผู้เขียนรู้สึกโชคดีเล็กน้อยที่มือกีตาร์ไม่โยนมาฝั่งนี้)

แต่เพลงที่น่าจะเป็นไฮไลท์ของคอนเสิร์ตครั้งนี้คงไม่แพ้เพลง “Mighty Long Fall” ซึ่งเป็นเพลงที่เหล่าแฟน ๆ ต่างส่งเสียงกรี๊ดเสียงดังมากเพราะรอบก่อนหน้าที่เมนเชสเตอร์นั้นไม่มีเพลงนี้รวมอยู่ด้วย วงเหมือนจะปล่อยพลังที่เก็บมาตลอดทั้งคอนเสิร์ตมากับเพลงนี้ เพราะทันทีที่เพลงเริ่ม Taka ก็สั่งให้ทุกคนทำมอชพิตกันเลยทันที แน่นอนแฟน ๆ ก็ไม่ปล่อยให้วงผิดหวัง ทั้งยังสามารถเสกพิตขนาดกลางได้แม้ว่าที่ข้างในฮอลจะแออัดก็ตาม และในกลางเพลง Taka ก็สั่งให้ทำวอลออฟเดธอีกครั้งซึ่งแฟน ๆ ก็ทำกำแพงที่ใหญ่กว่าพิตในรอบแรกอีกด้วย เรียกได้ว่าแฟน ๆ ที่กระหายความเดือดต่างได้ปลดปล่อยอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน (มีคนเจ็บอย่างน้อยหนึ่งคนจากการเล่นวอลออฟเดธแต่ไม่สาหัสหรือร้ายแรงมาก)

หลังจากนั้นวงก็หายไปหลังเวทีเพื่อรอแฟน ๆ ตะโกนอังกอร์ให้กลับออกมา และวงก็กลับมาพร้อมกับเพลงปิดท้าย “Wasted Nights” อย่างอลังการด้วยการปล่อยกระดาษโปรยจำนวนมาก ปิดฉากคอนเสิร์ตอย่างสมบูรณ์ไปพร้อมกับความรู้สึกดี ๆ เป็นของฝากกลับบ้านกันถ้วนหน้า

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นคอนเสิร์ตที่สร้างความประทับใจและสนุกมากเลยทีเดียว หากจะมีเรื่องที่ชวนติก็คือการจัดการแถวที่ทางผู้จัดนั้นไม่มีการจัดการและปล่อยให้แฟน ๆ เป็นคนทำทั้งหมด อีกเรื่องคือการตรวจกระเป๋าที่ช้าพอสมควร ในเรื่องการแสดงของวง แม้ว่าปัญหาเรื่องเอียร์มอนิเตอร์ของ Taka ยังมีเรื่อย ๆ ตลอดทั้งคอนเสิร์ต (ถึงจะมีการเปลี่ยนแล้วก็ตาม) แต่วงก็ยังคงมาตรฐานเอาไว้ได้ดีและมอบการแสดงสุดพิเศษให้กับเหล่าแฟน ๆ ไม่ทำให้พวกเราผิดหวังกันเลย มีการสื่อสารกันระหว่างสมาชิกวงให้รีบเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อรีบแก้ปัญหาอย่างดี อุปสรรคเล็กน้อยยังถูกแก้ได้ไม่หมดก็ยังพยายามเล่นต่ออย่างสุดความสามารถเพื่อให้การแสดงไม่ขาดช่วง

ถึงแม้ว่าวงจะพบเจอกับคำวิจารณ์เรื่องแนวเพลงที่เบาลงและสไตล์การเล่นที่แตกต่างออกไป พวกเขาก็ยังคงความเต็มที่กับการแสดงสดเช่นเดิมไม่เปลี่ยน และยังคงมีพื้นฐานความเป็นวงร็อกอย่างชัดเจน แน่นอนว่าจุดเด่นสุดของงานก็คงไม่แพ้ช่วงที่เล่นมอชพิตและวอลออฟเดธกันอย่างสนุกสนานจนสมใจสำหรับแฟน ๆ คนใหม่ที่โดนตกมาจากคอนเสิร์ต Ed Sheeran หรือว่าแฟน ๆ คนเก่าที่รอให้พวกเขากลับมา โปรดรอคอยการกลับมาของพวกเขาในปีหน้ากับเอเชียทัวร์ของพวกเขาเองด้วย รับรองว่าวงจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน