หลังจากที่ข้ามประเทศไทยไปเมื่อตอนเอเชียทัวร์ 2-3 ปีก่อน ในที่สุด Neck Deep วงป๊อปพังก์รุ่นใหม่ไฟแรงจากประเทศเวลส์ก็ได้โอกาสมาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทยกันจนได้ คราวนี้พวกเขามาพร้อมกับ The Peace and the Panic อัลบั้มเต็มลำดับที่สาม แต่ถึงจะมีชุดใหม่ โชว์ของพวกเขาก็เต็มไปด้วยซิงเกิลฮิตจากอัลบั้มเก่าให้แฟนเพลงที่รอคอยได้มันกันแบบอัดแน่นจุใจ บรรยากาศเดือดดาลราวกับกำลังชมคอนเสิร์ตของวงดนตรีสายฮาร์ดคอร์กันเลยทีเดียว

โชว์ของ Neck Deep เริ่มในเวลาราว 4 ทุ่ม ถือว่าดึกพอตัวเมื่อเทียบกับคอนเสิร์ตนอกงานอื่น ๆ แต่นั่นก็เพราะว่างานนี้มีวงเปิดมาเล่นหลายวง ทั้ง Land for Loners ป๊อปพังก์จากจังหวัดขอนแก่น, In Vice Versa โพสต์ฮาร์ดคอร์ตัวแรงแห่งยุค, Ritalinn อีโมพังก์รุ่นใหญ่ของวงการเพลง และ Patriots วงโพสต์ฮาร์ดคอร์จากประเทศมาเลเซียที่เดินทางไปกับวงในการทัวร์เอเชียรอบนี้ด้วย

ทางวงเปิดกันด้วย “Happy Judgement Day” พร้อมกับมอชพิตที่มีผู้คนใส่ความรุนแรงเข้าากันอย่างบ้าคลั่ง เรียกเหงื่อกันจนตัวแห้งตั้งแต่เพลงแรก ก่อนจะตามมาด้วยบทเพลงชวนกระโดด “Lime St.” และตามมาด้วยเพลงชาติของอัลบั้มที่แล้ว “Gold Steps” (สารภาพตามตรงว่าแรงหมดตั้งแต่เพลงนี้ จนต้องออกมายืนดูข้างหลัง) พอเรียกเหงื่อกันได้เข้าที่เข้าทางแล้วก็ต่อด้วย “Motion Sickness” ผลงานจากอัลบั้มล่าสุดกันอีกซักเพลง แล้วกลับไปย้อนวันวานกันด้วย “What Did You Expect?” ผลงานชิ้นแรกของวงสมัยอัลบั้ม Rain in July และขยี้ความเดือดขึ้นไปอีกระดับด้วยบทรักแฟนตาซีที่เล่าเรื่องราวของเจ้าแม่กาลี “Kali Ma” ที่ตอนนี้ Ben Barlow นักร้องนำของวงถอดเสื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่สังเกตเห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ การที่มี Fil Thorpe-Evans มือเบสตัวจริงมาร่วมทัวร์ด้วยทำให้โชว์มีความครบเครื่องขึ้นมาก (เพราะเป็นคนร้องคอรัส ซึ่งตอนทัวร์เอเชียครั้งที่แล้ว ที่ผมไปดูที่กัวลาลัมเปอร์ เจ้าตัวไม่ได้มา แต่ให้เมเนเจอร์วงเล่นเบสแทน) ทำให้สมาชิกแต่ละคนสามารถส่งพลังหาคนดูได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ Ben นักร้องนำ ที่ลงมาเล่นกับคนดูด้านหน้าอยู่บ่อยครั้ง

จบจากเจ้าแม่กาลีไปก็เป็นเพลงพัก “Rock Bottom” ที่คนดูใส่กันเดือดกว่าที่คิด แล้วตามมาด้วย “Citizen of Earth” ที่ Thorpe-Evans สั่งให้คนดูแยกวงออกมา ถ้าฟังไม่ผิดพี่แกอยากจะให้เล่นเซอร์คิลพิต แต่ฟีลเพลงมันหนักแน่นกว่านั้น ก็เลยกลายเป็นการวิ่งแท็กกันแบบวอลออฟเดธที่ดูไม่ค่อยเหมือนกำแพงไปแทน ตามมาด้วยแทร็กที่หนักและแน่นที่สุดในคืนนี้ “Don’t Wait” ที่ถึงแม้ Sam Carter แห่ง Architects จะไม่ได้เดินทางมาแจมด้วย แต่ท่อน “No kings, no queens, no justice, no peace…” คนดูก็ตะโกนแทนเจ้าตัวได้แบบไม่กลัวพิซซ่ากันแม้แต่น้อย แล้วก็ตามมาด้วยช่วงพักกันอีกเบรกกับ “Parachute”, “In Bloom” แล้วเร่งสปีดอีกนิดกับเพลงอกหักแห่งชาติอย่าง “December” ที่เล่นในฉบับไม่อะคูสติก มันดี

ช่วงท้ายจำเซ็ตลิสต์ได้ไม่แม่นนักเพราะออกมานั่งพักด้านนอกงาน (ไม่ไหวครับ คนแน่นจริง ๆ เหนื่อย ๆ นี่หายใจไม่ออกเลย) แต่ฟินมากตอนที่ได้ยินว่าข้างในฮอลกำลังเล่นเพลง “A Part of Me” กันอยู่ ซึ่งก็ต้องบอกว่าคนดูในงานร้องตามกันได้มากกว่าที่คิด ไม่แป้กเหมือนที่กลัวไว้ ได้ใจมาก

กลับเข้าไปในงานอีกครั้งในช่วงท้ายกับสองเพลงสุดท้าย เหมือนทั้งวงและคนดูเข้าใจกันดีว่าสิ่งที่ตัวเองต้องทำหลังจากนี้คือการเค้นพลังออกมาให้หมดตัว “Can’t Kick Up the Roots” หนึ่งในเพลงที่ทุกคนรอคอยก็ถูกหยิบขึ้นมาเล่นพร้อมกับบรรยากาศในมอชพิตที่กลับมาเดือดเหมือนเพลงแรกอีกครั้ง และปิดกันด้วย anthem ของอัลบั้ม The Peace and the Panic อย่าง “Where Do We Go When We Go” ที่ต้องบอกเลยว่าบรรยากาศฮึกเหิมโคตร ๆ เสียงตอนคนดูร้อง “Pain, pain, goes away, come back another day” พร้อมกันนี่ฟังกี่ครั้งก็ใจขึ้น ทำเอาลืมไอ้ที่เหนื่อย ๆ มาช่วงกลางโชว์ไปเลยครับ

ก็ต้องยอมรับว่า Neck Deep อยู่ในช่วงขาขึ้นและพลังเต็มเปี่ยมอย่างเหลือล้นจริง ๆ งานนี้ก็ต้องขอบคุณทาง Zeus Entertainment Thailand ที่นำพาวงมาให้ได้ดูกันพร้อมกับดูแลเราอย่างดีในส่วนของบัตรเข้างาน แล้วพบกันในงานหน้ากับ Crown the Empire Live in Bangkok เดือนพฤษภาคมนี้ครับ!

ผู้ร่วมก่อตั้ง และบรรณาธิการ (สมัครเล่น) ของ Headbangkok.com ชอบฟังเพลงทุกแขนง แต่ตัดขาดจากร็อกโวยวายไม่ได้ เลี้ยงเบียร์ได้เวลาพบเจอตามคอนเสิร์ตครับผม