เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นอกจากเทศกาลดนตรี บานาน่ามหาชน ที่ค่ายเพลงหัวกล้วย Banana Record เป็นโต้โผใหญ่แล้ว ฝั่งเพลงอินดี้ก็มีงาน Maho Rasop Festival ของสามผู้จัด Fungjai x Have You Heard? x Seen Scene Space จัดในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งหลังจากที่ตกลงกันกับทีมงานได้เรียบร้อยแล้ว ผมก็ส่ง Jeddy Tragedy ไปขายทาโร่ทอดอยู่ที่งานบานาน่า ส่วนตัวเองไปหาดนตรีใหม่ ๆ ที่ไม่เคยลองฟังและชมที่งาน Maho Rasop แทน

งานจัดที่ Live Park พระราม 9 ที่เดียวกับที่วง Retrospect เคยมาเปิดคอนเสิร์ตเสือดำ Heart of the Panther ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งเรื่องขนาดถือว่าโอเคมากสำหรับงานสเกลนี้ แต่ด้วยความที่เป็นสถานที่เปิดกลางแจ้ง ก็ทำให้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเข้ามาแบบที่ไม่มีใครคาดคิด ฝนตก! (กรุณาเปิดเพลง “November Rain” ประกอบ) ดีหน่อยที่ไม่ได้ตกทั้งวัน ทว่า หลังจากนั้นอากาศมันก็ร้อนอบอ้าวทั้งวันเลยครับ ทรมาณมาก แต่อันนี้ก็ถือเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าสนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเท่านั้น

 

Miami Horror / DEAN / Oddisee / Lucie, too!

ระบบตั๋วของงานเป็น QR code จากเว็บ/แอพ Ticketmelon ซึ่งก็สะดวกดีครับ ไปสแกนเอาสายรัดข้อมือ RFID มาใส่ จบ ตัวริสต์แบนด์ทำหน้าที่เป็นบัตรเติมเงินในการซื้อสินค้า อาหาร เครื่องดื่มภายในงานด้วย ซึ่งก็มีประเด็นที่ต้องพูดถึงเหมือนกัน (แต่ขอปะไว้ตอนท้าย) มาว่ากันเรื่องโชว์กันก่อน

งานแบ่งสเตจออกมาเป็นสามเวที เล็กกลางใหญ่ไล่ไปตามระดับ พร้อมกับชื่อเวทีสไตล์พื้นบ้าน มโหฬาร ข้าวหอม เซิ้งสวิง คุมมู้ดโทนงานได้ดี ตอนที่เข้าไปก็เจอเข้ากับ Miami Horror วงอิเล็กโทรซินธ์ป๊อปจากออสเตรเลียกำลังกระทำการแสดงอยู่ โชคดีมากเข้าไปตอนที่ Joshua Moriarty นักร้องนำของวงกำลังปีนคานของเตนท์คุมซาวด์ขึ้นไปร้องเพลงเล่นพอดี เป็นโมเมนต์ไฮไลท์หนึ่งของงานในวันดังกล่าว

จบจากตรงนั้นเราก็ออกมาเดินเล่น ไม่ได้รับชมโชว์ของใครเป็นพิเศษ ก่อนจะกลับเข้าไปอีกทีเพื่อพิสูจน์ความเจ๋งของตา DEAN ศิลปินอาร์แอนด์บีตัวแรงแห่งยุคจากเกาหลีใต้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยคุ้นกับการแสดงดนตรีที่คนบนเวทีมีจำนวนน้อย ๆ เท่าไหร่ครับ แต่ก็สนุกดี เอาคนดูอยู่หมัดในทุกพาร์ทของการโชว์ (หลังจากนั้นก็เลิกหมั่นไส้ความหน้าตาดีของไอ้หนุ่มคนนี้ไปทันที)

จบจาก DEAN ก็แอบแว่บออกมาเติมเครื่องดื่มเพื่อบิ๊วอารมณ์ให้พร้อมสำหรับยามค่ำคืน แล้วก็เป็นคิวของ Oddisee ที่มากับวง Good Company กับการจัดดนตรีฮิพฮอพฟังก์ฉบับมันโคตร ๆ มาให้ ถามใครต่อใครที่ได้ดูก็ยกให้โชว์นี้เป็นพาร์ทที่สนุกที่สุดของงาน ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลงฮิพฮอพมาก่อนหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นบรรยากาศที่ peaceful ดีมาก ๆ ครับ ชอบ

ส่วนใหญ่เป็นการเดินรับชมบรรยากาศ ไม่ได้ตั้งใจไปดูศิลปินไหนเป็นพิเศษ (นอกจาก Oddisee ที่ลองฟังก่อนถึงงานแล้วชอบมาก กับ Lucie, too เพราะว่า น้องน่ารัก) ระหว่างที่รอดูเจ้าพ่อเจ้าแม่แห่ง shoegaze อย่าง Slowdive ขึ้นแสดง ก็เกิดอารมณ์ขี้เกียจขึ้นมาซะงั้น (สาวกมาเห็นคงด่าผมตาย 55) ก็เลยเดินไปรอดู Lucie, too วงอินดี้แสนสดใสจากแดนปลาดิบแทน ฟากนี้นอกจากเล่นเพลงตัวเองสนุก ๆ ก็มีคัฟเวอร์เพลง “How Long” ของ Jelly Rocket ด้วยอีกแน่ะ (นั่ลล้าก โอชิคับ) ก็เป็นอีกวงที่จับใส่ลิสต์วงหน้าใหม่ที่ชื่นชอบประจำปีนี้รวมกับ Oddisee ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

The Vaccines + PREP กับโชว์ที่ต้องหยุดกระทันหัน

ช่วงท้ายของงานเป็นพาร์ทเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีคนดูพูดถึงเยอะเอาการ เพราะ The Vaccines และ PREP สองวงเด่นของงานวันนี้แสดงสดในเวลาใกล้เคียงกัน (Vaccines เล่นเวทีหลัก เลยต้องดูวงละนิดวงละหน่อย) ซึ่งระหว่างที่ยืนเกาะรั้วดู PREP แบบเพลิน ๆ พี่แกก็บอกว่าเราจะหยุดพักโชว์กันซักนาที เนื่องจากมีขบวนเสด็จ แล้วก็กลายเป็นช่วงเวลาการนั่งดื่มเบียร์และถ่ายรูปเล่นกันกับแฟนเพลงไป

ได้ยินมาว่าทางฝั่ง The Vaccines ก็หัวเสียจน Árni Árnason มือเบสถึงกับปาเบสทิ้งตอนที่โชว์ถูกสั่งหยุดเป็นครั้งที่สองในช่วงเวลาห่างกันไม่กี่นาที ก่อนที่ทุกอย่างจะผ่านไปและทั้งสองศิลปินก็กลับมาแจกจ่ายความสนุกให้กับคนดู ปิดงานครั้งแรกของเทศกาลใหม่แห่งนี้ไปอย่างสวยงาม ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้คน

 

สรุป

มองแบบรวม ๆ งาน Maho Rasop จัดการได้ดีในทุก ๆ ด้าน ในแบบที่เทศกาลดนตรีซักงานควรจะเป็น แต่ก็มีปัจจัยที่ควบคุมไมไ่ด้หลายเรื่องที่ทำให้ความรู้สึกของคนดูแบบเรา ๆ ต้องกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม

การหยุดชะงักในโชว์ของเฮดไลน์ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเทศกาลดนตรี แต่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราก็ไม่อยากให้ใครไปกล่าวโทษหรือโกรธเคืองผู้จัด เพราะงานถูกแทรกแทรงจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจให้หยุดพักแบบกระทันหัน เป็นอีกปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่เมื่อมองจากมุมของคนที่ชมดนตรีสด ยังไงก็อดคิดไม่ได้ว่า พื้นที่ของเรา กิจกรรมของเรา มันส่งผลกระทบกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงขนาดนั้นเลยเชียวหรือ? (และสุดท้ายก็เกิดเป็นผลเสียต่อชื่อเสียงของประเทศ เพราะ PREP พูดเรื่องที่ต้องหยุดแสดงกระทันหันเพื่อให้ขบวนเสด็จผ่านในทุกโซเชียลมีเดียของวง ไม่รู้เมื่อไหร่เรื่องนี้จะเปลี่ยนไป)

แต่อีกเรื่องก็คือริสต์แบนด์ RFID ที่ไม่สามารถแลกเงินคืนได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ส่วนตัวแล้วเราขอยกให้เรื่องนี้เป็นความ ‘ไม่แฟร์’ ต่อผู้บริโภคที่พร้อมสนับสนุน จับจ่ายใช้สอยเงินของตัวเองภายในบริเวณงาน เพราะ 1. ต้องมาคำนวณเงินให้พอดี 2. ไปต่อแถวแลก 3. ของที่จะซื้อหมด อดใช้เงิน 4. คำนวณมาดีแค่ไหน ก็อาจเหลือเศษหลักสิบในบัตร ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการบ้านที่ทางผู้จัดอาจจะต้องนำไปปรับในการจัดงานครั้งต่อไป อาจไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรง แต่ถ้าสามารถทำให้ user experience ของผู้ร่วมงาน ดีขึ้นและง่ายขึ้น ยังไงก็ดีกว่าแน่นอนครับผม

อ้อ งานนี้ลองไปใช้บริการห้องน้ำอยู่หลายครั้ง จัดการ facility เพียงพอดีมากครับผม ไม่ต้องต่อคิวนาน ไม่สกปรกเหมือนที่เคยเจอมาจากเฟสติวัลอื่น และยังไม่เห็นใครบ่นเรื่องนี้เลยครับ เย่

ปล. ยืนฟัง S.O.L.E. อยู่ไกล ๆ มันมาก จะหาโอกาสไปดูใหม่แบบเต็ม ๆ ให้ได้เลยเชียว!