การคาดหวังให้ Oasis กลับมารียูเนียนกันอีกครั้งและออกทัวร์รอบโลกคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก สำหรับแฟนเพลง Oasis ตัวยงคนนึง การได้เห็น Liam Gallagher มาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยก็ถือว่าพอชดเชยความอยากได้บ้าง ตอนที่ทราบข่าวก็กดซื้อบัตรคอนเสิร์ตอย่างไว จนได้ดูแบบสมใจอยากไปจนได้เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมาพร้อมกับความฟิน … แบบไม่สุด!

บรรยากาศด้านหน้าสถานที่จัดงานถือว่าคักคักมาก ผู้ชมบางส่วนมาที่งานเพื่อต่อแถวรอซื้อเสื้อที่ระลึกจากคอนเสิร์ตกันตั้งแต่บ่ายสาม และช่วงเย็นแถวก็ยาวเหยียดจนของหมดอย่างรวดเร็วแม้จะจำกัดการซื้อ 1 บัตรต่อ 1 ตัวก็ตาม ระบบด้านหน้างานถือว่าจัดการได้ดีครับ เดินเข้าออกง่ายไม่ต้องรอขั้นตอนเยอะ

พอเข้ามาในฮอลก็พบ The Whitest Crow วงเปิดของงานวันนี้กำลังเล่นอยู่ ดีทีเดียวครับ พอเล่นจบคนก็เริ่มอัดกันเข้ามาแน่นอย่างรวดเร็วแบบผิดหูผิดตา เพลงที่เปิดปลุกใจระหว่างซาวด์เช็คถือว่าเลือกแนวมาได้คึกคักและใกล้เคียงกับโชว์ไฮไลท์ของค่ำคืนนี้เป็นอย่างดี

เวลาล่วงเลยไปจนถึงสามทุ่มกว่า เพลง “Fuckin’ in the Bushes” ก็ดังขึ้นพร้อมกับไฟในฮอลที่ดับลง ก่อนที่ Liam Gallagher ที่หลายคนรอคอย พร้อมสมาชิกในวงจะปรากฎตัวขึ้นมาบนเวที ต้อนรับแฟนเพลงกันด้วยคำทักทายง่าย ๆ “Tonight I’m a rock n’ roll star.” ซึ่งคงไม่ต้องเดากันว่าเพลงแรกเพลงอะไร หลังจากที่ “Rock n’ Roll Star” จบลงไป ก็อัดกันต่อด้วย “Morning Glory” พอประเดิมด้วยเพลงของ Oasis ให้หายคิดถึงกันแล้วก็ตามมาด้วยผลงานเดี่ยวกันบ้าง “Greedy Soul”, “Wall of Glass”, “Paper Crown”, “Bold” รวมถึงเพลงฮิต “For What It’s Worth” ที่แฟนเพลงร้องตามกันได้ลั่นฮอลแม้จะยังใหม่อยู่ ตามมาด้วย “Soul Love” ของ Beady Eye ที่ไม่มีใครคิดว่าจะถูกหยิบมาเล่นด้วย

จบเซ็ตเพลงตัวเองไปแล้วก็มาต่อกันที่ Oasis อีกครั้ง ทั้ง “Some Might Say”, “Slide Away”, “Come Back to Me”, “You Better Run”, “Universal Gleam”, “Be Here Now”, “Cigarettes & Alcohol” ถูกขนมาเล่นกันชุดใหญ่ต่อเนื่อง เอาให้หายคิดถึงกันไปเลย และตามมาด้วยไฮไลท์ที่หลายคนรอคอย “Wonderwall” ที่เหล่าคนดูกอดคอร้องตามกันลั่นฮอล โคตรประทับใจ ก่อนที่ Liam จะลงจากเวทีไป

และเนื่องจากไฟยังไม่เปิด เวทียังไม่ถูกเก็บ แสดงว่ายังเหลือพาร์ทสุดท้ายหลังช่วงอังกอร์ เพราะเพลงไฮไลท์ที่หลายคนรอคอยอย่าง “Live Forever” ยังไม่ได้เล่น

แต่! เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อไฟถูกเปิด สตาฟของงานออกมารื้อเครื่องดนตรี กลายเป็นว่าโชว์จบลงไปตั้งนานแล้วในขณะที่ทุกคนตะโกนเรียกและยืนรอ ไม่มี “Live Forever” ให้ฟังแต่อย่างใด จะเรียกว่าเป็น ‘ความเลียม’ แผลงฤทธิ์ก็คงไม่ผิดนักครับ เวลาโชว์สั้นมาก จะบอกว่าฟินไม่สุด ค้างคาเหมือนคน … ไม่เสร็จอะไรแบบนั้น

เหตุการณ์ที่ว่าสร้างความผิดหวังให้กับคนดูไม่น้อย แต่คิดในมุมของ Liam เจ้าตัวก็มีสิทธิ์ที่จะเล่นหรือไม่เล่นก็ได้ (ก็ Liam นี่นา!) แต่ถ้ามองในมุมของคนดูแล้ว มันให้ความรู้สึกว่า ‘มึงไม่ได้มาเล่นให้ดูบ่อย ๆ เล่นซักหน่อยไม่ได้เหรอ!’ และเหตการณ์นี้ทำให้คนพากันโยงไปต่าง ๆ นานา หาสาเหตุว่าทำไมโชว์ถึงจบแค่นั้น ถึงขั้นมโนว่าเป็นเพราะมีคนใส่เสื้อทีมฟุตบอล Manchester United ทำให้ป๋าแกอารมณ์เสีย แหม

และล่าสุดเจ้าตัวก็ทวีตข้อความขอบคุณแฟนเพลงชาวไทย พร้อมแจงเหตุผลให้ทราบกันว่าที่หัวเสียเป็นเพราะระบบเสียงของงาน ซึ่งอันนี้ก็เป็นการตบหน้าผู้จัดออกสื่อกันไป นอกจากเหตุการณ์นี้แล้วยังมีอะไรอีกหลายอย่าง ทั้งการสูบบุหรี่ภายในบริเวณพื้นที่คอนเสิร์ต การปาแก้วเบียร์ (หลายครั้งมาก ๆ) และมีคนสูบกัญชาในงาน ควันรบกวนคนดูคนอื่นในงานเป็นอย่างมาก เอิ่ม จิตสาธารณะของพวกคุณไปอยู่ไหนกันหมด?

 

ความรู้สึกหลังจากได้ชม:

สรุปโดยรวมสำหรับผมก็ถือว่าเป็นโชว์ที่น่าประทับใจครับ การได้ฟังเพลงของ Oasis โดย Liam Gallagher ร้องมันก็คุ้มค่าแล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ อดฟัง “Live Forever” มันก็เลยหงุดหงิดหน่อย ๆ !

 

ข้อมูลเพิ่มเติมหลังจบโชว์:

มีการชี้แจงจาก THE VERY COMPANY เกี่ยวกับระบบเสียงของโชว์นี้ว่าทางวงเป็นผู้นำมาเองทั้งหมด (อุปกรณ์ + ทีมงาน) และเรื่องที่อารมณ์เสียเกี่ยวกับระบบเสียงของโชว์ก็ไม่ได้เกี่ยวกับทางทีมงานฝั่งไทยแต่อย่างใด

และในเรื่องของเพลง “Live Forever” ที่หายไป หรือการเล่นโดยไม่มีอังกอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียทัวร์ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

[ เพิ่มเติมโดย – Charlie ]

Jeddy Tragedy

ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียน Headbangkok , นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder