กลับมาอีกครั้งจนรู้สึกเหมือนเป็นวงดนตรีคู่บ้านคู่เมืองไปแล้ว สำหรับ Incubus ห้าหนุ่มร็อกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ครั้งนี้พวกเขามาพร้อมกับ 8 อัลบั้มเต็มชุดใหม่ที่ปล่อยเพลงดังออกมาให้ฟังกันพักใหญ่แล้ว ทั้ง “No Fun”, “State of the Art”, “Nimble Bastard” และ “Glitterbomb” แต่ถึงแม้จะมีซิงเกิลใหม่อยู่ในเซ็ตลิสต์เยอะ พวกเขาก็ยังคงมี ‘เพลงบังคับ’ ที่แฟนเพลงอยากฟังอยู่ในเซ็ตลิสต์อีกเพียบ แม้โดยรวมแล้วดีกรีความมันจะลดลง แล้วแทนที่ด้วยความเนี้ยบในการเก็บรายละเอียดของทุกองค์ประกอบแทนก็ตาม งานนี้นำเข้ามาโดย Miracle Management โปรโมเตอร์สายร็อกที่นำวงเจ๋ง ๆ เข้ามาเมืองไทยแล้วหลายวง

ครั้งนี้คอนเสิร์ตลดสเกลความใหญ่ลงจาก Thunder Dome มาเหลือเพียง BCC Hall ห้างเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว แต่ถึงขนาดจะเล็กลง แต่โปรดักชันบนเวทีถือว่าแสงสีจัดจ้านมากทีเดียว และความพิเศษก็คือ Incubus ขึ้นเล่นตรงเวลา สองทุ่มเป๊ะ! เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นเวลาศิลปินต่างชาติมาเปิดการแสดงในบ้านเรา อันนี้ถือว่ายอมใจในความตรงเวลา

 

It’s showtime!


(ภาพ – Birthzy)

 

ความเท่แรกของงานนี้เกิดขึ้นเมื่อสมาชิกวงเลือกที่จะไม่เปิดแบ็กกิ้งแทร็กสร้างอารมณ์ให้คนดูเฮใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อไฟฮอลล์ปิดลง เสียงเฮดังขึ้น ก็มีเงาของสมาชิกวงทั้งห้าคนเดินออกมายืนอยู่บนเวทีกันเงียบ ๆ เป็นการเปิดตัวที่ถ่อมตัวแต่โคตรทรงพลัง ยอมรับเลยว่าซีนนี้เท่และโดดเด่นเป็นที่จดจำมากเมื่อเทียบกับการเปิดตัวของศิลปินวงอื่น ๆ ที่ปกติจะทำให้อลังการขึ้นเรื่อย ๆ

เปิดโชว์กันด้วย “Glitterbomb” จากอัลบั้มล่าสุด เหมือนเป็นการอุ่นเครื่องกันก่อนเพราะดูแล้วร้องกันไม่ค่อยได้ ก่อนจะพาย้อนวันวานไปให้ใจชื้นกับ “Circles” ที่ช่วงท้ายเพลงใส่เป็นเบรกดาวน์แบบหนืด ๆ พร้อมกับการโชว์หวดเครื่องเคาะโดยพี่ Brandon Boyd นักร้องนำที่อายุอานามก็เพิ่งครบ 42 ปีเต็มไปหมาด ๆ พอคนดูเริ่มใจมาทางวงก็กลับมาเล่นของใหม่เดือด ๆ ชวนโยก “Nimble Bastard” ถูกปล่อยออกมาเป็นเพลงที่สาม ก่อนที่จะขยี้ความมันไปอีกชั้นด้วย “Anna Molly” เสียงเฮระดับพีกสุดครั้งแรกของงานเกิดขึ้น ณ อินโทรเพลงนี้

ใส่หนักกันมามากแล้ว ก็ตัดอารมณ์มาเป็นเพลง “11AM” ก่อนที่จะกระชากอารมณ์ขึ้นไปใหม่กับ “Megalomaniac” เพลงดังในวันวานที่สามารถร้องเนื้อเพลงตามกันได้ไม่ยาก เป็นเพลงที่พาย้อนวันวานกลับไปหาคอนเสิร์ตเมื่อ 15 ปีที่แล้วได้ดีไม่น้อยเลยครับ จบเพลงนี้แฟนเพลงมีการพร้อมใจกันร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ Brandon กันสนั่นฮอลล์ ก็เป็นโมเมนต์ที่เฮฮาดี


(ภาพ – Kamonpon Chunsang)

 

จากนั้นก็เข้าสู่หนึ่งในซีนอารมณ์ที่ขยี้ใจใครหลายคน “If Not Now, When?” เพลงบัลลาดร็อกเสียงร้องโหยหวนถูกหยิบขึ้นมาเล่น สารภาพตามตรงว่าน้ำตารื้นไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยัง keep calm เอาไว้เพราะหน้าตาไม่เหมาะจะทำตัวขี้แย จบเพลงนี้ไปก็ได้เวลาใจขึ้นกันอีกรอบกับเพลง “Pardon Me” ต้องบอกว่าเซ็ตลิสต์วันนี้อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ มากอยู่เหมือนกัน เพราะพอเดือดจากแทร็กดังที่ว่ากันเสร็จก็ตามมาด้วย “Drive” เพลงชาติที่หาฟังในผับบาร์กันมาช้านาน วันนี้ไม่ต้องลุ้นเหมือนเมื่อตอนมาไทยครั้งแรก ได้ดูได้ฟินกันไป (และน้ำตาของข้าพเจ้าก็กลับมารื้นอีกครั้ง)

หลังจากเพลงขับได้ผ่านพ้นไปคอนเสิร์ตเรื่อยเปื่อยลงนิดหน่อย ระหว่างที่เล่น “Paper Shoes”, “Pantomime” คนดูเริ่มนิ่งลง บ้างก็ออกไปซื้อเบียร์มาเติม (ผมเองก็ออกไปช่วงนี้เหมือนกัน แต่พบว่าแถวยาวมาก เลยถอดใจแล้วกลับเข้ามาดูต่อ) แต่หลังจากที่สองเพลงนี้จบลง Brandon Boyd ของพวกเราก็จัดการถอดเสื้อโชว์กล้ามและรอยสักสวยงามให้ได้รู้ว่า ‘หลังจากนี้กูจะมันแล้วนะโว้ย’ แล้วตามมาด้วย “Nice to Know You” เพลงชาติที่ร้องตามกันกระหึ่มไม่แพ้เพลงก่อน ๆ แล้วตามมาด้วยเซ็ตปิดท้าย ได้แก่ “Pistola”, “Stellar”, “Vitamin”, “Lonliest” แล้วจบเพลงสุดท้ายก่อนอังกอร์ด้วย “Wish You Were Here” เพลงชาติอีกหนึ่งเพลงของวง ที่ไม่ได้เล่นแบบปกติ แต่มีต่อท้ายด้วยการคัฟเวอร์บทเพลงชื่อเดียวกันจากวง Pink Floyd ขยี้ดีกรีความอลังการให้โชว์ยิ่งมากขึ้นไปอีก

 

Encore!


(ภาพ – Kamonpon Chunsang)

 

ช่วงอังกอร์ถือว่าน่าเสียดายพอตัวที่ทางวงเลือกจบด้วย “No Fun” งานจากอัลบั้มล่าสุดและ “Warning” เพราะได้ยินผู้ชมหลายคนบ่นเสียดายที่เพลงฮิตอย่าง “Love Hurts”, “Promises, Promises”, “Are You In?”, “A Certain Shade of Green” หรือ “Talk Show on Mute” ไม่ปรากฎอยู่บนเซ็ตลิสต์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เราเองก็เลือกไม่ได้มากนักเพราะ Incubus เป็นวงที่อัลบั้มเยอะ และเพลงฮิตก็เยอะ ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือดูพวกเขาบ่อย ๆ ครับ เดี๋ยวมันก็ครบจนได้ ฮ่า ๆ

 

Conclusion

โดยรวมแม้ดีกรีความมันจะจืดชืดลงไป แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยวัยของสมาชิกวงแล้วเราจะไปคาดหวังสิ่งเดิมตลอดก็คงเป็นไปไม่ได้ (เหมือนที่เราจะไปคอนเสิร์ต Bodyslam ในปี 2018 แล้วลุ้นให้วงเล่นเพลง “ย้ำ” มันก็ไม่ใช่อีก)

ที่เห็นได้ชัดจากโชว์ของ Incubus รอบที่ 4 ในประเทศไทยก็คือ ความเนี้ยบทั้งในเรื่องของ performance และ production ที่พัฒนาขึ้นจากครั้งก่อนและครั้งก่อนและครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด แสดงความเป็นมืออาชีพให้เราได้เห็นอีกครั้งว่า ‘artist’ ที่ดีเค้าต้องเป็นยังไง อาจไม่ถึงขั้นตราตรึงใจ แต่ก็บอกได้ว่า ‘เก๋า’ และ ‘ขลัง’ โคตร ๆ ครับผม!

(ภาพ – Sw3etp Photographer)

(ภาพ – Sw3etp Photographer)

(ภาพ – Sw3etp Photographer)

(ภาพ – Sw3etp Photographer)

ผู้ร่วมก่อตั้ง และบรรณาธิการ (สมัครเล่น) ของ Headbangkok.com ชอบฟังเพลงทุกแขนง แต่ตัดขาดจากร็อกโวยวายไม่ได้ เลี้ยงเบียร์ได้เวลาพบเจอตามคอนเสิร์ตครับผม