ครั้งแรกของ Bomb at Track วงแร็ปเมทัลสุดเดือด กับคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ โดยใช้ชื่อว่าถ้าไม่ได้ยินก็ต้องตะโกน ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ Voice Space สถานที่จัดคอนเสิร์ตขนาดกำลังพอดี โดยครั้งนี้พวกเขาก็ได้ขนเพลงทั้งหมดนำมาแสดงในคอนเสิร์ตในครั้งนี้ให้ชมกันแบบเต็มอิ่มในเวลาสองชั่วโมงกว่า ๆ เลยกันทีเดียว ต้องบอกเลยว่าเดือดตั้งแต่ต้นจนจบ 

เมื่อถึงเวลาความสนุกก็ได้เริ่มขึ้นกับวงแรกของงานอย่างวง Lord Liar Boots ได้นำผลงานเพลงของตนเองให้ได้ชมกันแบบสนุกสนานพอหอมปากหอมคอ พร้อมกับมีการบอกลาก่อนลง ขอโทษครับ ไม้กลองหักเหลือข้างเดียวเล่นต่อไม่ได้แล้ว และก็ลงเวทีไป เราเองก็แอบงง ๆ ฮา ๆ จบแบบนี้ก็ได้แฮะ! จากนั้นเพิ่มระดับความเดือดด้วยวงสายเรฟอย่าง S.O.L.E. วงที่มีซาวด์ชวนโยก ชวนเต้น ได้อยู่ตลอดเวลา ถือว่าเป็นวงที่โชว์ได้ดีระดับนึงเลยทีเดียว จากการที่เพิ่งเคยได้ดูครั้งแรก 

หลังจากที่เรียกน้ำย่อยกับสองวงเปิดกันไปเรียบร้อย ก็ได้เวลาพระเอกเฮดไลน์ของงานนี้กันแล้ว เริ่มเปิดเวทีด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยและแสงสีแดงที่สาดส่องชวนให้ตื่นเต้น คนดูจึงพร้อมใจกันตะโกนเรียก Bomb at Track! กันอย่างกึกก้อง และไม่นานพวกเขาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีพร้อมระเบิดความมันส์ด้วยเพลง สันติภาพ เป็นเพลงแรก ซึ่งบอกได้เลยว่าแปลกตาไม่เคยเห็นในลุคนี้มาก่อนบนเวที หลังจากจบไปแล้วกับ สันติภาพ ก็ไม่รอช้าที่จะสาดความมันส์กันอย่างต่อกับเพลง ฉวย แน่นอนว่าคนดูก็ไม่รอช้าที่จะเล่นมอชพิต กระหน่ำกันอย่างเต็มที่และไม่ออมแรงกันเลยทีเดียวตั้งแต่ต้นโชว์ จากนั้นตามด้วยเพลง หุบปาก, “ผู้ใหญ่, “ราชา เพลงจากอัลบั้ม White นั่นเอง 

และแล้วก็มาถึงเพลงที่ใคร ๆ หลายคนรอฟังกันอย่างแน่นนอนอย่างเพลง “จด” เพลงช้าจากอัลบั้ม While ที่ได้พี่ริม Silly Fools มาร่วมร้องด้วย แน่นอนว่าเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ทั้งทีต้องไม่ธรรมดา เราจึงได้ดูและได้ฟังพี่ริมขึ้นมาร้องเพลงนี้กันแบบสด ๆ ! ถือว่าพิเศษมาก ๆ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้เห็นพี่ริมร้องเพลงนี้กับ Bomb at Track ในงานอื่นไหนเลยนอกจากที่ร้าน ลานริน เมื่อนานมาแล้ว จากนั้นสาดความเดือดกันต่อด้วย “มิดไมล์” และพักด้วยแขกรับเชิญอย่าง Rap Against Dictatorship ขึ้นมาบนเวทีกันอย่างคับคั่ง และพากันแร็ปเพลง “ประเทศกูมี” เพลงที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี เพลงที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนรู้จักกับ Rap Against Dictatorship ถือว่าเป็นแขกรับเชิญที่เหมาะกับคอนเสิร์ตนี้มาก ๆ เลยทีเดียว หลังจากเพลงประเทศกูมีจบ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาพวกเขาก็ได้เกริ่นเข้าเพลง “ถ้าไม่ได้ยินก็ต้องตะโกน” ในทันที โดยเพลงนี้ได้ Liberate P และ GSUS2 มาร่วม feat. ด้วย ต่อด้วยเพลงจากอัลบั้ม White อีกสักเพลง “พ่อใหญ่” ที่พาทุกคนร่วมร้องและกระโดดพร้อมตะโกนว่า “พ่อมึงใหญ่ป่ะ พ่อกูใหญ่อะ” กันอย่างเมามันส์ 

แต่แล้วในระหว่างโชว์ เมษ (มือกีตาร์) เกิดอุบัติเหตุตกเวทีทำให้ได้รับบาดเจ็บในระหว่างโชว์ จึงทำให้ทีมงานเข้าไปดูและได้ทำการหยุดการแสดงไปสักพักใหญ่ แต่สมาชิกวงที่เหลือก็ไม่รอช้าจึงได้ทำการพูดคุยกับแฟนเพลงเพื่อคั่นเวลาไป

ในระหว่างที่ทีมงานดูอาการของเมษ และแล้วเมษพร้อมก็ได้กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง! ต้องบอกเลยว่าสุดยอดมาก ที่กลับขึ้นมาเล่นต่อแม้ตัวเองจะบาดเจ็บ พลังเหลือล้นจริง ๆ เมื่อเมษขึ้นมาบนเวทีทุกอย่างพร้อมก็กลับเข้าสู่โชว์อีกครั้งคือเพลง “เสือกทำไม” เพลงนี้ ปุ้ย (มือกีตาร์) ได้ร้องนำในเพลงนี้ แถมยังกระโดดลงเซิร์ฟอีกด้วย ปิดท้ายเพลงนี้ด้วยการชวนคนดูเปิดแฟลชมือถือมาโบกเป็นทะเลดาวอย่างสวยงาม เมื่อเพลงจบลงไฟบนเวทีก็ได้มืดลง พร้อมกับมีการเปิดวิดีโอเล่าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของวงตั้งแต่ตั้งวงขึ้นมา และมีการบอกเล่าถึงเรื่องภายในวงที่เป็น unseen ที่ไม่เคยบอกเล่ามาก่อนในมุมต่าง ๆ สร้างความฮาปนความน่ารักให้กับคนดูในบางเรื่องที่พวกเขาไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

จากนั้นกลับมาเข้าสู่เพลงต่อไป “คำตอบ” เต้ (นักร้องนำ) กลับขึ้นมาสู่เวทีอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ตะลึ่งนั่นคือ เต้ได้เปลี่ยนลุคของตัวเองโดยการตัดผม ซึ่งช่วงที่เปิดวิดีโอเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของวง เป็นช่วงเวลาที่เต้ไปตัดผมอยู่หลังเวทีนั่นเอง (ความจริงถ้าอยากให้ตื่นเต้นกว่านี้ น่าจะตัดผมบนเวทีไปเลย! ฮา ๆ หยอก) นอกจากเพลงจากอัลบั้ม White แล้วที่ได้ขนมาโชว์กันในคอนเสิร์ตนี้ เพลง “Boring Syndrome” หนึ่งในเพลงที่ได้นำมาคัฟเวอร์ก็ได้ถูกหยิบเอามาเล่นบนเวทีนี้ด้วยเช่นกัน และตามด้วยเพลง “เจ้าหน้าที่”

จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้ มีการโซโล่กลองและเบส และเข้าสู่เพลง “เดนมนุษย์” เพลงจาก EP และตามด้วยเพลง “นิทาน” เมื่อเพลง “นิทาน” จบลงปุ้ยและเมษก็ไม่รอช้าออกมาโซโล่กีตาร์สลับกัน พร้อมกับมี visual  ประโยคและคำพูดต่าง ๆ จากแฟนเพลงที่ส่งไป เป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่บีบคั้นหัวใจและเข้าสู่เพลง “สูญเสีย” ตามด้วยเพลง “กรง” โบนัสแทร็กจากอัลบั้ม White ชวนให้แฟนเพลงพากันเซอร์เคิลพิตกันอย่างดุเดือด และระเบิดความมันส์อย่างต่อเนื่องในช่วงสุดท้ายกับเพลงจาก EP “ฆาตรคีย์บอร์ด” ที่ชวนให้แฟนเพลงนั่งและกระโดดไปพร้อม ๆ กัน ต่อด้วยเพลง “โจรในเครื่องแบบ”

ที่ขาดไม่ได้ในโชว์ทุกโชว์ของ Bomb at Track ก็คือการโยนกีตาร์นั่นเอง ซึ่งเพลงนี้เมษก็ได้ทำการโยนกีตาร์ไปด้วยเช่นกัน ก่อนเข้าเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้ เต้ ได้มีการกล่าวขอบคุณทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องกับ Bomb at Track และขอบคุณทีมงานในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ แล้วปิดเวทีด้วยเพลงแรกที่ทำให้คนรู้จักพวกเขาในนาม Bomb at Track กับเพลง “อำนาจเจริญ” ทำเอาแฟนเพลงต่างพากันใส่สุดแรงเท่าที่จะมีตอนนั้น แถมยังมีการโปรยแบงค์ปลอมที่มีรูปหน้าสมาชิกวงลงมาอีกด้วยในเพลงนี้ และแล้วความสนุกก็ได้จบลง…

ถ้าพูดถึงภาพรวมในคอนเสิร์ตแล้ว เราว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ดีเลยทีเดียว แต่อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่คิดว่าเป็นช่องโหว่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ นั่นก็คือในช่วงที่เซ็ทวงเปิดนั้นมีการเว้นระยะเวลาในการเซ็ทโดยที่ปล่อยให้งานเงียบ ไม่มีการเปิดเพลงบิลด์อารมณ์หรือมีพูดคุยในระหว่างนั้น ซึ่งมันก็อาจจะทำให้อารมณ์ขาดหายไปบ้างและรู้สึกไม่ต่อเนื่อง ในเรื่องของเวทีที่มีเสาคั่นอยู่ตรงกลางของเวทีนั้น อาจจะดูรำคาญสายตาไปบ้างเล็กน้อยถ้าหากไม่ได้ยืนในมุมที่ดี

และจากที่ได้ดู Bomb at Track เล่นตามงานมาหลายครั้ง ซึ่งวงเองก็มีมาตรฐานในการเล่นที่ดีในทุก ๆ โชว์อยู่แล้ว อาจจะรู้สึกไม่ได้พิเศษอะไรมากนัก แต่เซ็ตลิสต์ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนต่างจากงานทั่วไป แถมยังมีแขกรับเชิญต่างพากันมาเติมเต็มและมาสร้างสีสันให้กับคอนเสิร์ตในครั้งนี้อีกด้วย

แต่สิ่งที่ต้องชมเลยคือทาง Bomb at Track เป็นวงที่สามารถทำให้คนดูสนุกและมีส่วนร่วมกับวงได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เรียกได้ว่าเดือดตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้าย ถือว่าเป็นวงที่มาได้ไกลมาเลยทีเดียวที่ยึดแนวเพลงแบบนี้ และสามารถมีคอนเสิร์ตใหญ่ในสเกลแบบนี้เป็นของตัวเองได้ ต้องชมเลยว่าพวกนายเก่งมาก!