ไม่กี่วันก่อนหลายคนคงได้พิสูจน์ความเจ๋งของ Carcass กันไปแล้ว มาติดตามบทสัมภาษณ์ของเจฟ วอล์กเกอร์​ มือเบส/นักร้องนำ และบิล สเทียร์ มือกีตาร์ของวงจากเทศกาลดนตรี Bloodstock Open Air เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในสหราชอาณาจักรกันครับ สัมภาษณ์โดย Scuzz TV

พวกเขาถูกถามถึงเรื่องกลุ่มแฟนเพลงที่เปลี่ยนไปในแต่ละยุคสมัยนับตั้งแต่ที่พวกเขากลับมารวมวงกันอีกครั้ง ว่ามันแตกต่างกับยุคแรกเริ่มของ Carcass ยังไงเมื่อเปรียบเทียบกัน เจฟบอกว่า “ตอนที่เรากลับมารวมวงกัน ผมคิดว่าเรากำลังจะลากพวกแฟนเพลงโอลด์สคูลออกมาดูพวกเราได้ แต่ดูเหมือนพวกเรามีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดเด็กรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อย และนั่นมันเจ๋งมาก เพราะว่าเราไม่ได้พยายามเข้าหากลุ่มแฟนเพลงเด็ก ๆ เราเขียนเพลงเพื่อพวกเราเอง และพวกเราก็อายุสี่สิบกว่า ๆ กันแล้ว แต่เรายังคงมีความดึงดูดกับคนฟังที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสิ่งที่เราทำอยู่ได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันหมายความว่าพวกเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว หรือว่าพวกเรายังไม่โตกัน แต่พวกเราก็มาพบกันครึ่งทางในจุดไหนซักจุดหนึ่ง เราไม่เคยพยายามเข้าหาแฟนเพลงวัยรุ่นเคย คุณรู้มั้ย”

เขากล่าวต่อ “ผมคิดว่าถ้าคุณซื่อสัตย์กับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ มันจะแสดงออกมาให้เห็นเองแหละ แต่ถ้าคุณอยู่ในวงดนตรีปลอม ๆ ที่ทำงานเพื่อแรงจูงใจที่มันซ่อนเร้นอยู่ ผู้คนก็จะมองมันออกเองแหละ คุณหลอกตัวเองไม่ได้ คุณเสแสร้งไม่ได้หรอก”

บิลให้สัมภาษณ์บ้าง “ถ้าคุณพยายามทำดนตรีเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่จำเพาะเจาะจง มันก็จะเห็นได้ชัด และคุณก็จะรู้สึกถึงมันได้เอง จากการฟังส่วนประกอบของดนตรีเพียงแค่ห้าวินาทีคุณก็จะรู้แล้วว่าพวกมันมาจากเพลงไหน แต่ก็อย่างที่เจฟบอกนั่นแหละ เราไม่เคยพยายามจะทำแบบนั้น ผมหมายถึงพวกเรารู้ดีว่ามันจะล่ม จากจุดเริ่มต้นและก็หลังจากนั้นมาพวกเราไม่ได้เป็นคนแบบนั้นเลย เพราะงั้นพวกเราถือว่าโชคดีมากกับปฏิกิริยาที่ส่งกลับมา แต่อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ถ้าคุณอยู่ในวงการนี้มานานพอ ไม่ว่ามันจะมีความหมั่นไส้หรืออะไรเกิดขึ้นก็ตาม คุณก็จะได้รับการเคารพจำนวนมากจากการยืนหยัดอยู่มาอย่างยาวนาน ผมคิดว่าพวกเรากำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาเหล่านั้นอยู่”

Carcass กำลังจะปล่อยอีพีใหม่ที่เป็นคอลเลคชั่นรวบรวมเพลงเก่าที่ไม่เคยปล่อยที่ไหน ชื่ออีพีนี้คือ Surgical Remission / Surplus Steel ออกมาในเร็ว ๆ นี้ เป็นเพลงที่เหลือมาจากการบันทึกเสียงอัลบั้ม Surgical Steel ครับ มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ผ่านค่าย Nuclear Blast Records

ที่มา – Blabbermouth.net