bring-me-the-horizon

ในบทสัมภาษณ์ใหม่ล่าสุดของ Bring Me the Horizon กับทางเว็บไซต์ Billboard มีอะไรน่าสนใจอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียวครับ การสัมภาษณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่วงเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมออกทัวร์ใหม่ที่นั่น ซึ่งทัวร์ก็เริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ในส่วนของบทสัมภาษณ์นั้น โอลิเวอร์ ไซคส์ พูดถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เบาลงและบวกขึ้นของอัลบั้มใหม่อย่าง That’s the Spirit ไว้ได้น่าสนใจมากทีเดียว

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ทั้งหมดนะครับ หากต้องการอ่านเต็ม ๆ เข้าไปกันได้ที่ Bring Me the Horizon Thinks They’re ‘All the Better’ Without Screaming & Breakdowns

อัลบั้ม That’s the Spirit คืออัลบั้มที่มีความเป็นเพลงตลาดมากที่ทุดที่พวกคุณเคยทำกันมา ตรงจุดไหนที่ทำให้พวกคุณตัดสินใจทิ้งดนตรีเดธคอร์และเมทัลคอร์แล้วมาทำเพลงที่มีความป๊อปมากกว่า? และทำไม?
คุณพูดราวกับว่ามันคือแฟนเก่ายังงั้นแหละ! ผมไม่คิดว่าเราละทิ้งมันออกมาซะทีเดียวนะ ตอนที่ผมอายุแค่ 17 ปี ดนตรีเดธเมทัลกับเอ็กซ์ตรีมฮาร์ดคอร์คือดนตรีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกสำหรับผม แต่เมื่อผมแก่ขึ้นกว่าเดิม รสนิยมผมก็เปลี่ยนไปและความหิวกระหายในเมโลดี้และห้วงอารมณ์ก็มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็นการพัฒนาไปตามธรรมชาติของพวกเรา ผมไม่คิดว่าหลาย ๆ วง ไม่ว่าจะป๊อปกว่าเดิมหรือเปล่าก็ตาม พวกเขาไม่ได้อินกับเพลงแบบเดิมในตอนอายุ 25 ปีเหมือนที่เขาชอบตอนอายุ 15 ปีหรอก แต่สำหรับพวกเรา เราเล่นในแนวทางนี้มาจนสุดทางแล้ว เราแค่ต้องการจะทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง

คุณกังวลบ้างหรือไม่กับปฏิกิริยาสะท้อนกับจากฐานแฟนเพลงที่อยู่กับพวกคุณมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น?
ก็คงจะเป็นการโกหกถ้าผมบอกว่าผมไม่กังวล ไม่ใช่เพราะว่ามันจะเปลี่ยนความรู้สึกที่ผมมีต่ออัลบั้มหรอกครับ แต่ผมคิดว่าตัวเองเป็นพวกที่ต้องการจะให้ทุกคนมีความสุขน่ะ ในตอนสุดท้ายแล้ว อัลบั้มนี้มันเหมาะสำหรับการที่จะไม่ได้ออกมาเป็นผลงานที่โคตรหนักหน่วงมากกว่า ไม่มีตรงไหนเลยที่เรารู้สึกว่ามันถูกประดิษฐ์ขึ้นมา หรือการเขียนมันขึ้นมาเพื่อเหตุผลอื่น ๆ นอกเหนือจากการทุ่มเทให้กับดนตรีก็ตาม เพลงพวกนี้คือผลของการทำงานหนักและการทุ่มสุดตัว และผมคิดว่ามันดีกว่าที่จะไม่มีท่อนเบรกดาวน์หรือการสครีมมิ่งอย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปในปี 2010 คุณเคยทำผลงานร่วมกับ Skrillex ในอัลบั้ม There Is a Hell Believe Me I’ve Seen It. If There’s a Heaven, Let’s Keep It A Secret เป็นงานรีมิกซ์ของอัลบั้มนั้น และในอัลบั้มใหม่ก็มีซาวด์อิเล็กทรอนิกเต็มไปหมด คุณคิดว่าดนตรี EDM กับเมทัลจะมาบรรจบพบกันได้มากกว่านี้หรือไม่?
ผมคิดว่าดนตรี EDM และเมทัล แล้วก็ร็อกมันอยู่ด้วยกันมานานแล้ว วงดนตรีอย่าง Nine Inch Nails, Linkin Park, The Prodigy อะไรพวกนั้นนั่นไง พวกเขามีอิทธิพลดนตรีจากทั้งสองแนว สิ่งเดียวที่ควรจะหยุดก็คือการนำซาวด์อิเล็กทรอนิกมาใช้เพียงแค่เป็นกิมมิคเล็ก ๆ ในเพลง มันไม่มีอะไรน่าอายไปกว่าการได้เห็นวงดนตรีเป็นร้อยวงใน Warped Tour เดินออกมาพร้อมท่อนเพลงดับสเต็ปมั่ว ๆ แบบไม่เกี่ยวข้องกับผลงานที่พวกเขาทำ หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยซาวซินธิ์กาก ๆ แล้วก็ซาวด์อิเล็กทรอนิกห่วย ๆ หลายคนยังมองว่านี่เป็นความใหม่ หรือเป็นอะไรที่ ‘กำลังอิน’ ในกระแสตอนนี้

คุณยังคงคิดว่าตัวเองเป็นวงดนตรีเมทัลอยู่หรือมั้ย?
เรามีพื้นฐานมาจากดนตรีเมทัล เพราะงั้นผมก็รู้สึกว่าเราเชื่อมต่อและเกี่ยวข้องกับแนวนั้นอยู่เสมอแหละครับ ผมคิดว่าเรามีความเป็นเมทัลพอ ๆ กับที่ Fall Out Boy มีความเป็นป๊อปพังก์ในตอนนี้นั่นแหละ

ที่มา – Billboard