bring-me-the-horizon

เมื่อวานนี้วง Bring Me the Horizon เปิดตัวซิงเกิลใหม่ล่าสุดให้ฟังกันไปแล้ว นั่นก็คือเพลง “Don’t Look Down” ซึ่งเพลงนี้ก็ได้แร็ปเปอร์ชื่อ Orifice Vulgatron จากวง Foreign Beggar มาร่วมฟีทเจอริ่งด้วย เพลงนี้จะรวมอยู่ในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Drive ที่กำลังทำขึ้นใหม่กันอยู่ครับ

ด้วยซาวด์ที่ผิดกลิ่นไปจากที่แฟนเพลงของ BMTH คุ้นเคยกัน นำเสนอผ่านซาวด์อิเล็กทรอนิกปนท่อนแร็ป ทางวงก็ได้รับความคิดเห็นในแง่ลบมากมาย ยกตัวอย่างเช่น “ฉันพอจะรับเพลง ‘Drown‘ ได้นะ แต่ฉันไม่รู้ว่าเพลงนี้มันคืออะไร มันไม่ใช่สำหรับฉันเลย” หรืออย่างเช่น “‘Drown’ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ามหัศจรรย์ของวง ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพลงนี้จะไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ควรถูกลืมไปซะ” อะไรประมาณนี้ ทางวง BMTH ก็ออกมาโพสต์แถลงการณ์โต้ตอบกับแฟนเพลง อธิบายถึงแรงจูงใจเบื้องหลังเพลงนี้

อ่านสิ่งที่ Bring Me the Horizon อยากจะบอกได้ด้านล่างครับ คิดเห็นยังไงคอมเมนต์บอกกันได้

“พวกเราปลาบปลื้มมากกับผลตอบรับทั้งด้านดีและด้านแย่ของเพลง Don’t Look Down พวกเราภูมิใจมากจริง ๆ กับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา แต่ในเวลาเดียวกันพวกเราก็เข้าใจความสับสนและตกใจของผู้คนหลังจากที่ได้ฟังเพลงนี้ เราถูกทาบทามโดยสถานีวิทยุ Radio One เพื่อให้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์สำหรับอัลบั้มเพลงประกอบชุดใหม่ของภาพยนตร์เรื่อง Drive ตอนนี้ถ้าคุณได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Drive แล้วผมมั่นใจว่าคุณจะเห็นด้วยว่าไม่ว่าจะเป็นผลงานจากอัลบั้มก่อนหน้านี้ของพวกเรา หรือเพลง “Drown” เองก็สามารถเข้ากันได้กับภาพยนตร์เรื่องนั้นเป็นพิเศษ เพราะงั้นพวกเราก็เลยตัดสินใจสร้างดนตรีที่เข้ากันได้กับฉากอันน่ามหัศจรรย์ที่พวกเราได้รับงานมา เราคว้าโอกาสในการทำอะไรบางอย่างที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เพื่อที่จะทำอะไรที่มันแตกต่างออกไป สิ่งที่ปกติแล้วพวกเราไมไ่ด้ทำมันออกมา ยังไงก็ตามผมก็รู้สึกว่านั่นมันจะไม่เข้าท่าอีกต่อไปแล้ว เพราะพวกเราจะไม่ทำสิ่งเดิมซ้ำสอง พวกเราทำการทดลอง พวกเราเปลี่ยนแปลงมัน พวกเราแบกรับความเสี่ยงเพราะเราไม่อยากย้ำอยู่กับที่ และเราร้องการจะใส่ความมีชีวิตชีวาลงไปในแนวเพลงอันน่าเบื่อนี้ และเราต้องการจะให้พวกคุณคาดเดากันว่าจะมีอะไรออกมาต่อไป เรายกระดับด้วยการดึง Orifice Vulgatron จากวง Foreign Beggars มาร่วมงานในเพลงนี้ และขอบอกอีกครั้ง ถ้าคุณสามารถเปิดไปในช่อง BBC 3 คืนนี้ตอนสี่ทุ่มแล้วชมภาพยนตร์ทั้งหมดได้ คุณจะเห็นว่ามันเป็นโปรเจ็กต์ที่มหัศจรรย์มาก และเราคิดว่าพวกเราทำส่วนของเราออกมาได้ยอดเยี่ยม และหวังว่าพวกคุณจะรู้สึกแบบเดียวกับพวกเราตอนที่ได้ชมมัน”

ที่มา – Alternative Press