ปกติแล้วไม่ได้อ่านหนังสือพวก biography ของวงดนตรีซักเท่าไหร่ครับ เหตุผลหลัก ๆ ก็คือวงดนตรีที่มีเรื่องราวมากพอจะออกหนังสือได้มักจะเป็นวงที่ ‘แก่’ ประมาณนึงแล้ว ซึ่งก็มีคนเล่าเรื่องไซด์สตอรี่ของพวกเขาลงบนอินเทอร์เน็ตไว้มากมายนับไม่ถ้วน ส่วนเหตุผลอีกข้อก็คือ หนังสือภาษาอังกฤษมันแพง กับอีแค่ซีดีเพลงกับบัตรคอนเสิร์ตนี่ก็แทบจะทำให้ไม่มีกินแล้ว ไม่สามารถหาเงินมาสนับสนุนตรงนี้ได้มากนัก

แต่พอเข้าวงการอีบุ๊กแล้วดีขึ้นครับ ลงทุนซื้อ Kindle Paperwhite มาเครื่องนึงแลกกับการเข้าถึงสโตร์หนังสือที่ราคาถูกกว่าเล่มจริงแถมพกง่าย แต่เอาเป็นว่าข้ามเรื่องพวกนี้ไปก่อน เพราะวันนี้จะมาพูดถึงหนังสือของวงดนตรีร็อกระดับหัวแถวของวงการเพลงเมนสตรีมตอนนี้ Bring Me the Horizon จากเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำนักพิมพ์ John Blake Publishing Ltd ได้วางจำหน่ายหนังสือชีวประวัติเรื่อง Bring Me the Horizon: Heavy Sounds from the Steel City ออกมา เป็นหนังสือชีวประวัติของวงอย่างไม่เป็นทางการที่เขียนโดยเบน เวลช์ ผู้กำกับหนังสั้นที่เคยมีผลงานเขียนหนังสือเกี่ยวกับวง Paramore เรื่อง Paramore: Grace มาก่อนแล้ว โดย Heavy Sounds from the Steel City เป็นเรื่องราวตั้งแต่จุดกำเนิดก่อนก่อตั้งวง Bring Me the Horizon เรื่อยมาตั้งแต่ตอนที่แสดงความเกรี้ยวกราดในฐานะวงดนตรีเดธคอร์หัวแถวของวงการเพลงใต้ดิน จนกลายมาเป็นวงดนตรีที่แฟนเพลงหลายหมื่นตั้งตารอคอยการแสดงสดเต็มสนามกีฬา

ด้วยความที่เคยอ่านหนังสือชีวประวัติของวงดนตรีรุ่นเก่า ๆ มาบ้าง ความรู้สึกของการอ่านเรื่องราววงดนตรีวัยรุ่นก็ถือว่าให้ประสบการณ์ที่แปลกไปพอสมควรครับ เพราะว่าสามารถ ‘อิน’ ได้มากกว่าการรับรู้เรื่องราวของยุคที่เรายังไม่เกิดซึ่งเห็นภาพได้มากกว่า เช่นเหตุการณ์อย่างตอนที่โอลิเวอร์ ไซคส์ ฟรอนต์แมนของวงได้รู้จักกับอัลบั้ม Hybrid Theory ของวง Linkin Park และกระโดดเข้าสู่โลกของดนตรีเมทัล (หลายคนในไทยที่วัยเกือบ ๆ หรือเลยสามสิบไปไม่นานน่าจะเริ่มจากตรงนี้กันเยอะ) หรือตอนที่เขาไปดูคอนเสิร์ตของวง Funeral for a Friend แล้วได้ขึ้นไปร้องเพลงแทนนักร้องนำที่ร้องไม่ไหว แล้วค้นพบว่าตัวเองอยากร้องเพลงเสียงดังโวยวาย จนตัดสินชวนเพื่อนมาก่อตั้งวงดนตรี เป็นต้น แน่นอนว่าถ้าติดตามซีนเพลงเมทัลในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เห็นชื่อวงอะไรในเล่มนี้ก็ต้องรู้สึกคุ้นหูคุ้นตาหรือเคยฟังกันมาแทบหมดแล้ว (ความรู้สึกแบบนี้จะไม่เกิดเวลาอ่านเรื่องของวงดนตรีรุ่นพอ เพราะมักจะมี info ในหัวไม่มากพอจะอิน ฮ่า ๆ)

ถึงแม้จะเป็น unofficial story ที่เขียนโดยคนนอกแต่ก็ถือว่าเล่าเรื่องราวได้สนุกพอควร ได้รับรู้ถึงอิทธิพลดนตรีของสมาชิกแต่ละคนในวง รวมถึงชีวิตขาขึ้นและขาลงไปตั้งแต่ตอนที่โดนปาของโห่ไล่ให้ลงเวที มาจนถึงตอนที่ก้าวขึ้นไปแสดงในสนามกีฬาเวมบลีย์อันยิ่งใหญ่

ส่วนที่รู้สึกว่าน่าเบื่อในเรื่องดูจะหนีไม่พ้นการรีวิวอัลบั้มแบบ track-by-track อันยาวเหยียดซึ่งถ้าคนอ่านเป็นแฟนเพลงที่เคยฟังกันมาหมดอยู่แล้วไม่จำเป็นจะต้องทวนซ้ำ เรียกว่าถ้าตัดตรงนี้ออกไปก็คงจะทำให้หนังสือบางลงและใส่รายละเอียดส่วนอื่นเข้าไปได้อีกมาก แต่เข้าใจว่าผู้เขียนคงอยากจะชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการทางดนตรีที่เปลี่ยนไปโดยละเอียด ทั้งในเรื่องของภาคดนตรี และเนื้อหาหลักของเนื้อร้อง แต่ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเปลืองพื้นที่เพราะแฟนเพลงที่ซื้อหนังสือเล่มนี้อ่าน คงไม่คิดจะอ่านรีวิวอัลบั้มซ้ำไปซ้ำมาอีกหรอก (มั้งครับ ถ้าเข้าใจผิดไปก็ขออภัยมา ณ ที่นี้)

รวม ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องราวที่อ่านสนุกใช้ได้ประมาณนึงครับถึงความระห่ำของ Sex, drugs, rock & roll จะสู้วงดนตรีเฮฟวี่รุ่นพ่อสมัย 80s ไม่ได้ แต่สำหรับวงดนตรีวงหนึ่งที่ตั้งกันขึ้นมาเพื่อระเบิดพลังในคลับเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของอังกฤษ วงดนตรีที่ครอบครัวต้องขับรถไปส่งที่ร้านเพื่อแสดงคอนเสิร์ต กลายมาเป็นวงที่สามารถเห็นเส้นขอบฟ้าได้จริงตามชื่อวงอย่างที่ตั้งใจไว้ก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่น่าสนใจมากทีเดียว ส่วนตัวให้ 3.5/5 ครับ!