“พวกเราก็อยากจะแสดงโชว์ที่ดีที่สุด ในทุก ๆ วัน ในทุก ๆ สัปดาห์ ในทุก ๆ รอบที่พวกเราทำ แล้วก็หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจ เป็นความสนุกสนาน แล้วก็เป็นสถานที่ที่ทุกคนอยากจะกลับมาอีกเรื่อย ๆ เลยค่ะ”เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวง BNK48 พูดไว้ระหว่างการให้สัมภาษณ์ก่อนโชว์ BNK48 Team BIII 1st Stage “PARTY ga Hajimaru yo” รอบแรกเพื่อเปิดตัวแคมปัสของวงที่ห้างฯ เดอะมอลล์บางกะปิ เมื่อช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

แม้จะเป็นสื่อสายดนตรีร็อก-เมทัล แต่ด้วยความที่เมมเบอร์ของวงบางคน เช่น ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร กับตันทีม BIII (อ่านว่า บี-ทรี) และแคนแคน-นายิกา ศรีเนียน ก็เป็นคอเพลงสายหนักเช่นเดียวกัน แถมยังเคยมานั่งสัมภาษณ์กับเราตั้งแต่สมัยที่ยังไม่เปิดตัวซิงเกิลแรก ก็เลย ‘ตก’ ชาวร็อกไปเป็นโอตะได้เป็นจำนวนมาก และทำให้ทางเราได้รับอานิสงส์ในการร่วมงานเปิดตัวแคมปัสครั้งนี้ไปด้วย (เค้าเรียกว่าสั่งสมแต้มบุญมาดี)

แต่นอกจากเฌอปรางแล้ว อีกหนึ่งเมมเบอร์ที่วันนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ปัญ เมทัลเฮดฝ่ายหญิงที่น่าจะเป็นที่นิยมที่สุดในไทยตอนนี้ หนึ่งในเมมเบอร์ยอดนิยมของรุ่นแรกที่วันนี้มาในฐานะกัปตันทีม BIII ซึ่งเป็นทีมเมมเบอร์ที่จะทำหน้าที่แสดงโชว์ที่เธียเตอร์แห่งนี้ไปเรื่อย ๆ ตามตารางการแสดงที่จัดไว้ ซึ่งที่ทราบมาก็คือที่กรุงเทพฯ เป็นที่แรกที่ได้สร้าง venue ในระดับแคมปัสที่

“อยากทำให้มันเป็นบ้านจริง ๆ ที่มีครบทุกอย่าง รวมไปถึงข้างหน้าก็จะเห็นว่าเป็นรูปหัวใจ ทุกครั้งที่เพลงของเราเปิดหัวใจก็จะกระพริบเหมือนกัน ก็เหมือนกับว่าทุกอย่างมันผูกผันกัน”ปัญ กัปตันทีม BIII พูดถึงบ้านหลังใหม่ที่หลังจากนี้จะใช้เป็นทั้งที่ทำการแสดงและฝึกซ้อม

การสัมภาษณ์ดำเนินไปได้ราวสิบนาทีก่อนที่เมมเบอร์ทั้งหมดจะกลับเข้าด้านหลังเพื่อไปเตรียมตัวทำการแสดง

หลังจากที่ให้สัมภาษณ์สื่อกันเสร็จเรียบร้อยทั้งเหล่าผู้บริหารและเมมเบอร์ของวง ก็เป็นช่วงไฮไลท์สำคัญอีกหนึ่งช่วง กับการที่เมมเบอร์ของทีม BIII จะมาเซ็นกำแพงร้านขายของที่ระลึกที่ด้านหน้าแคมปัส

ซึ่งช่วงเซ็นกำแพงร้านก็มีเซอร์ไพรส์อีกดอกเป็นเหล่าเมมเบอร์ที่ไมไ่ด้อยู่ในทีมตามมาเซ็นด้วยเช่นกัน เท่ากับว่าวันนี้สมาชิก BNK48 รุ่น 1 ชุดปัจจุบันมากันเยอะกว่าที่เห็นออกสื่อ เสริมให้บรรยากาศหน้างานยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก เหล่าโอตะที่ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่แคมปัสได้มามุงร้านกันคับคั่ง และทำให้กำแพงร้านธรรมดา ๆ กลายเป็นกำแพง SSR ที่เหล่าโอตะอยากทุบกลับบ้านไปเป็นที่เรียบร้อย (เห็นว่าพี่กั้ง นักร้องนำ The Rocket Whale ที่ไปในนามของอีกสำนักข่าวหนึ่งวางแผนจะซื้อห้างเอากำแพง)

 

บรรยากาศหน้าแคมปัส

สำหรับตัวแคมปัส พื้นที่หลัก ๆ นอกจากโรงละครที่ใช้แสดงแล้วก็จะมีเป็นส่วนของคาเฟ่ที่ดูจะเป็นพื้นที่หลัก เพราะร้านขายของที่ระลึกเป็นแค่ห้องเล็ก ๆ ซึ่งก็กระชับดีครับ เข้าไปเจอของทั้งหมด ไม่ต้องเดินวนไปวนมา พลิกตัวหนึ่งวินาทีก็จ่ายเงินให้แคชเชียร์ได้เลย ก็ไม่รู้จะทำให้มันใหญ่ไปทำไมเพราะคนมาซื้อของก็คงมีสิ่งที่อยากได้ในใจอยู่แล้ว

ตรงคาเฟ่วันนี้คึกคักดี ได้ลองเครื่องดื่ม (ฟรี) ไปหลายเมนู ถือว่าทำออกมาได้ดี ในอนาคตถ้าผ่านมาแถวนี้อีกจะมาลงรายละเอียดกันอีกที (อยู่บางแค จะให้มาแฮงเอาต์บางกะปิบ่อย ๆ มันก็คงเกินไปครับ!)

ว่ากันต่อเรื่องโรงละครด้านใน (ศัพท์ที่เรียกอย่างเป็นทางการคือ เธียเตอร์) เป็นห้องขนาดไม่ใหญ่มาก จุได้ประมาณ 2-3 ร้อยที่นั่ง เวทียกสูงจากพื้นไม่มาก ให้อารมณ์เหมือนมาดูงานแสดงตามโรงเรียน อารมณ์เชียร์ลูกเชียร์หลาน เชียร์น้องสาว เชียร์พี่สาว (เลือกศัพท์ใช้กันเอาเองตามวัย) ขนาดก็กำลังพอเหมาะดีนะครับ เท่าที่กะจากสายตาคือต่อให้นั่งแถวหลังสุดก็คือยังไม่ไกลเกินกว่าจะเห็นสีหน้าของเมมเบอร์บนเวที แอร์ก็เย็นดีด้วย เข้าไปทีแรกก็คิดเลยว่า ‘เช่าที่นี่จัดงานเมทัลบ้างได้มั้ยน้าาาา

ระหว่างนั่งรอน้อง ๆ ก่อนเริ่มโชว์ มีช่วงหนึ่งที่เสียงเพลงเปิดคลอในห้องดับลง แล้วเป็นเสียงประกาศข้อกำหนดต่าง ๆ ระหว่างรับชม ซึ่งคนประกาศก็คือกัปตันปัญสิกรณ์เอง เป็นอีกโมเมนต์ที่ได้คะแนนนิยม พี่ ๆ สื่อมวลชนปรบมือให้กำลังใจแม้จะไม่เห็นตัวก็ตาม

ก่อนที่โชว์จะเริ่ม ตอนไฟห้องดับนี่ตกใจจริง ๆ นะครับ (สัส) คือมันมืดแบบ literally มืดเลย ดำสนิทยิ่งกว่าปกอัลบั้มของพี่ฮิวโก้ คือปกติแล้วต่อให้เป็นคอนเสิร์ตในที่ปิดแค่ไหน เวลาดับไฟมันก็ยังพอมีแสงสว่างอะไรให้เห็นอยู่บ้าง อันนี้เป็นประสบการณ์ใหม่จริง คิดว่าในอนาคตเค้าอาจจะเพิ่มไฟด้านหน้าเวทีอีกนิดนึง 555

(อันนี้ตัวอย่างเครื่องดื่มในร้าน ชาเขียว ข้น ๆ ไม่ค่อยหวาน ซึ่งก็ดีแล้ว คนเราจะกินหวานอะไรกันมากมาย)

 

โชว์ไทม์!

หลังจบแทร็กอินโทร “Overture” น้อง ๆ ทีม BIII อันเป็นที่รักก็ปรากฎตัวออกมาพร้อมคอสตูมใหมที่ใส่โชว์ตอนให้สัมภาษณ์สื่อ เซ็ตลิสต์วันนี้เป็นเซ็ตลิสต์แบบที่หาดูได้เฉพาะในเธียเตอร์เท่านั้น (ถ้าไปตามหวีดตามติ่งที่อีเวนต์ข้างนอกจะเป็นเพลงอีกแบบ) ช่วงแรกแม้จะสนุกแต่ด้วยความที่ผู้เสพส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร สื่อ และแขกรับเชิญ ก็เลยเหมือนเป็นงานโรงเรียนที่มีแต่คุณพ่อคุณแม่มาดูจริง ๆ 5555 เปิดกันด้วยเพลง “ปาร์ตี้ในฝัน” (PARTY ga Hajimaru yo) สนุก ๆ ก่อน แล้วตามด้วยเพลงที่ใครต่อใครรอฟังตั้งแต่เห็นชุดใหม่ของเธียเตอร์ นั่นก็คือเพลง “Dear Teacher” ถัดมาคือ “แอปเปิ้ลอาบยาพิษ” (Doku Ringo wo – Tabesasete) เล่นกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็มาพูดคุยกับคนดูกันบ้าง เป็นช่วงเมมเบอร์แนะนำตัว แต่ละคนก็คุมคาแรกเตอร์ของตัวเองได้ดี มีสั่น ๆ บ้างเพราะเป็นโชว์แรก แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร (แถมบางคนถึงขั้นเสียน้ำตากันเลยทีเดียว)

จบจากการแนะนำตัวก็เป็นโชว์ของยูนิตต่าง ๆ ยิบย่อย สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ทั้งเมมเบอร์และชุดที่ใส่ เปิดกันด้วย “พลิ้ว” (Skirt, Hirari) ในเวอร์ชันที่มีกัน 5 คน แล้วตามมาด้วย “เพื่อนคนพิเศษ” (Classmate) เพลงช้าใส ๆ ให้สาว ๆ ได้พักผ่อน และลากความชิลต่อกันมาอีกเพลงกับ “คำสัญญาแห่งคริสต์มาสอีฟ” (Anata to Chrismas Eve) กับดูโอ แก้ว-ตาหวาน ฟังแล้วก็นึกถึง แจน ที่แกรดออกไปก่อนหน้านี้เหมือนกันนะครับ แล้วตามมาด้วย “จูบ…ไม่ได้นะ” (Kiss wa Dame yo) กับยูนิต เจนนิษฐ์ มิวสิก เนย เมมเบอร์แต่ละคนมาในชุดสีทองผ่องอำไพชวนแสบตา ถือว่าเป็นคอสตูมที่เด่นมาก ๆ ชุดนึงของโชว์นี้เลย ฟรุ้งฟริ้งวิ้งว้าวยังกับสาวคาเฟ่ แล้วก็ตามมาด้วยเพลงช้าอีกเพลง “อุณหภูมิของดวงดาว” (Hoshi no Ondo) ที่ อร เฌอปราง ก่อน และไข่มุกเปลี่ยนมาในชุดเดรสสีขาวแบบออกงานกาลาดินเนอร์ได้สบาย ๆ

รวม ๆ แล้วเนื้อเพลงภาษาไทยแบบที่ได้ยินคร่าว ๆ ก็ไม่ได้แย่นะครับ ซึ่งตรงนี้ความดีความก็ขอยกให้ผู้เรียบเรียงทุกท่าน  และระหว่างรอยต่อของเพลงนี้กับเพลงถัดไปก็มีการเอ็นเตอร์เทนคนดูด้วยการถามตอบของเมมเบอร์กันเล็กน้อย เพื่อให้เวลาเมมเบอร์ที่เพิ่งเล่นเพลงล่าสุดจบไปได้เปลี่ยนชุดตามเพื่อนให้ทัน ก็ถือว่าเรียงขั้นตอนการโชว์มาดี ไม่มีเด๊ดแอร์ หลังจากนั้นเมมเบอร์ทั้งหมดก็ปิดท้ายช่วงแรกกันด้วยเพลง “ความทรงจำและคำอำลา” (Sakura no Hanabiratachi) ที่กัปตันเฌอปรางอินระดับร้องเพลงไปปาดน้ำตาไป แดเมจรุนแรงมาก ฟาด 9,999 hit ใส่โอตะพุงพลุ้ยอย่างข้าพเจ้าได้แบบตายสลบ (ล้อเล่น)

ปิดท้ายช่วงแรกกันด้วยเพลงที่สิบ “ฟ้าสีคราม” (Aozora no Soba ni Ite) ก่อนจะหายวับกลับหลังเวทีกันไป ทิ้งไว้แต่ห้องมืด ๆ เงียบ ๆ ยังไม่เปิดไฟไล่แสดงว่าต้องมีอังกอร์ แต่ งานรวมสื่อแบบนี้จะมีคนรู้คิวมั้ยวะ อันนี้ถามตัวเองในใจ สรุปว่า มี! อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณพี่คนที่เริ่มตะโกน “B-N-K-!” คนแรกมากที่ทำให้บรรยากาศจากงานเชิญสื่อเรียบ ๆ กลายเป็นงานสนุก ๆ ขึ้นมา คนรอบข้างตะโกนอังกอร์เรียกวงกันสนุกสนาน ส่วนตัวคิดว่านี่เป็นอังกอร์ที่นานที่สุดในชีวิตการดูคอนเสิร์ตเลย แล้วคนก็ไม่ยอมหยุดเรียกกันซักทีด้วย ใจอย่างมา!

ที่ต้องอังกอร์นานก็ไม่ใช่อะไร น้อง ๆ เค้าไปเปลี่ยนชุดอีกรอบแบบพร้อมกันยกวง เซ็ตสุดท้ายแต่ละคนมาในชุดทะมัดทะแมง เสื้อยืด BNK48 สีขาว กางเกงยีนส์ขาสั้น พร้อมแดนซ์เต็มที่ แล้วก็เปิดด้วย “BNK48” เพลงขาติของวง อย่างที่บอกว่าพอมีคนเปิดอังกอร์ปุ๊บบรรยากาศในงานเปลี่ยนไปเลย คนดูช่วยกันเฮบ้าง ตะโกนเรียกชื่อโอชิตัวเองบ้างตามธรรมเนียมการชมคอนเสิร์ตไอดอล เห็นนั่งเงียบ ๆ กันมาเป็นชั่วโมง แน้ อั้นของกันอยู่นี่เอง

ถัดมาทางวงหยิบเพลง “พลิ้ว” ขึ้นมาเล่น่อีกรอบ แต่คราวนี้เป็นเวอร์ชั่นทีม BIII ยกทีม พลิ้วกันแน่นเวทีแม้จะไม่มีใครใส่กระโปรงเลยก็ตาม ตามมาด้วยเพลงช้าผ่อนแรงเล็กน้อย “365 วันกับเครื่องบินกระดาษ” (365 nichi no Kamihikouki) ให้คนได้ฟินกันไป ก่อนจะลากันไปแบบจริง ๆ จัง ๆ ด้วยเพลง “ความทรงจำและอำลา” ที่หยิบขึ้นมาเล่นอีกครั้งหลังจากที่โชว์ไปแล้วตอนเซ็ตแรก

 

ไลฟ์ครั้งแรกก็ย่อมมีแตกตื่นกันบ้าง

แม้จะสัมผัสได้ว่าซ้อมกันมาหนัก แต่ก็เห็นชัดว่าหลายคนมีอาการตื่นเต้นพูดผิดพูดถูก บางคนถึงขั้นกลั้นน้ำตาไม่ได้ (เช่นครูแก้วและเฌอปราง) แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นโชว์ที่ความเอ็นเตอร์เทนอัดแน่นดี สร้างมาตรฐานเธียเตอร์โชว์ครั้งแรกเอาไว้ได้สูงเหมือนกัน (ส่วนตัวโชว์นี้ชอบพลังของน้องมิวสิก ใส่พลังจนหัวกระเซิงกันเลยทีเดียว)

สำหรับการเป็นกัปตันทีมครั้งแรกของปัญถือว่าทำได้ดี เอาอยู่ทั้งช่วงโชว์และช่วงพูดคุยเอ็นเตอร์เทนคนดู มุกตลกอาจจะต้องฝึกอีก (พูดอย่างมั่นใจ 555) แต่บรรยากาศความสนุกถือว่ามาถูกทางแล้ว เป็นการแสดงที่ดี และก็เป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม จากการพยายามตั้งใจฝึกฝนและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดมาตลอดปี ขอให้อนาคตสดใสรุ่งเรืองกันทั้งทีมหมื่นปีหมื่นหมื่นปี

 

สรุป

พอดูโชว์นี้จบก็รู้ทันทีครับว่า ใครมีบัตร Founder Member และ Campus Card อยู่กับตัวนี่คุ้มค่าเงินที่เสียไปแน่นอน คุณมาถูกทางแล้วเหล่าผู้สร้างทั้งหลาย เพราะนอกจากความน่ารักที่เป็นจุดขาย โชว์ที่เค้าไปพร่ำฝึกพร่ำซ้อมกันมามันก็ดูดีและคิดว่าเหล่าโอตะน่าจะฟินกันแน่ ๆ ถ้าได้ดู ก็อดใจรอกันอีกไม่นาน 11 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป อีกไม่กี่วันแล้วครับ

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณฝ่ายประชาสัมพันธ์ของวงอีกทีสำหรับการเชื้อเชิญไปร่วมงานครับ หวังว่าจะมีอีก เพราะถ้ามีก็ยินดีจะไป แหะ ๆ

ขอปิดท้ายด้วยภาพสติกเกอร์ Press ที่แปะแบบไม่เกรงใจลายเสื้อน้า ๆ Slayer ที่เคารพรัก Yeah!

ผู้ร่วมก่อตั้ง และบรรณาธิการ (สมัครเล่น) ของ Headbangkok.com ชอบฟังเพลงทุกแขนง แต่ตัดขาดจากร็อกโวยวายไม่ได้ เลี้ยงเบียร์ได้เวลาพบเจอตามคอนเสิร์ตครับผม