Andy Biersack นักร้องนำวง Black Veil Brides ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์กับทาง Rob Flynn ฟรอนต์แมนวง Machine Head ในรายการพอดคาสต์ “No Fuckin’ Regrets With Robb Flynn”เกี่ยวกับตอนติดเหล้าจนไปก่อวีรกรรมแย่ ๆ เอาไว้ ซึ่งยังทำให้การงานมีปัญหา จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจเลิกเหล้ามานานกว่า 6 ปี มีรายละเอียดดังนี้ครับ

“มันเคยเป็นแค่เพียงหนึ่งในเหตุการณ์ตอนที่ผมยังเด็ก สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดในโลกมันคือการอยู่ในวงร็อก ไปออกทัวร์ และได้ทำอะไรตามความฝันของตัวเอง”

ผมเติบโตมาแบบไม่ได้เข้าหาสังคมมากเท่าไหร่ เอาง่าย ๆ เลยนะ ช่วงวัยเด็กผมจะเล่นกีฬา หลังจากนั้นก็กลับบ้านมาเพนต์หน้าแล้วก็ร้องเพลงหน้ากระจก หลังจากนั้นผมก็จะออกไปซ้อมฮอกกี้หรืออะไรก็ตามแต่ แล้วก็จะกลับเขียนหน้าแล้วก็ร้องเพลงหน้ากระจกเหมือนเดิม คิดถึงความใฝ่ฝันการเป็นนักวาดภาพและดูพวกการแต่งตัว นั่นแหล่ะมันเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่ได้มีเวลาให้เพื่อน”

“ผมเป็นประเภทเด็กที่โดดเดี่ยว และไม่เคยสร้างมิตรภาพอะไรเลย ผมไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรต่อหน้าคนอื่น ๆ”

หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสขึ้นรถออกทัวร์แบบภูมิภาค สิ่งที่ผมสร้างไว้มันเกิดขึ้นแล้ว เราเคยไปเล่นดนตรีกันที่ใต้ถุนตึกมีคนดูเพียง 5 คน อืม แต่คนมันก็มากกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีกนะ แล้วคนดูที่นั่นก็บอกเราว่า ‘เฮ้ย พวกมึงมันกาก’ และผมก็แบบ ‘โอ้ โคตรเจ๋งเลยที่พวกกูมันกาก’ ด้วยวัยเพียง 22 ปี คุณจำเป็นจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างบนโลกใบนี้”

“สิ่งเหล่านั้นมันคือเรื่องที่เกิดขึ้น ความเด็กน้อยที่ต้องออกไปลุยอาชีพนักดนตรี แล้วผมก็เริ่มสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองจากคนรอบ ๆ ตัว และทุก ๆ คนในวงนี่แก่กว่าผมหมดเลยนะ รวมไปถึงทุก ๆ ที่ที่ไปก็มีแต่คนแก่กว่าผมเหมือนกัน”

“ผมได้ดูผู้คนที่รู้ว่าชีวิตของตัวเองเป็นแบบไหน ผมมองว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องทำ คุณต้องออกไปปาร์ตี้แบบหนักหน่วง คุณต้องบ้าคลั่ง คุณต้องปลูกฝังตัวตนให้เป็นแบบนั้น และไอสิ่งพวกนี้มันก็เข้ามาในชีวิตผมตอนอายุ 21, 22 ผมได้ห่อหุ้มเอาไอความคิดประหลาด ๆ แบบนี้เข้าตัวมา แต่พอถึงช่วง 20 ปีกลาง ๆ ผมก็ยุติสิ่งเหล่านี้ไป”

“ผมใช้เวลาไปเยอะแยะมากมายในการทำคาแรคเตอร์แบบนั้นที่สร้างมาจากความคิดของผม และพยายามสวมบทบาทแบบนั้น”

“วงพวกเราได้รับคำด่ามากมายในตอนที่เพิ่งเริ่มต้น มันทำให้ผมโมโหและโกรธเลยนะ และผมก็ต้องการปกป้องตัวเองกับวง”

“แล้วสิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้นผมเคยเป็นเด็กที่มาจากเมืองเล็ก ๆ ที่ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว เป็นคนที่ต้องการอยู่รอบ ๆ กับคนที่เป็นเหมือนผม ผมมีความรู้สึกว่าต้องการรับผิดชอบต่อแฟนเพลงของเรา ต้องเป็นคนที่ยืนหยัดเพื่อพวกเขาและต่อสู้กับคนที่พูดจาแย่ ๆ กับวง และมันก็ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่”

“แต่สิ่งที่ผมเลือกทำในตอนนั้นคือผมเมาและพวกเราก็เล่นไป 3 เพลง โดยใช้เวลาอย่างมากในการหยุดพักเล่นดนตรีเพื่อพยายามซัดกับผู้คน มันไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อสุขภาพเลย”

“พอหลังจากเล่นเสร็จมันก็ทำให้ผมรู้สึกดาวน์ ผมกลับไปที่โรงแรมดื่มเองคนเดียว พยายามที่จะเขียนเพลงแต่มันก็จับจุดอะไรไม่ได้เลย แล้วผมก็ไปถึงในจุดที่ผมไม่ได้ติดเหล้ามากมายอีกต่อไปซึ่งมันเป็นสิ่งที่พยุงตัวผมขึ้นมาเลยนะ สิ่งที่ผมได้เคยทำลงไปเพียงเพราะว่าผมเข้ากับสังคมยาก แถมยังไม่รู้ว่าตัวเองคือใครกันแน่จนได้ให้สิ่งเหล่านั้นสร้างตัวตนผมขึ้นมาและทำมันได้ช่วยให้ผมรู้สึกดีตอนที่ออกไปข้างนอกหรือเป็นอย่างที่ผมอยากเป็น”

“แล้วพอไอคาแรคเตอร์นี้มันเข้ามา ผมก็ ‘เอาวะ จัดดิวะ’ มันมีตอนที่ผมไปอัดเพลง โปรดิวซ์เซอร์ของวงตอนที่อยู่ค่ายแรกบอกกับผมว่า ‘เสียงมึงจะดีถ้ามึงดื่มนะเว้ย’ ซึ่งตอนนั้นผมอายุ 20 ยังไม่ได้รับอนุญาติให้ดื่มได้ตามกฎหมายด้วยซ้ำ ผมได้ถามโปรดิวซ์เซอร์ระดับ A-List คนนั้นว่า ‘ซาวด์จะออกมาดีถ้าคุณดื่ม งั้นคุณก็ต้องเลือกที่จะดื่มกอนที่จะอัดเสียงร้องอ่ะดิ’ ผมก็เลยเออออตาม มันก็เลยกลายเป็นการเติมเต็มตัวเองด้วยอะไรแบบนี้”

“หลังจากนั้นภรรยาของผม (Juliet Simms หรือ Lilith Czar) เป็นนักดนตรีเหมือนกัน แล้วเธอก็เป็นคนที่เจออะไรมาคล้าย ๆ กับผม เธอเริ่มต้นตั้งแต่ยังเด็ก และในชีวิตของเธอก็มีวิถีทางคล้ายคลึงกับผม พวกเราทั้ง 2 คนเลยมาคุยกันว่า ‘เรามาตัดไอสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตกันเถอะ’ แล้วเราก็ได้ทำมันร่วมกัน และตอนนี้ระยะเวลาเลิกเหล้าของเราก็เท่ากันด้วย พวกเรามีความสุขแบบทวีคูณและมีสุขภาพที่ดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยครับ”

ที่มา : blabbermouth