แซ้กกี้ เวนเจินซ์ มือกีตาร์ Avenged Sevenfold ให้สัมภาษณ์กับ Billboard.com ว่าทางวงกำลังจะ ‘จัดทริปไปญี่ปุ่นแบบเร่งด่วน’ หลังจากที่พวกเขาเสร็จสิ้นภารกิจกับเทศกาลดนตรี Rockstar Energy Drink Mayhem Festival ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ และวางแผนที่จะรีบกลับจากญี่ปุ่นมาเริ่มต้นทำผลงานอัลบั้มใหม่ต่อจาก “Hail to the King” ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้วกันต่อเลย

ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ดังกล่าวบอกไว้ว่า:

“ผมคิดว่าพอเรากลับมาถึงบ้าน ไอเดียมันก็จะเริ่มบ่มเพาะได้ที่พอดี” เวนเจินซ์กล่าว “ผมรู้ว่าซิน [ซินนิสเตอร์ เกตส์ มือลีดกีตาร์ของวง] เขียนเพลงสนุก ๆ ไว้เพียบเลย ลองเขียนออกมาหลาย ๆ สไตล์ บันทึกเสียงกันที่หลังเวที ทำตัวเองให้ยุ่งตลอดเวลา ผมก็คิดถึงพวกไอเดียทั้งหมดไว้ ผมฟังดนตรีหลายแนวมากเพื่อมองหาแรงบันดาลใจ – เหมือนที่พวกเราทุกคนทำนั่นแหละ และในการออกทัวร์มันก็ทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจเพียบเลย การได้ดูวงอย่าง Body Count ที่มี Ice-T อยู่ด้วยนั้น พวกเขามีริฟฟ์กีตาร์ที่โอลด์สคูลมาก ๆ และริฟฟ์พวกนั้นมันก็อยู่ในมาตรฐานที่สูงสุด มันก้าวร้าวนิดหน่อยแต่มันโคตรเท่เลย มันมีแรงบันดาลใจมากมายที่พวกเราได้รับมา”

อ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ที่ Avenged Sevenfold’s Zacky Vengeance Talks ‘Waking the Fallen’ Reissue ครับ

อัลบั้ม “Hail to the King” เป็นผลงานชุดล่าสุดของวงที่เปิดตัวอันดับที่ 1 บนบิลบอร์ดชาร์ต เป็นผลงานชุดต่อจาก “Nightmare” ที่ออกมาเมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นผลงานที่เปลี่ยนแปลงดนตรีของวงไปเยอะมากเพราะพวกเขาหันไปทำดนตรีเฮฟวีเมทัลแบบโอลด์สคูลกันแทนโดยได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจาก Metallica อัลบั้มปกดำและ Guns N’ Roses – “Appetite for Destruction” ทางด้านซินนิสเตอร์ เกตส์เคยให้สัมภาษณ์กับ TimesLeader.com เอาไว้ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากวงอย่าง Black Sabbath, AC/DC, Led Zeppelin ในอัลบั้มนี้ด้วย อัลบั้มนี้เป็นผลงานที่อริน อิลลิเจย์ มือกลองของวงได้เข้ามาทำงานด้วยแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นครั้งแรก เพราะอัลบั้มก่อนหน้านี้อย่าง “Nightmare” ยังมีผลงานของเดอะ เรฟ มือกลองผู้ล่วงลับถูกนำมาใช้ด้วย

พวกเขากำลังจะนำอัลบั้ม “Waking the Fallen” กลับมาขายใหม่อีกครั้งในชื่อว่า “Waking the Fallen: Resurrected” โดยจะใส่เพลงใหม่เข้าไปด้วยถึง 11 เพลง เป็นผลงานเก่าที่ไม่เคยปล่อยที่ไหนมาก่อน อาร์ตเวิร์ตใหม่ มิวสิควิดีโอเพลง “Unholy Confessions” แบบ first-cut และสารคดีวันวานของวงความยาว 30 นาที

ที่มา – Blabbermouth.net