เราคงจะได้เห็นผลงานใหม่ล่าสุดของ As I Lay Dying ที่พึ่งปล่อยออกมาพร้อมเซอร์ไพรซ์ที่เรียกได้ว่าเหวอกันไปทั้งโลกมนุษย์นั่นก็คือการกลับมารวมกันของสมาชิกเดิมทั้งหมด พร้อมด้วย Tim Lambesis ฟรอนต์แมนผู้ที่กลับมาจากการถูกจองจำด้วยคดีสะเทือนวงการ แม้ในทางกฎหมายเขาจะได้ชดใช้ความผิดไปหมดแล้ว แต่กระแสสังคมคือสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญต่อไป ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ชีวิตคนต้องดำเนินต่อไป ความเชื่อถือสร้างได้ถ้าตั้งใจจริง

หลังจากปล่อยซิงเกิลคัมแบ็ค ทางวงก็ได้ปล่อยคลิปเปิดใจแบบสมาชิกครบทั้งวงเป็นครั้งแรก เพื่อพูดถึงสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมาว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง รวมทั้งความรู้สึกของสมาชิกในวงที่มีต่อทิม แต่ทั้งนี้ ไม่มีการพูดถึงอดีตภรรยาของทิมในการเปิดใจครั้งนี้แต่อย่างใด

และนี่คือบางช่วงที่สมาชิกทุกคนได้พูดไว้ในคลิปอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดย Tim เป็นผู้ที่เริ่มต้นเปิดการสนทนานี้

ช่วงที่ผ่านมามีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในเรื่องเพลงและเรื่องอื่น ๆ รวมถึงก่อนหน้านั้นที่ผมได้ออกมาขอโทษต่อสังคมอย่างเป็นทางการ

แต่เบื้องหลังจริง ๆ แล้ว เราได้มีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว และมันทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก มันเป็นประเด็นที่หลายคนสงสัยและคิดว่าผมนั้นแสดงความจริงใจแค่ไหน

เราได้พูดคุยกันมาประมาณเกือบสองปีก่อนที่ผมจะออกมาขอโทษผ่านสื่อ เราคุยกันแบบเปิดอกจริงจังมากกว่าครั้งไหน ๆ เลย มากยิ่งกว่าที่เราออกมาพูดครั้งนี้หรือการเขียนอธิบายที่ไหนอีก

ผมเริ่มจากการติดต่อหา Jordan และ Josh ตอนนั้นผมคิดว่าต้องเริ่มจากตรงไหนสักแห่ง ผมเลยอยากเริ่มจากคนที่คุ้นเคยที่สุด ผมเขียนอีเมลไปหาพวกเขาเมื่อนานมาแล้ว แล้วจุดเริ่มต้นของการพูดคุยก็คือ ผมฟังพวกเขาก่อน จากนั้นผมจึงเริ่มต้นขอโทษพวกเขาถึงกระแสสังคมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากผมแบบริปเปิลเอฟเฟกต์ (ripple effect = กระแสสังคมที่เกิดขึ้นกับบุคคลใดแล้วกระเพื่อมออกเป็นวงกว้างบานปลาย คล้ายน้ำที่หยดลงบนผิวน้ำจนเกิดเป็นคลื่นกระเพื่อมออกไป)

ผมยอมรับว่าได้ทำผิดพลาดไป จากความผิดพลาดเล็ก ๆ จนมันขยายวงกว้างออกไปกลายเป็นผลเสียต่อทุกคน ซึ่งผมไม่คิดว่ามันจะบานปลายขนาดนั้นกระทั่งกลับบ้าน พอผมได้เริ่มต้นพูดคุยกับพวกเขาผมจึงเข้าใจว่าพวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ซึ่งมันทำให้ผมเสียใจมากจริง ๆ

จากนั้น Phil Sgrosso มือกีตาร์ของวง ก็ได้พูดถึงความสัมพันธ์ของสมาชิกวงกับ Tim ว่าไม่ลงรอยกันมาก่อนที่จะมีการจับกุมตัวแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นตอนปี 2013 ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เราแตกกันหรอก มันเริ่มมาก่อนหน้านั้นเป็นปีแล้ว แล้วพอทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายลงเรื่อย ๆ มันเลยยิ่งตอกย้ำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าผมไม่อยากทำวงนี้อีกแล้ว ไม่อยากจะปวดหัวกับเรื่องพวกนี้แล้ว

จากนั้นผมก็กลับมาคิด ‘แล้วเราจะทำอะไรต่อ’ ‘พวกเราที่เหลือจะทำอะไรกันต่อ’ แต่ไม่ว่าจะยังไงเราคงต้องเล่นดนตรีกันต่อไปนั่นแหละ แล้วพอนาย (Tim) เข้าเรือนจำ มันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขสำหรับพวกเรา เราไม่ต้องมีปัญหากับนาย ไม่ต้องรู้สึกหัวเสียกับนาย

แต่สุดท้ายก็ยังมีปัญหาจุกจิกตามมา อย่างบทสัมภาษณ์หลังจากที่นายถูกตัดสินลงโทษ เหมือนกับพวกเราถูกสุมไฟใส่อีกครั้ง อารมณ์แบบ ‘พระเจ้า นี่ขนาดนายไม่อยู่ในชีวิตเราแล้ว แต่เรายังเจอปัญหาตามมารังควานอยู่อีก’

มันสร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของพวกเราทั้งหมดพอสมควรเลย ผมกับนิคต่างก็จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่ค่อยดีนัก มันบั่นทอนความสัมพันธ์ของพวกเรามาก ๆ และพอหลังจากที่รู้ว่านายพ้นโทษออกมาแล้ว เรารู้สึกกังวลนะ พวกเราทั้งหมดรู้สึกกังวลว่า ‘แล้วนายออกมาแล้วจะไปทำอะไร’ ไม่ใช่แค่เฉพาะพวกเรากลุ่มเดียว แต่คนในวงการดนตรี และอีกมากมายก็คิดเหมือนกัน เพราะพวกเราเคยเดินสายทัวร์ กลุ่มเพื่อนเราที่อื่น ๆ แม้แต่ที่ต่างประเทศ ทุกคนต่างพูดถึงกันแต่เรื่องนี้ และคำถามที่ตามมาคือ ‘อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้’

พวกเราพยายามที่จะหลีกเลี่ยงคำถามเหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมบอกว่า ‘ผมจะไม่ทำวงนั้นอีกแล้ว’ ‘ผมจะไม่เล่นร่วมกับนายคนนั้นอีกแล้ว’ ไม่มีความจำเป็น ผมมีความสุขกับการเล่นดนตรีร่วมกับนักดนตรีที่ไม่สร้างปัญหาให้ชีวิตผมอยู่แล้ว

Nick Hipa มือกีตาร์อีกคนของวงกล่าวว่า จากข้อความที่ Tim ได้แสดงออกมาหลังจากถูกจำคุก ได้เปลี่ยนความคิดของเขาที่มีต่อ Tim ไป Tim อธิบายเสริมว่าบทสัมภาษณ์ของเขากับทาง Alternative Press นั้นมันก่อนที่จะมีการตัดสินโทษ ซึ่งหลังจากนั้นความคิดเขาก็เปลี่ยนไปแล้วขณะที่ถูกตัดสินลงโทษ Nick เท้าความถึงบทสัมภาษณ์ดังกล่าวว่า

บทสัมภาษณ์อันนั้น Tim สื่อออกมาเหมือนกับว่าเป็นความผิดของทุกสิ่งรอบตัว เขาต้องมาเป็นแบบนี้เพราะยังงั้นยังงี้ ซึ่งมันทำให้ความรู้สึกของผมที่มีต่อเขาได้ขาดสะบั้นลง และเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเกลียดชังแบบหน้ามืดตามัวทันที ผมรู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว ผมคิดไว้เลยว่ากับนายคนนี้มันจะไม่มีครั้งที่สองอีกแล้ว

Nick ยังได้พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์สุดตึงเครียดระหว่างเขากับ Phil ที่แย่ลงเรื่อย ๆ จนเป็นเหตุให้พวกเขาต้องแยกกันอยู่ จากที่เคยเป็นรูมเมทพักอาศัยอยู่ที่เดียวกัน จนลามไปถึงการออกจากวง Wovenwar ด้วย ซึ่ง Nick เองก็ยังคงโทษว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ Tim แต่หลังจากนั้นเขาก็กล่าวว่ามันทำให้ตัวเขานึกถึงบทสัมภาษณ์ของ Tim ซึ่งตอนนี้มันกำลังเล่นงานตัวเขาเองมันกำลัง “ทำลาย” ตัวเขาเองจากความเกลียดชังที่เพิ่มพูนขึ้น นั่นจึงทำให้เขาเลิกให้สัมภาษณ์โดยสิ้นเชิง

Nick เล่าต่อว่าเขาปฏิเสธคำขอร้องของ Tim ที่พยายามจะติดต่อขอพบเจอกันหลายครั้ง แต่แล้วเขาก็ยอมออกไปเจอ แต่ก็ยังมีความขุ่นเคืองใจทุกครั้งที่ไปเจอกัน และในท้ายที่สุดเขาก็ยอมใจอ่อน

มันเป็นระยะเวลานานที่เขาได้รับการลงโทษจากการกระทำของเขา อยู่กับหายนะที่เขาก่อขึ้นเอง และมันจะตามหลอกหลอนเขาไปไม่มีวันจบสิ้น สิ่งที่เขาทำมันเป็นเรื่องใหญ่ จะไม่มีวันถูกลืม ไม่ควรถูกลืมเลย มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เขาจะต้องแบกรับมันไว้ตลอดไป แต่เมื่อผมมองตัวเขาย้อนกลับไปในอดีต มองถึงเนื้อแท้ของตัวเขา ผมจึงเริ่มปล่อยวาง ผมอยากจะปล่อยวาง

เพราะผมไม่เคยจัดการกับมันได้เลย ผมแบกรับความเจ็บปวด มันทรมาณและไร้ซึ่งความหวัง ผมปล่อยให้มันก่อตัวเป็นความเกลียดชัง ผมคิดว่าจะใช้มันเป็นพลังให้ตัวเองแข็งแกร่ง แต่มันกลับทำลายผมจากข้างใน

จากนั้น Tim จึงได้พูดถึงช่วงเวลาที่เขาถูกจองจำและวิธีรับมือกับมัน

หลังจากที่ผมถูกจับ ในหัวผมก็คิดแต่ว่า ‘เราจะรับมือสถานการณ์แบบนี้ได้ยังไง’ ผมเริ่มหาคน จ้างทนายที่รู้ว่าจะช่วยเหลือเราและพูดแทนตัวเราได้ ผมคิดแค่ว่าจะต้องรอด

วันที่ผมขึ้นศาล ระหว่างรอพิจารณาคดี ผมเห็นนิคอยู่ที่นั่น กับความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ แล้วผมก็ถูกตัดสินโทษ ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่บทสัมภาษณ์ของผม (กับทาง Alternative Press) พร้อมที่จะออกสู่สาธารณชน ณ เวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากที่การพิจารณาคดีเสร็จสิ้น

แล้วการตัดสินโทษก็เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องพิจารณาคดีเกิดขึ้นจริง แล้วผมก็ไม่สามารถจะติดตามข่าวสารใด ๆ ได้อีกแล้ว ที่ Nick ได้เห็นบทสัมภาษณ์อันนั้นผมจึงเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ดี ผมเข้าใจดีเพราะมันก็ดูไม่จริงใจจริงนั่นแหละ ที่ห้องพิจารณาคดีผมร้องไห้ แต่ในบทสัมภาษณ์ผมกลับพูดอีกอย่างที่ให้ความรู้สึกตรงกันข้าม

แล้วความคิดหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในหัวของผมหลังจากถูกตัดสินลงโทษก็คือ ผมจะไม่พยายามเอาตัวรอดจากความผิดนี้อีกแล้ว ผมจะไม่แก้ตัวต่อสิ่งที่ผมทำเพราะมันไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งนั้น

Tim กล่าวเสริมต่ออีกว่า

ที่ผมทำได้ก็คือต้องทำตัวให้ดีขึ้น แสดงความสำนึกผิด และสร้างพลังบวกให้แก่ตัวเอง

ช่วงท้าย Tim ได้พูดถึงเรื่องการกลับมาของตัวเขาและวงว่ากำลังดำเนินต่อไป

ผมจะไม่เร่งรัดอะไรในตอนนี้ ผมแค่จะ… ถ้าผมสามารถกลับมาเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ผมจะต้องเป็นตัวเองให้ได้ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานต่อจากนี้

อาจจะอีกสองปีนับจากนี้ คงมีบางคนที่พูดว่า ‘โอเคน่ะ ฉันชินกับเขาแล้วล่ะ’ หรืออาจจะมีคนอีกส่วนหนึ่งที่คิดว่า ‘ช่างมันเหอะ’ หรือว่าอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีคนที่บอกว่า ‘ฉันจะไม่ให้โอกาสคนพวกนี้อีกแล้ว’

ก็ไม่เป็นไร นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องยอมรับมัน

xLAMNIDAEx

LAMNIDAE is the shark