alissa-white-gluz-by-dale-may

เนื้อหาที่นำมาแปลนี้ ตัดเอามาจากบางส่วนของคอลัมน์ Metal Health ซึ่งมียอดชายนาย ดอยล์ วูล์ฟกัง วอน แฟรงเกนสไตน์ (พอล ไคอาฟา) และ อลิซซ่า ไวท์-กลัซ มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับข้อแนะนำและประสบการณ์ต่างๆ จากนิตยสาร Revolver ฉบับมกราคม 2015 นี่เอง ใครอยากอ่านแบบเต็มๆ ก็ลองหาสั่งซื้อกันนะครับผม

อสูรกล้ามเนื้ออย่าง ดอยล์ บอกว่าถ้าทุกคนหันมาออกกำลังกายกันอย่างจริงจัง รับรองได้เลยว่าคุณจะมีรูปร่างที่แจ่มโคตรๆ เลยทีเดียว และในวันนี้เรากำลังจะพูดถึงยอดมนุษย์เพศหญิงอีกคนนามว่า อลิซซ่า ไวท์-กลัซ แฟนสาวของดอยล์ นักร้องนำสาวคนปัจจุบันของวง Arch Enemy ที่หนุ่มดอลย์บูชาเธออย่างสุดๆ โดยตั้งฉายาให้เธอว่า “ราชินีอสูร” ราชินีอสูรคนนี้ออกกำลังกายเป็นประจำ ระวังเรื่องอาหารการกิน ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการกินมังสวิรัติด้วย

ก่อนหน้านี้เรื่องสุขภาพร่างกายของเธอเป็นที่น่ากังวลมาก เหตุเกิดจากเมื่อตอนทัวร์คอนเสิร์ตอัลบั้ม War Eternal ครั้งแรก ระหว่างเพลง No Gods, No Masters แท่นเหยียบบนเวทีดันหักลง ทำให้นักร้องสาวร่วงตามมาด้วย ส่งผลให้กระดูกซี่โครงแตกหัก พร้อมบาดแผลฟกช้ำหลายที่

“ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกอะไรเลยนะ คงเพราะว่าอะดรีนาลีนหลั่งเต็มที่แล้วจากการกระโดดไปมาบนเวที” เธออธิบาย และแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บ แต่เธอก็เดินสายทัวร์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง (ราชินีอสูรจริงๆ ใจหล่อนทำด้วยอัลลัยยย)

คุณรับมือกับอาการบาดเจ็บอย่างไรทั้งที่ยังเดินสายทัวร์อยู่?

“มันแย่มากนะ แล้วการร้องเพลงต้องใช้ลมหายใจเยอะ อาการมันไม่มีทางดีขึ้นได้เลย มันจะรู้สึกเจ็บมากก็ตอนหลังจากจบโชว์เพราะมันสะสมความเจ็บมาตลอด ฉันก็มีใช้น้ำแข็งประคบช่วยในระหว่างที่กีตาร์กำลังโซโล่ หรือถ้าฉันจะโยกหัวทำเฮดแบงก็จะใช้แขนซ้ายช่วยประคองบริเวณซี่โครงไว้”

ตอนนี้คุณก็ได้รับการรักษาแล้ว พอจะบอกได้ไหมว่าคุณออกกำลังกายด้วยวิธีไหนบ้าง?

“ฉันว่าจริงๆ แล้วการวิ่งจ๊อกกิ้งนี่ได้กำไรหลายต่อนะ นอกจากออกกำลังกายแล้วฉันว่ายังเหมือนได้วิ่งสำรวจเมืองไปในตัว ไม่ว่าจะไปเมืองไหนก็ตาม มันเจ๋งตรงที่ครั้งแรกคุณอาจวิ่งแค่สิบนาทีแล้วรู้สึกเหนื่อยมาก แต่วันต่อมาวิ่งเพิ่มอีกเป็นสิบสองนาที ร่างกายคุณจะปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมันจะมีส่วนช่วยให้หัวใจของคุณแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้นก็มีการยกน้ำหนักเสริมด้วย ที่ฉันเล่นอย่างจริงจังเลยก็มีท่าเบนช์เพรส เดดลิฟท์ แล้วก็สควอทส์”

คุณจริงจังกับการเป็นมังสวิรัติมานานแล้ว ไม่ทราบว่าอะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจอย่างนั้น?

“ฉันกินมังสวิรัติมาทั้งชีวิตเลยนะ และเป็นวีแกน* (Vegan) มาได้สิบห้าปีแล้ว การเป็นวีแกนจริงๆ มันก็คือการใช้ชีวิตตามวิถีในรูปแบบหนึ่ง มันเกี่ยวกับการใช้ชีวิตด้วยจิตสำนึก จะยกตัวอย่างฉันเองแล้วกัน ฉันไม่ซื้อสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลยไม่ว่าจะ อาหาร เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ยาสระผม หรือรองเท้า อีกทั้งพวกเครื่องหนัง ขนสัตว์ ขนแกะ ผ้าไหม หรืออะไรก็ตามที่ต้องเบียดเบียนสัตว์ ซึ่งบอกเลยว่าฉันเป็นวีแกนก็เพราะฉันมั่นใจว่าจะมีความสุขและมีสุขภาพที่ดีอย่างเต็มที่ได้แน่นอนโดยไม่เดือดร้อนคนอื่น”

*Vegan – Veganism ก็คือคนที่ไม่ใช่แค่กินมังสวิรัติอย่างเดียว แต่ศรัทธาในแนวความคิดที่จะไม่ใช้ของอุปโภคบริโภคที่ต้องเบียดเบียนสัตว์เพื่อให้ได้มา รวมถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียนสัตว์โลกใดๆ ทั้งสิ้นในคนที่เคร่งจัดๆ น้องเนยรักษ์โลกไหมล่ะคุณเอ๊ย

อาจดูวุ่นวายเรื่องมากแต่ข้อเท็จจริงที่พบในปัจจุบันก็คือ การกินมังสวิรัติเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในต่างประเทศ และมันไม่ใช่อาหารของคนแก่อีกต่อไป กลับเป็นวัยรุ่นนี่แหละที่หันมาสนใจมังสวิรัติอย่างแพร่หลาย ผมประเมินเอาจากประสบการณ์ตัวเองที่เวลาเข้าร้านอาหารที่ขายอาหารเฉพาะทางพวกนี้มักจะเจอแต่ฝรั่งวัยรุ่นหนุ่มสาวเนี่ยล่ะครับนั่งกันเต็มร้านเลย ถ้าพูดถึงแวดวงของวงการดนตรี ศิลปินที่กินมังสวิรัติและเป็นวีแกนนี่มีอยู่ทั่ววงการเลยครับ ยกตัวอย่าง โจนา ไวน์โฮเฟน มือกีตาร์วง I Killed The Prom Queen นี่ก็มังสวิรัติตัวพ่อเลย

ต้นฉบับจาก Revolvermag.com