บทสัมภาษณ์บางส่วนของสก๊อต เอียน มือกีตาร์วงแอนแทรกซ์ บิ๊กโฟร์ออฟแทรชเมทัลอันเป็นตำนานจากเมืองนิวยอร์ก โดยดิเรค สแกนคาเรลลี จากเว็บไซต์อันเดอร์เดอะกันรีวิว

ถาม: ตอนนี้คุณอายุ 50 แล้วและแอนแทรกซ์ก็เป็นวงดนตรีที่มีอายุมากกว่า 30 ปี รู้สึกยังไงบ้างที่คุณไม่ใช่แค่ส่วนเกี่ยวข้องกับแนวเพลงนี้ แต่เป็นต้นตำรับ? สิ่งยั่วยุจากวงการเพลงเมทัลระหว่างการออกทัวร์ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในคุณมั้ย?

ตอบ: “ไม่เลย เพราะสำหรับผมแล้วมันคืองาน มันคือสิ่งที่ผมทำ ดูผมสิ คาวมจริงแล้วผมโชคดีที่ได้ทำงานที่ต้องการเพื่อความอยู่รอด มันคือสิ่งที่ผมต้องการทำมาตลอด และมันเป็นสิ่งที่ผมทำมาเป็นเวลายาวนานมากแล้ว ในเวลาเดียวกันมันก็เป็นงานที่หนักมากด้วย มันไม่ใช่แค่นั่งขลุกอยู่เฉย ๆ นอนดูรายการช่องอีเอสพีเอ็นไปวัน ๆ แล้วก็รอให้ทัวร์ใหม่เกิดขึ้น ผู้คนไม่เข้าใจตรงนี้ แต่ผมก็ไม่ได้จะบอกว่างานผมมันหนักกว่างานอื่น ๆ บนโลกนี้หรอกนะเพราะมันไม่จริงอยู่แล้ว ผมแค่โชคดีที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้และทำงานหนักเพื่อที่จะสามารถทำงานพวกนี้ต่อไปได้ และผมทำงานหนักตลอดเวลาที่ต้องจากครอบครัวมาไกล บางครั้งในตอนจบมันก็มีคุณค่ามากพอที่จะทำแบบนี้เพราะผู้คนยังแคร์ในสิ่งที่ผมทำและผมยังสนุกกับมันอยู่ ถ้าออกไปเล่นแล้วมันไม่สนุก ผมก็จะไม่ทัวร์อีกต่อไป ผมไม่เคยมองหาเหตุผลที่จะต้องจากบ้านออกมาไกล แต่ตอนนี้การได้อยู่ในวงและเล่นคอนเสิร์ตยังเป็นสิ่งที่สนุกสำหรับผมอยู่ และทอล์คโชว์ [เขากำลังทัวร์เดี่ยวในรูปแบบทอล์คโชว์ชื่อสปีคกิ้งเวิร์ดส์อยู่] มันก็สนุกมาก เชื่อผมเถอะว่าผมไม่ได้รวยขึ้นเลยจากการทำทอล์คโชว์ครั้งนี้ ประสบการณ์ที่ได้จากการทำสิ่งเหล่านี้มันยอดเยี่ยมและแปลกใหม่สำหรับผมที่ได้พยายามลองทำอะไรใหม่ ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรียนรู้ทริกใหม่ ๆ มันน่าตื่นเต้นจริง ๆ”

ถาม: การเป็นพ่อคนทำให้คุณจัดการหน้าที่การงานของคุณยากขึ้นหรือเปล่า?

ตอบ: “โอ้ แน่นอน อย่างสุดซึ้งเลย มันต่างไปโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อตอนก่อนจะมีลูกกันผมกับภรรยาจะไปไหนที่ตัวเองอยากไปเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีสัตว์เลี้ยง ไม่มีเด็ก มันเป็นอิสระอย่างแท้จริง ตอนนั้นมันตรงกันข้ามกันทุกอย่าง มันทำให้ทุกอย่างยากขึ้น ไม่ใช่แค่มุมมองของอิสระที่เปลี่ยนไป แม้แต่ตอนนี้เองลูกเมียผมก็ไม่ได้มาออกทัวร์กับผมด้วย เราไม่ใช่วงดนตรีระดับที่จะมีรถทัวร์สี่คันในการออกทัวร์​ ผมไม่ได้มีเงินขนาดที่จะมีรถทัวร์ของตัวเองในการออกทัวร์คอนเสิร์ต นั่นทำให้หลายอย่างยากขึ้น และการสังเวยตัวเองด้วยการไม่ได้พบหน้าครอบครัวมันเป็นอะไรที่ใหญ่มาก ผมไม่เคยเข้าใจมันมาก่อนเลย คุณเข้าใจใช่มั้ย? ทั้งชาร์ลี [เบแนนต์, มือกลอง] กับแฟรงกี้ [เบลโล, มือเบส] พวกเขามีลูก และตอนนี้ผมได้เห็นด้วยตัวเองว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง แต่คุณจะไม่มีวันเข้าใจจนกว่าคุณจะมีลูก แล้วคุณก็จะคิดได้ว่า ‘โอ้ย แม่งเอ๊ย กูไม่อยากทำห่าอะไรแล้ว’ ผมยอมรับ ถ้าคุณทำหน้าที่ผู้ปกครองได้เพียงครึ่งเดียวคุณก็จะรู้สึกแบบนี้แหละ ผมรู้จักพวกที่มีลูกแล้วหลายคนที่ทนรอที่จะไปจากบ้านไม่ไหว แต่ผมไม่ใช่แบบพวกเขา”

ยังมีคำถามอื่น ๆ อีกหลายประเด็นครับ อ่านทั้งหมดได้ที่ Under the Gun Review, ที่มา – Blabbermouth.net