เมื่อสองสามวันก่อนมีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ Johan Hegg ฟรอนต์แมน Amon Amarth วงเมโลดิกเดธเมทัลรุ่นใหญ่และชื่อดังจากประเทศสวีเดน เกี่ยวกับความคืบหน้าของอัลบั้มเต็มชุดใหม่ลำดับที่สิบเอ็ด และพบเนื้อหาที่น่าสนใจหลายเรื่อง


1.
งานชุดนี้ยังคงเล่าเรื่องราวของชาวไวกิ้ง

2.
ความแตกต่างระหว่างอัลบั้มที่ยังไมไ่ด้ตั้งชื่อชิ้นนี้ กับ Jomsviking งานชุดก่อนหน้านี้คือ Jomsviking มีคอนเซ็ปต์และเรื่องราวเป็นวัตถุดิบในการเล่าเรื่องรออยู่ก่อนแล้ว และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อัลบั้มดังกล่าวประสบความสำเร็จมาก ในแง่ของคำวิจารณ์ผู้คนในแวดวงเพลงเมทัลทั่วโลก แต่กับอัลบั้มนี้ไม่มีการวางแผนใดใดในเรื่องของเนื้อหา

3.
Johan Hegg บอกว่ากับงานชุดนี้เขารู้สึก ‘ขี้เกียจนิดหน่อย’ ก็เลยปล่อยให้เพื่อนร่วมวงทำดนตรีกันให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาดูว่าจะแต่งเนื้อเพลงไปในทิศทางใด

4.
J. Bennett ผู้สัมภาษณ์ได้ฟังเพลงจากอัลบั้มใหม่สด ๆ ไปแล้ว 8 เพลงในสตูดิโอที่แคลิฟอร์เนียที่ทางวงบินมาทำเพลงกัน ซึ่ง Johan เล่าว่าเพลงเดียวที่วางไอเดียเนื้อหาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเข้าสตูดิโอคือเพลงที่มีชื่อว่า “Berserker at Stamford Bridge” (นักรบผู้บ่าคลั่งแห่งสะพานสแตมฟอร์ด)

5.
เรื่องราวของนักรบคนนี้ Johan ได้มาจากเพื่อนของเขาคนหนึ่งที่เล่าเอาไว้ว่า ในช่วงใกล้สิ้นสุดยุคสมัยของชาวไวกิ้ง มีครั้งหนึ่งที่ชาวไวกิ้งต้องถอนทัพออกจาก Stamford Bridge ในประเทศอังกฤษเนื่องจากเจ้าของดินแดนใช้กลยุทธิ์แบบเดียวกับชาวไวกิ้งในการโต้กลับ (จุดเด่นของชาวไวกิ้งที่มีเหนือชาวอังกฤษคือเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเคลื่อนไหวในเวลากลางคืน) ทำให้กำลังทัพของชาวไวกิ้งที่เหลือเพียง 3,000 คนต้องถอนทัพกลับไปตั้งหลักใหม่เพราะทหารอังกฤษมีมากถึง 15,000 นาย แต่สุดท้ายชาวไวกิ้งก็ส่งคนเพียงคนเดียว กับขวานหนึ่งด้าม กลับเข้าไปที่สะพานแห่งดังกล่าวเพื่อกำราบเหล่าผู้ดีให้หมดสิ้น

6.
Johan เล่าว่าเรื่องนี้ถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารที่เขียนในภาษาของชาวแองโกล-แซกซัน (ภาษาของชาวอังกฤษยุคแรก) โดยเล่าว่าชายถือขวานหนึ่งเดียวคนนี้สามารถจัดการฝ่ายอังกฤษไปได้มากถึง 40 คนก่อนที่จะถูกกำราบลงอย่างยากเย็น ด้วยการส่งคนสี่คนล่องแพออกไปและแทงด้วยหอกจากด้านข้างเข้ามา

7.
ตา Johan บอกว่า มันเขียนด้วยภาษาของพวกคนอังกฤษ ไม่ใช่ภาษานอร์สของชาวเหนือ แสดงว่าต้องเป็นเรื่องจริงสิวะ! แถมบอกอีกด้วยว่าหรือบางทีตำนานคนดังกล่าวอาจจะฆ่าฝ่ายอังกฤษได้มากกว่านี้ (แต่ถูกตบแต่งตัวเลข) ก็เป็นได้

8.
อัลบั้มนี้ยังไม่มีทั้งชื่อและกำหนดการวางจำหน่าย แต่ถ้าทำเสร็จตั้งแต่เดือนมกราคมแบบนี้ คาดว่าคงใช้เวลารอไม่เกิน 2-3 เดือนก็น่าจะได้ฟังเพลงใหม่และรู้วันวางจำหน่ายที่แท้จริง


อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ Revolver