เหมือนจะกลายเป็นหนังชีวิตระหว่างวงเมทัลสองวงไปเสียแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ ก่อนหน้านี้ที่เราทราบกันดีแล้วว่า Eddie (Hernan Eddie Hermida) จาก All Shall Perish (ASP) ได้ไปประจำการเป็นนักร้องนำคนใหม่ให้กับวง Suicide Silence (SS) อย่างเป็นทางการเรียบร้อยโรงเรียนเมทัลแล้ว

ล่าสุด หลังจากที่เว็บไซต์ metalinjection.net ได้ลงบทสัมภาษณ์ของ Eddie กับการร่วมวงใหม่ไปแล้ว ดันเกิดประเด็นขึ้นมา ประเด็นที่ว่าก็คือ ในใจความของบทสัมภาษณ์นั้น นักร้องร่างท้วมได้พูดออกมาว่า เขานั้นถูกขอให้ออกจาก ASP หรือพูดง่ายๆ จากใจว่า “กูถูกไล่ออก” ซึ่งร้อนถึงผู้ก่อตั้งวง ASP สมาชิกรุ่นแรกที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในวง Mike Tiner ต้องรีบส่งอีเมลสายฟ้าแล่บกลับมายังเว็บไซต์ทันที งานนี้ต้องมีแถลง ขนาดดวงจันทร์ยังมีด้านที่มองไม่เห็น และนับประสาอะไรกับเรื่องราวในวงการเมทัลล่ะครับ ท่านผู้อ่านที่เราคพ

นาย Mike มือเบสเกรียนเทพประจำวง ASP เขียนอธิบายกับทางเว็บไซต์ว่า พวกเขานั้นไม่มีทางเลือกกับการที่ Eddie ต้องออก เพราะว่าสถานการณ์ของทาง SS มันบีบบังคับให้พวกเขาต้องทำจริงๆ

ทางเว็บไซต์ได้ถามมือเบสหนุ่มไปว่า ความรู้สึกแรกตอนที่คุณรู้ว่า Eddie กำลังจะได้ไปร่วมงานกับ SS นั้นเป็นยังไง นาย Mike บอกว่า มันมีหลากหลายอารมณ์ที่ผสมเข้าไว้ด้วยกันในตอนนั้น แรกๆก็รู้สึกดีใจ เพราะว่าวงเพื่อนเราที่พักไปนาน จะได้กลับมาแล้วเดินหน้าต่อไปเสียที แต่ต่อมาผมก็เริ่มสงสัยว่า แล้ว ASP ล่ะจะเป็นยังไงต่อไป เพราะว่าถ้าเทียบกันแล้ว ตารางงาน ตารางทัวร์ ของ SS นั้นมันโคตรจะแน่นและโคตรจะยุ่งมากกว่าพวกเราหลายเท่า แล้ว Eddie จะมีเวลาให้ ASP ขนาดไหน นั่นคือสิ่งที่ยังสงสัยในตอนนั้น

ทางเว็บไซต์ก็ถามต่อว่า งั้นแปลว่าที่คุณเขียนมาอธิบายเรื่องพวกนี้ก็เพราะอยากจะชี้แจงข้อมูลทางฝั่งคุณบ้างน่ะสิ ทำไมล่ะ มันมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มก็ให้คำตอบว่า ที่ผมเขียนมาก็เพราะเห็นที่ Eddie ออกมาให้สัมภาษณ์ แล้วผมว่า ที่จริงมันเกิดอะไรขึ้นเราก็ควรจะบอกให้แฟน ๆ ได้รู้ด้วย

Mike เล่าต่อว่า ผมฟัง Eddie พูดเรื่อง SS ครั้งแรก เขาบอกว่าเขาแค่จะไปอัดเสียงร้องให้เฉย ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นว่าตัวเขานั้นอยากไปร้องให้กับ SS จริง ๆ นั่นแหละจากที่เขาพูดมาทั้งหมด แล้วตอนนั้นพวกเราทั้งหมดก็คิดเหมือนกัน แล้วก็ถามไปว่า แล้วนายจะมีเวลาทำสองวงพร้อม ๆ กันได้ยังไง แต่สุดท้าย Eddie ก็ยืนกรานว่า เขาทำได้ ทั้งสองวงสามารถทำงานไปพร้อม ๆ กันได้

สุดท้าย ผมให้เวลากับ Eddie ผมเชื่อเขา แล้วเราก็รอจนกว่าจะมีตารางงานที่ออกมาชนกันเละเทะจริงๆ ในอนาคต เรามีโอกาสได้ทัวร์กับวงรุ่นใหญ่อย่าง Metallica เราไปทัวร์ตามตารางงาน ซึ่งช่วงนั้นทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวยนะ แล้วพอ Eddie ได้เข้าร่วม SS อย่างเป็นทางการแล้ว (ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะประกาศออกสื่ออีก) ASP ก็ได้รับคำเชิญจาก Death Angel ให้ไปร่วมเล่นกับพวกเขา กระทั่งถึงตอนนั้น Eddie ก็ยังกระตือรือร้นที่จะเล่นอยู่ ทุกอย่างยังไปได้สวยมาก เราเลยตอบตกลงไป แต่คดีมันมาพลิกตรงนี้ล่ะ เพราะไม่กี่อาทิตย์ต่อมา Eddie มาบอกกับผู้จัดการวงเราว่า เขาไปเล่นกับเราไม่ได้แล้ว เพราะติดทาง SS

และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ยุคมืดก็เริ่มต้น Mike ยังเล่าต่อไปอีกว่า ASP ไม่สามารถไปแสดงโชว์ที่ไหนได้อีกเลย เพราะต้องรอให้ Eddie เปิดตัวเข้าร่วม SS อย่างเป็นทางการเสียก่อน ต้องรอให้ Eddie เข้าสู่กระบวนการทำอัลบั้มให้เรียบร้อยดีก่อน ต้องรอให้ Eddie ไปทัวร์กับ SS ให้เรียบร้อยก่อน แล้วถึงจะได้กลับมาทำกับ ASP อีกครั้ง ซึ่งมันกินเวลาเป็นปีที่เราต้องอยู่ในสภาวะ “ไม่ได้รับอณุญาต” ให้ทำอะไรทั้งนั้น เราเลยตัดสินใจโทรหา Eddie อีกครั้ง และนี่คือบทสนทนาทางโทรศัพท์ของชายหนุ่มสองคน

“เฮ้ เอ็ด เราคิดว่าการที่นายเหยียบเรือสองแคมแบบนี้ มันไม่เวิร์คว่ะ”

Eddie ได้ยินดังนั้นจึงรีบตอบกลับทันที โดยยังยืนกรานเหมือนเดิม

“กูทำได้ ๆๆๆ… อุ้ยโทษ ๆ แมวพิมพ์… เราทำได้น่าเพื่อน แต่นายต้องเข้าใจเราด้วยดิวะ การทำงานกับ SS นี่มันเป็นโอกาสทองของเรานะเว้ย”
“งั้นเราขอถามตรงๆ เลยละกัน นายจะออกจากวงไหม เอ็ด”
“ไม่! กูไม่ออก!… เอ้ย โทษๆ แมวกูมาอีกละ… เราไม่ออกหรอก แต่ถ้านายอยากให้เราออกจาก ASP นายต้องไล่เราออกเอง”

Mike ที่ได้ยินดังนั้น จึงได้เล่านิทานสอนใจยกตัวอย่างสถานการณ์ขึ้นมาให้เราได้อ่านกันทิ้งท้าย

“ครับ มาถึงตรงนี้ กูอยากจะ… เอ้ยโทษๆ แมวมันลามมาถึงนี่ละ มาถึงตรงนี้ ผมอยากจะถามท่านผู้อ่านที่เราคพสักนิดเถอะครับ ทั้งแฟนของ ASP และแฟนของ SS ทั้งคู่เลย ช่วยตอบผมหน่อยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าสมมติว่า คุณทำงานอยู่ที่ร้านสตาร์บัคส์ แล้วคุณก็บอกกับเจ้านายว่า คุณจะไปทำงานที่ร้านคอฟฟี่บีน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วย ที่นั่นคือโอกาสทองของคุณ โดยคุณจะไม่สามารถหาเวลามาทำงานที่สตาร์บัคส์ได้ประมาณปีนึงหรือมากกว่านั้น และมึงก็ไม่ลาออกด้วย เกร๋ ๆ … ไหน ใครตอบผมให้ชื่นหัวใจหน่อยสิครับว่าผมต้องทำอะไรยังไง”

มาถึงตรงนี้ จะบอกว่า Eddie ลาออก หรือ วงไล่ออก ท่านผู้อ่านก็ใช้วิจารณญาณตัดสินกันนะครับ

จากนั้นทางเว็บไซต์ก็ได้ถาม Mike ถึงอนาคตของ ASP ต่อว่าจะเป็นยังไงต่อไป โดยเขาก็ตอบกลับไปว่า ยังมีงานอัลบั้มที่ทำค้างไว้อยู่ก่อนที่ Eddie จะออกไปอยู่กับ SS ซึ่งวงก็จะยังทำต่อไปนั่นแหละ แต่เรื่องนักร้องคนใหม่ก็ยังไม่ได้มีการออดิชั่น หรือเล็งใครไว้ ยังไม่ได้คิดกันเลยในเรื่องนี้ แต่ถ้ามีอะไรคืบหน้า เขาจะบอกให้ทุกคนรู้เอง

เว็บไซต์ให้ชายหนุ่มฝากถึงแฟนๆ ที่ยังกังวลกับอนาคตของวง ASP เขาก็บอกว่า โอ๊ย เรื่องแค่นี้มันไม่ได้แปลกอะไรกับเราเลย เราเจอมาเยอะ เจ็บมาเยอะ แต่ในทุกครั้งเราจะกลับมาอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมเสมอ ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ไม่ต้องห่วงเพื่อนเอ๋ย เราเอาอยู่!

ทางด้านอดีตมือกีตาร์ผู้ร่วมก่อตั้งวงมาแต่แรกอย่าง Ben Orum (ปัจจุบันอยู่ Oblivion) ก็ได้ติดตามข่าวคราวของทางวงเช่นกัน และโพสต์ข้อความถึงดราม่าครั้งนี้สั้น ๆ เกร๋ๆ ว่า

ben

อาาาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร… ก็ช่างมันเถอะ จากนี้ไปผมคิดว่าทั้งสองวงคงจะเริ่มเดินหน้าทำงานของตัวเองกันจริงจังมากขึ้นแล้ว เพราะดูทาง Mike เองก็ไม่ค่อยกรี๊ดกร๊าดกับเรื่องนี้เท่าไร อย่างว่า อยู่มาแต่แรก เห็นมาหมด ผ่านมาหมดแล้วอะไรเป็นอะไร เปลี่ยนสมาชิกก็หลายรอบอยู่ ถ้าคนไม่ชอบทางนี้จริงๆ ไม่รักงานนี้จริงๆ คงทำมาไม่ได้ถึงป่านนี้ เป็นสิบปีแล้วกับทางเส้นนี้

ส่วนตัวผมคิดไว้แต่แรกแล้วว่า ASP น่าเป็นห่วงมากกว่า ตอนข่าวออกว่า Eddie จะย้ายไป ผมก็ยังเฉย ๆ นะ คิดเรื่อง ASP มากกว่า เพราะว่าชอบวงนี้มากกว่าพูดตรง ๆ จากใจเลย ยิ่งไลน์อัพที่ประกอบด้วยสมาชิกจากชุดที่ 2-3 อย่าง Matt Kuykendall, Ben Orum, Chris Storey, Eddie Hermida และ Mike Tiner เซ็ตนี้นี่แบบว่า พอเลยจริง ๆ ครบเครื่องเลย ใจยังอยากให้ Ben Orum ผู้ที่เหมือนจะยังมีเยื่อใยอยู่บ้าง กลับมารวมตัวกันอีก และตามล่าหา Matt มาตีกลองเหมือนเดิม ลูกกลองในโลกนี้ไม่มีใครเหมือนอีกแล้ว เหมือนมาจากนอกโลกอีกคนนึงเลย แต่สุดท้ายคงได้แค่ฝันหวาน