ขึ้นชื่อว่าค่ายเพลงระดับ Major Label นั้นยังไงก็มีเรื่องระบบการตลาด ธุรกิจ เข้ามามีเอี่ยวด้วยแน่นอน และว่ากันว่าการทำงานเพลงแบบที่ตนเองต้องการแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้นก็สามารถทำได้ยากขึ้นไปด้วย แต่นั่นไม่มีวันเกิดขึ้นกับวงเมทัลลูกผสมฝีมือเยี่ยมอย่าง The Darkest Romance ครับ

โดยที่พวกเขาตัดสินใจทำสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 นามว่า Words กับทาง Gene Lab สังกัดย่อยในเครือของ GMM Grammy ยักษ์ใหญ่ในวงการดนตรีบ้านเรา เอาจริงๆก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่วงดนตรีดีๆวงนึงจะได้รับโอกาสล้ำค่าแบบนี้ แต่ที่ทำให้เซอร์ไพรซ์หนักมากคือพวกเขานอกจากจะไม่สูญเสียตัวตนอย่างที่ใครๆกลัวกันแล้ว หนำซ้ำพวกเขากล้า บ้าบิ่น ปรากฎบนทุกเพลงในอัลบั้มนี้มีความยาวเฉลี่ยระดับสิบนาทีขึ้นไปทั้งสิ้น อิทธิพลทางดนตรีต่างๆ รายละเอียดทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างมีเหตุผลของมัน ไม่มีส่วนใดล้ำหน้า ทุกอย่างผ่านการกลั่นกรองอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเราจะได้เห็นกันในย่อหน้าถัดไปครับ

ความรับผิดชอบ 

เมทัลคอร์ลูกผสมคลอด้วยอิเล็กทรอนิกส์ซาวด์สุดดำดิ่ง ปลุกเร้าด้วยริธึมเซคชั่นสุดแกร่ง ด้านเนื้อหาจาก แม็ก เบส/ร้องนำ แต่ละท่อนที่เขียนออกมาสัมผัสได้จริงจนทำเอาน้ำตาตกได้ง่ายๆ โดยเฉพาะยิ่งกับการที่ตั้งคำถามเรื่องค่านิยมของสังคมที่ทำให้เราๆนั้นใช้ชีวิตไปกับการแบกภาระมากกว่าการให้ความสำคัญในการใช้ชีวิตของตัวเอง ก่อนดึงเข้าสู่พาร์ทดนตรีโอเปร่าโอ่อ่าสะกดจิตคนฟังได้อยู่หมัดและหน้าชาในคราวเดียวกัน ก่อนจะจบด้วยการแผดคำรามอย่างสุดเสียงว่า “เอาชีวิตกูคืนมา” ครั้งแล้วครั้งเล่านี่เล่นซะใจแหลกเป็นเสี่ยงๆ เป็นบทสรุปของมหากาพย์ชิ้นนี้อย่างชัดเจนที่สุด

ความโดดเดี่ยว

ดำมืดกันต่อกับความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ที่ถูกขยี้ด้วยเนื้อหาแบบไม่หยุดหย่อน ใช้เทคนิคในการสร้างบรรยากาศอึมครึมได้แบบเห็นภาพ เหล่าบรรดาเครื่องสายโอบอุ้มบรรยากาศให้ใหญ่ ก่อนจะกลายร่างเป็นเมทัลเต็มตัว ทั้งสาดทั้งหนักหน่วง หลากหลายลีลา คือกะเอาให้ตายกันไปข้าง อัดกันยาวเหยียดชนิดที่น่าจะเหนื่อยกันทั้งคนเล่นคนฟัง ส่วนกีตาร์ทั้งสองทำหน้าที่สอดรับกับอารมณ์เพลงได้เยี่ยม และลากกลับมาพาร์ทหลักของเพลงได้อย่างน่าฉงน ทั้งที่สัดส่วนและรายละเอียดมีอยู่ค่อนข้างมาก อีกทั้งท่อนจบยังเล่นกับ Noise ชวนหลอนโคตรกดดัน สุดครับเพลงนี้

ความรู้สึกผิด

เรามักจะรู้สึกผิดเอาเมื่อทุกอย่างมันสายไปเสียแล้ว ใช่ครับเพลงนี้อยู่ในโหมดอารมณ์นั้นแบบเต็มเหนี่ยว เป็นอีกเพลงที่เมโลดี้ค่อนข้างติดหูและเป็นมิตรกับผู้ฟังในวงกว้าง ลิคกีตาร์ช่วงแรกสวยงามติดหม่น ท่ามกลางการโอบล้อมด้วยเครื่องสายบาดอารมณ์อย่างยิ่ง ก่อนจะบิลด์อัพไปสู่ช่วงพีคสุดของเพลงด้วยการหยิบกลิ่นอาย แบล็ค เมทัล มาใช้อย่างหนักมือ ไม่ว่าจะบลาสต์บีต ริฟฟ์กีตาร์ เสียงร้องจากคณะประสานเสียงสุดสะพรึง เมโลดี้หลังท่อนนี้พลังโคตรได้กันกับเนื้อหาที่วนเวียนอยู่กับการกล่าวโทษตัวเองต่างๆนานา ก่อนจะปิดด้วยความสงบเศร้าสร้อยในที เป็นอีกเพลงที่สามารถขยายสเกลไปทำหนังสั้น ๆ สักเรื่องได้สบาย ๆ เลย

ความรุนแรง

เปิดด้วย โพสต์-ฮาร์ดคอร์ ปลุกให้วิ่งเข้าใส่ ซาวด์ค่อนไปทางยุคอีโมเฟื่องฟูอยู่ไม่น้อย เนื้อหาก็ว่าด้วยการใช้ความรุนแรงทั้งจากการที่ถูกกระทำหรือพลั้งพลาดไปเอง สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปขยายต่อในองก์ที่สองของเพลง ซาวด์ถูกเปลี่ยนไปเป็น นูเมทัล ลูกผสมซาวด์อิเล็ทรอนิกส์หนักๆไปเลย ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายไปมากกว่านี้ พาร์ตสุดท้ายคลี่คลายกลายเป็นบัลลาดเปียโนเมโลดี้สุดไพเราะไปเลย ซึ่งส่วนตัวชอบวิธีการนำเสนอแบบนี้มากๆ จากคนที่ใช้แต่ความรุนแรงไปเรื่อยๆจนตัวตนไม่เหลือ มาถึงจุดที่คิดได้และตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะหาทางที่แก้ปัญหานี้อย่างไร ทั้งที่เขาไม่ได้อยากเป็นคนแบบนั้นเลย

ความเยาว์

ซิงเกิลแรกของอัลบั้มที่เป็นดังบทสรุปของอัลบั้มนี้ ยังคงมีเครื่องหมายคำถามค้างคามากมายว่าเราเกิดมาเพื่อสิ่งใดและใช้ชีวิตแบบไหน หรือกระทั่งอยู่ไปเพื่อใคร เป็นอีกเพลงที่บดขยี้ทางความรู้สึก ดึงอารมณ์และประสบการณ์การชีวิตร่วมออกมาได้แบบเต็มร้อย ทั้งหมดถูกถักทอด้วยอะคูสติกกีตาร์ เครื่องสาย ที่บรรจงวางไว้อย่างปราณีตเป็นตัวเดินเรื่อง ก่อนที่จะใช้ซาวด์ประกอบต่าง ๆ สื่ออย่างมีนัยสำคัญเพื่อเชื่อมต่อไปยังครึ่งหลังของเพลงที่โหมกันเต็มกำลังพร้อมการแผดเสียงร้องที่ระบายทุกอย่างออกจนหมดสิ้น

กว่า 50 นาทีถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและท้าทายผู้ฟังอย่างที่สุด และอาจจะต้องยอมรับว่าการทำเพลงระดับสิบนาทีขึ้นไปยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่และค่อนข้างเสี่ยงอยู่เหมือนกัน แต่เท่าที่ดูกระแสตอบรับถือว่าดีเกินคาดไปไม่น้อยเลย สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะอย่างไร กับงานอัลบั้มชุดนี้ก็น่าจะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า “ของจริงก็คือของจริง”

เตรียมตัวพบกับคอนเสิร์ต Spread The “WORDS” ของวง The Darkest Romance ได้วันที่ 4 ตุลาคม 2563 ณ Spectrum Hall, ช่างชุ่ย พร้อมศิลปินรับเชิญ Sleeping Sheep, Ugoslabier, Last Dream และ The Rocket Whale

งานนี้เข้าฟรี* โดยมีกติกาดังนี้

1.มี CD อัลบั้ม WORDS ของ The Darkest Romance ในครอบครอง (อย่าลืมนำ CD ไปแสดงเพื่อแลกรับ wristband สำหรับเข้างาน)

2.ผู้ที่ยังไม่มี สามารถซื้อ CD ได้ที่หน้างาน

3.จำกัดจำนวนคนเข้างาน 150 ท่านแรกเท่านั้น ! (เริ่มเวลา 15:00 น.)*CD 1 แผ่น ได้รับสิทธิในการเข้าชม 1 สิทธิ์***หากจำนวนคนเข้างานครบ 150 ท่าน จะทำการปิดรับแลก wristband เข้างานทันที

**.โดยในวันงานจะมีกฏ ดังนี้-นำ CD อัลบั้ม WORDS มาแสดงที่หน้างาน เพื่อแลกรับ wristband เข้างานได้ตั้งแต่เวลา 15:00 น.-มีการวัดไข้ก่อนเข้างาน หากพบว่ามีไข้สูงจะไม่สามารถเข้าร่วมงานได้-ก่อนเข้างานต้องทำการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่เตรียมไว้ให้-ผู้เข้าร่วมต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในงาน

#TDRSPREADTHEWORDS