การกลับมาอีกครั้งของวงเฮฟวี่เมทัลฝีมือฉกาจจากเวลส์นามว่า Bullet for My Valentine ครั้งนี้เป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ห้าแล้ว และยังเป็นการกลับมาร่วมงานกับ Colin Richardson โปรดิวเซอร์ผู้เคยสร้างชื่อให้กับพวกเขาในสองอัลบั้มแรกด้วย งานนี้น่าจะสื่ออะไรเป็นนัยๆว่าพวกเขาจะกลับมาหนักแน่นเหมือนงานยุคแรก ๆ ไหมนะ?

คำตอบก็คือ ”ใช่” ครับ แต่ก็ไม่ทั้งหมดเสียทีเดียว ส่วนที่ขาดหายไปจากสองอัลบั้มก่อนหน้าคือพาร์ทโจ๊ะ ๆ ของดนตรีเฮฟวี่ ฮาร์ดร็อก แต่กลับถูกทดแทนด้วยซาวด์ดั้งเดิมของวงไม่ว่าจะเป็น ริฟฟ์กีตาร์ว่องไวสุดเฉียบ, โซโล่กีตาร์แพรวพราว และพาร์ทริธึ่มเซ็กชั่นสุดเร้าใจ โดยผ่านทางบทเพลงอย่าง “No Way Out” เมทัลคอร์สไตล์ถนัดปนสำเนียงแธรชสมัยใหม่แต้มด้วยคอรัสติดหู, “Army of Noise” ที่มาในลีลาแธรชเมทัลยุครุ่งเรืองกันเลยบวกกับโซโล่สายฟ้าแลบของคู่มือกีตาร์สุดเจ๋งอย่าง Matt Tuck, Michael Paget

ต่อด้วยเพลง “You Want a Battle? (Here’s a War)” เมโลดิกเมทัลคอร์จังหวะกลาง ๆ โยก ๆ ที่เน้นเมโลดี้สวย ๆ ไว้ขายในวงกว้าง ก่อนจะกลับมาจัดหนักกันต่อกับ “Broken” ริฟฟ์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงปั่นแหลกตามสไตล์ คอรัสฟังแล้วชวนฮึกเหิมดีแท้, “Venom” ไตเติลแทร็ก เพลงค่อนไปทางช้าๆอารมณ์หม่นที่ฟังแว้บแรกนี่นึกว่า “Tears Don’t Fall” ภาคสามเสียอีก, “The Harder The Heart (The Harder It Breaks)” เพิ่มระดับความแรงด้วยริธึ่มกระแทกกระทั้นก่อนจะไปหล่อ ๆ กับท่อนคอรัสอีกเช่นเคย, “Skin” กับ “Hell or High Water” ดูจะป๊อปกว่าเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มสักหน่อยกับซาวด์ที่ได้อิทธิพลจากฮาร์ดร็อกยุค 80’s มาเต็ม ๆ, Pariah แทร็กปิดท้ายอัลบั้ม ที่ร้อนผ่าวกันพอประมาณอย่างงานยุคแรก ๆ ที่แมทนักร้องนำได้ใช้เสียงของตัวเองแบบเต็มศักยภาพ (จริง ๆ ก็ร้องดีทุกเพลงแหละ) บวกกับท่อนโซโล่หวือหวาที่มีให้ฟังกันจนอิ่ม

งานชุดนี้มีขายในบ้านเรานะครับ ไม่ต้องไปหาแผ่นอิมพอร์ตราคาแพงให้เมื่อยแต่อย่างใด (มีขายแบบดีซักส์อีดิชั่นด้วยนะ) ถือเป็นอีกงานที่แฟน ๆ ทุกคนไม่ควรพลาดครับ ถ้าใครชอบเมทัลคอร์ ฮาร์ดร็อก เจือด้วยแธรชสมัยใหม่ อัลบั้มนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ