Facing Death by Now อัลบั้มเต็มชุดแรกของ Torrayot ผลงานเดี่ยว ของ ยศธร บุญญธนาภิวัฒน์ หรืออู๋ มือกีตาร์และนักร้องนำของวง The Yers และยังอยู่เบื้องหลังศิลปินหลาย ๆ คนในฐานะโปรดิวเซอร์

หลังจากที่ได้สัมภาษณ์อู๋ไปเกี่ยวกับวง Torrayot ไปในคอลัมภ์ #WazzupRocker (บทสัมภาษณ์ คลิก) เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สารภาพตรง ๆ ว่ารู้สึกตื่นเต้นกับการรอที่จะได้ฟังอัลบั้มเต็มนับตั้งแต่ได้ฟังซิงเกิลแรก “รอยมืดดำ (Black Marks)” ในสไตล์ดนตรีแนวดูมเกซ (ดูมเมทัลผสมชูเกซ) ที่ถูกคั้นออกมาจากความชอบ 2 แนวดนตรีที่แตกต่างกันสุดขั้วจนก่อตัวขึ้นมาเป็นเพลงจากจินตนาการและความสามารถของอู๋ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้อความที่บังเอิญพบเจอในอินเทอร์เน็ต ว่า “เรามีเพลงแนวแบล็กเกซแล้ว แล้วดูมเกซเมื่อไหร่จะมี?”

Facing Death by Now ประกอบไปด้วย 10 เพลง มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และแน่นอนเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่อัดอู๋จัดการอัดเองทั้งหมดในสตูดิโอของตัวเองที่ใช้ชื่อเดียวกับวง และมีผู้ช่วยสองในเรื่องของการมิกซ์และทำมาสเตอร์ คือคุณ นฤชิต เฮงวัฒนอาภา และทำการดิจิทัลอีดิต โดยคุณ Pakin Watanaruk เราจะได้ยินอะไรในอัลบั้มนี้บ้าง ไปดำดิ่งในความหม่นและมืดมนแบบ track-by-track กันครับ

1. อย่างที่เธอต้องการ (The Way You Want)

เปิดเข้ามาก็จัดหนักความยาน ความสาก ความอึดอัด สไตล์ดูมเมทัล ก่อนจะเปลี่ยนพาร์ตเป็นซาวด์เมโลดี้สวย ๆ ชวนลอย ช่วงท้ายกดขยี้โสตประสาทด้วยซาวด์นอยซ์ที่ราวกับถูกจับเข้าห้องทรมานซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งมันเข้ากับเนื้อส่วนเนื้อพูดถึงความทรมานที่เกินรับไหวจากความหลอกลวง จนอยากหายไปให้พ้นจากสิ่งเหล่านี้

2. สะกด (Hypnotize)

เพลงล่าสุดที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน เพลงนี้ภาพชัดมากกับคำว่าดูมเกซ ซาวด์กีตาร์มาเป็นสไตล์ของดูมเมทัล ส่วนซาวด์ของกลองออกไปทางวงชูเกซชอบใช้กัน ทำให้เพลงมันดูดิบและลอยไปพร้อม ๆ กัน ก่อนจะจบลงด้วยการลอยสู่ห้วงหม่น ๆ ในส่วนของเนื้อหามีความใกล้เคียงกับเพลงแรก

3. Beads

เพลงแรกในอัลบั้มที่ใช้ภาษาอังกฤษ และเป็นเพลงที่ปล่อยออกมาไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน เพลงนี้มีความหลอนตรงการร้องคอรัสที่ให้อารมณ์คล้ายกับวิญญาณที่ตามหลอกหลอน เป็นเพลงที่สาดความหนักของดนตรีและอารมณ์คอนข้างมาก ช่วงก่อนจบเพลงมีการโซโลทิ้งท้าย เนื้อหาพูดถึงบางสิ่งที่หลอกหลอนและต้องการเอาไปจากจิตใจ

4. Mendacious Life

เริ่มต้นเพลงนี้ด้วยซาวด์อันนุ่มนวล แต่ภาคของริธึมแอบซ่อนความก้าวร้าวเอาไว้และคอยโผล่มาเตือนเป็นระยะ ก่อนจะโผล่ขึ้นมาอาละวาดอย่างน่าเกรงขามที่ลากยาวตั้งแต่กลางเพลงจนไปถึงจบเพลง ใครชอบดูมเมทัล พาร์ตนี้ถูกใจแน่นอน หนืดแบบเข้าถึงรสชาติ เนื้อหาเพลงนี้ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งชื่อเพลงแปลเป็นไทยได้ประมาณว่า “ชีวิตที่ตอแหล”

5. เหนือเวลา (Above Time)

เป็นเพลงที่หม่นและดำดิ่งมาก เพลงนี้เราอาจจะตีความได้ 2 ความหมาย คือคนที่มีชีวิตอยู่แต่ไม่มีความสำคัญใด ๆ ต่อใคร และอีกความหมายอาจจะหมายถึงการตายที่ไร้ซึ่งคนจดจำ ยิ่งพอมันถูกประกอบเข้ากับซาวด์ของเพลงนี้ เราจะสามารถจินตนการออกมาเป็นภาพได้เลย เป็นเพลงที่เน้นการสร้างแอมเบียนต์

6. Disdane

เพลงนี้ฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นฟังง่ายกว่าเพลงที่ผ่านมามากทีเดียว โดยเฉพาะกับที่ฟังเพลงทั่ว ๆ ไป เป็นที่ฟังเพราะแต่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของซาวด์ในอัลบั้มนี้ ความน่าสนใจคือตอนสร้างเสียงนอยซ์จากกีตาร์ในช่วงกลางเพลงและช่วงท้ายเพลง บ่งบอกความชื่นชอบต่อแนวชูเกซของอู๋ได้เป็นอย่างดี

7. 31 ‘Til The End 

เพลงบรรเลง ไร้เสียงร้อง เต็มไปด้วยซาวด์แอมเบียนต์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนวิญญาณล่องลอยไปในดินแดนที่อ้างว้าง ว่างเปล่า และไม่มีวันสิ้นสุด

8. “รอยมืดดำ (Black Marks)”

เพลงแรกที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนของ Torrayot ไม่แปลกใจที่เลือกเพลงนี้เป็นเพลงแรก เพราะมันบอกเล่าความเป็นอัลบั้มนี้ได้เป็นอย่างดี เพลงนี้พูดถึงร่องรอยตำหนิบางสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตใจ แต่ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเราเอง

9. Facing Death by Now

ไตเติลแทร็กที่แปลเป็นไทยได้ว่า “เผชิญหน้ากับความตาย ณ ตอนนี้” เด่นด้วยจังหวะกรูฟหนึบ ๆ ชวนขยับโยกตาม ซาวด์กีตาร์บางพาร์ตในเพลงนี้ยานต่ำได้หนักหน่วง สะใจมาก เป็นอีกเพลงคนทั่วไปน่าจะเข้าถึงไม่ยาก

10. หมอกที่เริ่มจางหาย (The Fog Begins to Fade)

ปิดท้ายอัลบั้มด้วยความหน่วง ซาวด์ของเบสเพลงนี้ค่อนข้างเด่นและเป็นตัวสร้างความอึดอัดตัวเพลงโดยรวมเป็นจังหวะเนิบ ๆ เรื่อย ๆ มีซาวด์สังเคราะห์มาเสริมตัดเลี่ยน เป็นการผ่อนคลายและปิดฉากของอัลบั้มลงไป

เป็นอัลบั้มที่เต็มไปด้วยความซีเรียส จริงจัง มืดมน และดำดิ่งทั้งในเรื่องของดนตร, อารมณ์ และเนื้อหา แต่นั่นมันก็ตอบโจทย์จินตนาการที่อู๋ต้องการนำเสนอได้หมดจด และที่สำคัญคือซาวด์ของอัลบั้มนี้ที่ผนวกดูมเมทัลและชูเกซ เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างลงตัว ใครอยากเข้าถึงลองเปิดใจและลืมภาพของ The Yers ไปก่อน มันจะทำให้คุณพบโลกอีกใบได้แน่นอน ส่วนตัวสำหรับผมแล้วไม่เกินเลยที่จะบอกว่าเป็นผลงานอันยอดเยี่ยม และคุ้มค่ากับการรอคอย!

ซึ่งคงจะไม่ใช่แค่ตัวผมที่คิดแบบนี้ เพราะหลังจากที่ Torrayot ได้เปิดพรีออเดอร์ไปในรอบแรกก็ sold out อย่างรวดเร็วในทุก ๆ ฟอร์แมต (ซีดี, ไวนิล และเทป) จนถึงกับต้องเปิดพรีออเดอร์ในรอบที่สอง ซึ่งใครสนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ https://www.facebook.com/torrayot/

รีบหน่อยนะครับ ช้าหมดอดฟัง เพราะอัลบั้มนี้ไม่มีปล่อยในช่องทางสตรีมมิงใด ๆ ทั้งสิ้น ของแบบนี้การันตีความเป็นแรร์ไอเทมแน่นอน