That’s the Spirit อัลบั้มเต็มลำดับที่ห้าของวงร็อกจากเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษนามว่า Bring Me the Horizon คือผลงานที่ทิ้งช่วงจากอัลบั้มก่อนหน้านี้อย่าง Sempiternal ราวสองปีนิด ๆ และพวกเขายังได้ย้ายเข้าสู่สังกัดใหม่อย่าง RCA Records อย่างเต็มตัว อัลบั้มนี้ Oliver Sykes และ Jordan Fish สองสมาชิกของวงยังขึ้นแท่นโปรดิวซ์งานในอัลบ้้มนี้กันเองอีกด้วย ทิศทางดนตรีของอัลบั้มนี้จะเดินไปในทางใด ขอเชิญทางนี้เลยครับ

1. เปิดอัลบั้มด้วย “Doomed” ที่ซาวด์อิเล็กทรอนิกจับบทพระเอกคู่กับเสียงร้องกึ่งสำรอกในท่อนฮุก
2. “Happy Song” กับอารมณ์ของโพสต์กรันจ์สไตล์อเมริกันเต็ม ๆ จังหวะหน่วง ๆ ชวนโยกมาก จะว่าไปเพลงนี้ก็หนักที่สุดในอัลบั้มแล้ว เสียงร้องประสานของเด็กทำได้เท่ดีครับ
3. “Throne” เพลงนี้มีซาวด์สังเคราะห์ฟุ้งกระจาย ท่อนฮุกติดหู อารมณ์ใกล้เคียงกับเพลงของ Linkin Park แถมเพลงนี้ยังมีท่อน sing along ไว้เล่นสนุกกับคนดูตอนแสดงสดโดยเฉพาะเลยด้วย
4. “True Friends” ท่อนฮุกเนื้อหาโดนใจ จังหวะเพลงนี้ใกล้เคียงกับ “Happy Song”
5. “Follow You” เพลงจังหวะลอยเคว้งคว้าง ช้า ๆ เนิบ ๆ เมโลดี้ชวนเคลิ้ม เหมาะกับชีวิตสโลว์ไลฟ์เสียเหลือเกิน แฟน ๆ ของวงประมาณ Coldplay น่าจะชอบเพลงนี้ครับ
6. “What You Need” อินโทรเปิดมาด้วยไลน์เบสเด่นโคตร จังหวะเพลงนี้กลาง ๆ ฟังได้เพลินกระชากอารมณ์ช่วงท่อนฮุก โซโล่หนักไปทางฮาร์ดร็อก ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับวงอย่าง Incubus
7. “Avalanche” เพลงนี้มีอารมณ์ในแบบอัลเทอร์เนทีฟร็อกสลับจังหวะผ่อนหนักเบส ไลน์กีตาร์เพลงนี้ให้กลิ่นอายของโพสต์ร็อกในระดับหนึ่งครับ
8. “Run” เปิดมานี่นึกว่าเพลงเฮาส์ ซาวด์อิเล็กทรอนิกเด่นอีกแล้ว สร้างบรรยากาศให้สวยงามได้ดีทีเดียวครับ
9. “Drown” คงไม่ต้องอธิบายกันมากเกี่ยวกับซิงเกิลนี้ เพราะแฟน ๆ ของวงน่าจะได้ฟังกันไปหมดแล้วตั้งแต่ปีก่อน
10. “Blasphemy” เพลงที่มีกลิ่นซาวด์สังเคราะห์แบบแปลกหู มาพร้อมกับการโซโล่ติดกลิ่นบลูส์แบบจาง ๆ
11. เพลงสุดท้าย “Oh No” ปิดอัลบั้มด้วยซาวด์ชวนเคลิ้นสไตล์โพสต์ร็อกอีกครั้ง แทรกด้วยเสียงแซ็กโซโฟนนิด ๆ ในช่วงท้าย เป็นการผ่อนคลายหูและส่งท้ายได้อย่างสวยงาม

จากที่อธิบายมาก็คงจะพอเห็นภาพแล้วนะครับ ว่าตอนนี้ดนตรีของพวกเขาเบาลงอย่างแน่นอน ใครที่คาดหวังจะฟังท่อนเบรกดาวน์เดือด ๆ แบบอัลบั้มก่อน ๆ ต้องเสียใจด้วยเพราะในอัลบั้มนี้ไม่มีให้ได้ยินแม้แต่น้อย ถ้าจะให้จัดแนวทางของพวกใน อัลบั้มนี้ก็คงหนีไม่พ้นคำว่า ‘อัลเทอร์เนทีฟร็อก’ ครับ พวกเขาได้นำส่วนผสมที่ดีจากความเป็นอเมริกันมาผสมเข้ากับเอกลักษณ์ของความเป็นบริทิชได้อย่างลงตัว กลายเป็นอัลบั้มที่เต็มไปด้วยความละเมียดละไมทางตัวโน้ตและติดหูในทุกเพลง สามารถเปิดวนซ้ำได้หลายรอบโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อแต่อย่างใด ข้อแนะนำในการฟังอัลบั้มนี้คือ ให้คุณลืม Bring Me the Horizon ในแบบที่รู้จักไปก่อน แล้วลองเปิด คุณจะค้นพบกับสเน่ห์ของมันครับ พวกเขาได้ก้าวเข้าสู่โลกที่เรียกว่า ‘เมนสตรีม’ อย่างเต็มตัวแล้ว

อัลบั้มนี้ทางโซนี่มิวสิคไทยแลนด์ได้ลิขสิทธิ์ผลิตในประเทศไทยด้วย แฟน ๆ ของ BMTH ในไทยสามารถหาซื้อได้ในราคาย่อมเยาว์ ส่วนตัวผมขอแนะนำร้าน Cap สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ชั้นสี่ครับ ขายลดราคาจากแผ่นละสี่ร้อยเหลือราว ๆ 339 บาท (ถ้าจำไม่ผิด) ผมก็ได้แผ่นมาจากร้านนี้นี่แหละครับ ช่วยกันสนับสนุนผลงานลิขสิทธิ์เพื่อเป็นกำลังใจให้ศิลปิน อย่าทำตัวเป็นปลิงหาโหลดฟรีจนเคยชินนะครับ