ช่วงปีที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในวงการเพลงร็อกกระแสหลักคือ คนหันมาด่า Imagine Dragons วงป๊อปร็อกจากนครลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา กันแทน Nickelback วงร็อกรุ่นใหญ่จากประเทศแคนาดาที่คนในวงการเพลงมักยกขึ้นมาล้อเลียนในความซ้ำซากของผลงานอยู่เสมอ ๆ

ล่าสุด Gary Holts มือกีตาร์ Slayer (อดีตขุนขวานตัวหลักของวง Exodus) ก็เพิ่งออกมาบอกว่า หลังจากได้รับชมการแสดงสดของพวกเขาผ่านทางทีวีก็รู้สึกว่าเป็นวงดนตรีที่ห่วยแตกที่สุดในโลก แต่ด้วยทัศนคติที่ไม่สู้ดีนัก ปัจจุบันโพสต์ดังกล่าวก็ถูกลบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แล้ว Imagine Dragons ห่วยแบบที่ว่าจริงหรือเปล่า? สำหรับคนฟังเพลงร็อกหนัก ๆ ก็อาจเป็นไปได้ เพราะพวกเขาไม่ได้ทำผลงานขึ้นมาเสิร์ฟคนเหล่านั้น แต่ถ้าเป็นโลกดนตรีกระแสหลัก มังกรมโนวงนี้ถือว่าประสบความสำเร็จยิ่งกว่าวงดนตรีไหน ๆ ในยุคเดียวกัน เพลง “Radioactive” ซึ่งถือเป็นเพลงชาติ (anthem) ของวง สามารถอยู่บนชาร์ตเพลงได้ยาวนานถึง 87 สัปดาห์ และอัลบั้มแรกอย่าง Night Visions ก็มียอดขายฮิตติดชาร์ตเพลงอยู่ถึงห้าปี

เวลาผ่านไปไม่นาน พวกเขาก็เดินทางมาจนถึงอัลบั้มที่สี่ที่ใช้ชื่อสั้นเรียกง่าย จำได้ในสามวินาที ว่า Origins

ดูกันที่สถิติยอดขายในสัปดาห์เปิดตัว พวกเขายังสามารถเปิดตัวด้วยตำแหน่งเลขหลักเดียวในชาร์ตเพลงหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ฯลฯ แต่ในแง่ของการสร้างผลงาน ก็ต้องนับว่า Origins มีความ ‘เละเทะ’ ประกอบอยู่ไม่น้อย ไม่ได้จะบอกว่าเพลงในอัลบั้มนี้ไม่ดีนะครับ เพราะเพลงอย่าง “Natural”, “Bad Liar” หรือ “Machine” ซิงเกิลที่ถูกหยิบมาโปรโมตก็ยังคงลายเซ็นป๊อปร็อกทันสมัยที่ชวนให้ฮึกเหิมและมาพร้อมกับท่อนฮุกแข็งแรง เหมาะสำหรับเล่นคอนเสิร์ตระดับสเตเดียม ไม่ต่างจากเพลงฮิตเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มก่อนหน้า

ทว่า แนวทางการทำดนตรีในอัลบั้มนี้มันกระจัดกระจายมาก ๆ

พอเปิดมาถึงเพลงที่สองอย่าง “Boomerang” เรากลับคิดว่ามันร็อกน้อยลงและมีกลิ่นอายแบบ The Chainsmoker มากขึ้น ตอนที่ฟังอัลบั้มนี้ผ่านไปแค่สองเพลงจะยังไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะเป็นไปได้ว่า นี่อาจเป็นแค่การเปลี่ยนอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในอัลบั้ม แต่พอตะลุยผ่าน Origins ไปทั้งหมดก็พบว่ามีความฉีกไปแบบไร้ทิศทางอยู่ไม่น้อย

เพราะเราเจอเพลงหลายแนวเกินไปในอัลบั้มนี้ ทั้งซาวด์ดรัมแอนด์เบสลุย ๆ ในเพลง “Digital” หรือดนตรีกลิ่นอายโซลหนักแน่นในเพลงอย่าง “Stuck” กับ “Cool Out” เป็นต้น ไหนจะซาวด์ดนตรีแบบอินดี้รุ่นใหม่ในเพลง “Only” และซาวด์คันทรี่ในเพลง “West Coast” ที่ฟังแล้วชวนให้นึกถึงเพลง “Wake Me Up” ของ AVICII หรือวงอย่าง Mumford and Sons นั่นอีก แม้ Dan Reynolds และสหายในวง Imagine Dragons จะทำเพลงออกมาได้ดีในทุกแนวที่ทำออกมา แต่เรากลับหาความเข้ากันในงานชุด Origins แทบไมได้เลย – การทำเพลงเป็นอัลบั้ม ไม่ใช่แค่การนำเพลงที่ดีมารวมกัน แต่ความต่อเนื่องของอารมณ์ก็สำคัญไม่น้อยนะครับ!

หากมองแบบภาพรวม Origins อาจเป็นอัลบั้มรวมการ ‘ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ’ ของวง Imagine Dragons ที่พยายามฉีกออกจากสูตรสำเร็จของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วมันกลับกลายเป็นว่า ด้วยความที่งานมันหลากหลายเกินไป ก็ทำให้อัลบั้มนี่ไม่มีแกนที่แข็งแรงพอจะชูเป็นจุดขายจริง ๆ ได้เหมือนผลงานของพวกเขาในหลายปีที่ผ่านมา แต่ดูจากเนื้อเพลงแล้ว Dan และสหายน่าจะพร้อมสำหรับคำวิจารณ์ที่ชาวโลกเตรียมประเคนให้มาดีระดับหนึ่งเลย เพราะในเพลง “Bullet in a Gun” ท่อนเวิร์สที่สอง เจ้าตัวบอกเอาไว้เองเลยว่า ‘ชื่อเสียงมันมีราคาที่เราต้องจ่าย’

“To make a name, you pay the price
You give your life, no other way
The devil’s deal, it comes around
To wear the crown, rise up from the ground”

แต่หากให้สรุป งานชุดนี้เหมาะสำหรับสาวกของวงแน่นอน แต่สำหรับแฟนเพลงขาจรที่อยากรู้จักกับ Imagine Dragons จริง ๆ เราคิดว่าควรจะเริ่มต้นที่อัลบั้มอื่น ๆ มากกว่า หรือถ้าสนใจจะเริ่มที่อัลบั้มนี้จริง ๆ ก็ต้องขอแนะนำให้แยกซิงเกิลโปรโมตที่เป็น stadium rock anthem ออกมาฟังแยก เพื่อทำความรู้จักกับ core ของวงก่อน แล้วค่อยขยายไปฟังเพลงอื่น ๆ ที่ทางวงทดลองทำออกมาในภายหลัง

Origins วางจำหน่ายตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา สำหรับในประเทศไทย จัดจำหน่ายโดย Universal Music Thailand หาซื้อได้ตามร้านซีดีชั้นนำทั่วไป