ไม่บ่อยนักที่เราจะได้ฟังงานคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่สมบูรณ์ ทั้งดนตรีและเนื้อหาที่สามารถเชื่อมโยงแต่ละเพลงเข้าหากันโดยมีธีมหลักคอยคุมกว้าง ๆ อีกที และส่วนมากแนวทางนี้มักจะจำกัดอยู่ในแวดวงโปรเกรสซีฟเสียเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งถ้าในวงการบ้านเราที่เข้าข่ายลักษณะนี้ยิ่งไม่ต้องสืบครับ มีน้อยจนนับนิ้วได้เลย แต่กับอัลบั้มล่าสุด (Midlife) ของวง ภูมิจิต อินดี้ โพสต์-ร็อก จากไทยแลนด์ นั้นมีสิ่งที่ว่าไปครับ ออกจะมีมากจนเหลือเฟือซะด้วยซ้ำ

คอนเซ็ปต์ด้านเนื้อหาหลัก ๆ ของอัลบั้มนี้พวกเขาเล่นกับเรื่องของชีวิตวัยกลางคน (คนวัยทำงานน่าจะอินกับอัลบั้มนี้โดยมิได้นัดหมาย) ส่วนพาร์ทดนตรีจะยืนพื้นที่ อินดี้ อัลเทอร์เนทีฟ บริทร็อก ไปจนถึง โพสต์-ร็อก คละเคล้ากันไป โดยเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มจะค่อนไปทางช้า แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย เพราะจุดแข็งของงานชุดนี้คือเนื้อหาที่พวกเขาร้อยเรียงกันแบบเพลงต่อเพลงได้เนียนสนิท


“Time-Life” แทร็กแรกพาคุณให้ล่องลอยด้วยซาวด์แอมเบียนท์จากท่อนของเพลงต่าง ๆในอัลบั้มทีละเล็กละน้อย ราวกับอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นจนสุดท้ายจบด้วยเสียงนาฬิกาปลุก เพื่อให้เราลุกไปทำงาน

“Good Job” หลังจากตื่นขึ้นมาพร้อมความงัวเงีย เราต่างรำพึงรำพันไม่อยากออกไปทำงาน แต่อย่างไรเราก็ต้องบังคับตัวเองให้ลุกออกไปสู้กับชีวิตจริง ๆ

“ชีพจร” บริทป๊อปจังหวะเนิบช้าเป็นตัวเล่าเรื่อง กับชีวิตของการทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อตั้งแต่การเดินทาง แต่ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จในแต่ละวัน แต่อย่างน้อย ๆ ถ้ายังไม่สิ้นหวังก็จงต่อสู้เพื่อความฝันด้วยความกล้าหาญ

“นาฬิกา” โพสต์-พังก์ จังหวะกลางเคร่งขรึม เนื้อหาจริงจังว่าด้วยเรื่องการทำงานจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง

“Drama Addict” พักเบรกจากการทำงานมาเสพเรื่องดราม่าบนหน้าจอที่ดูจะเป็นกิจกรรมยามว่างของคนยุคนี้ไปเสียแล้ว แฝงข้อคิดเบาๆในท่อนคอรัสพร้อมกับซาวด์แบบโพสต์พังก์ชวนผ่อนคลายมากกว่าเคร่งเครียด

“จริง ๆ” ยังอยู่กับพฤติกรรมการเสพและใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิด ๆ และอาจจะรวมไปถึงการพูดนินทาลับหลังด้วยก็เป็นได้ ภาคดนตรียังทำเก๋ ที่นำริฟฟ์ของดนตรีหมอลำมาผสมกับซาวด์อัลเทอร์จี๊ด ๆ ของพวกเขาได้โคตรเท่และเมามันร่วมสมัยมาก ๆ

“เจ้าพระยา” ภาพตัดมาถึงช่วงเวลาหลังเลิกงาน ตัวละครหลักของเรื่องก็ได้มานั่งพักผ่อนที่ริมน้ำจากความเหน็ดเหนื่อยในการทำงานมาทั้งวัน เป็นอีกเพลงที่ใช้เนื้อเพลงอย่างซื่อ ๆ แต่เห็นภาพตามได้ง่าย

“เวลา” แทร็คสั้น ๆ ซาวด์ดีเลย์กีตาร์แทนเสียงเข็มนาฬิกาชวนกดดัน บ่งบอกถึงความหวาดหวั่นในการบริหารเวลาชีวิต และเป็นเหมือนอินเทอร์ลูดกลาย ๆ ส่งต่อให้เพลงถัดไป

“Active Income” ทั้งรัก ทั้งฝัน ทั้งเงิน ทั้งงาน สิ่งเหล่านี้เราจะบาลานซ์ให้มันอยู่ด้วยกันได้อย่างไร กับความเป็นจริงที่ชวนสะอึกเล็ก ๆ ถูกถ่ายทอดในมุมที่สวยงามผ่านเครื่องสายที่คอยประคองอยู่ข้างหลัง

“โลกยังอยู่” ล่องลอยตามสไตล์ โพสต์-ร็อก กีตาร์ตีคอร์ดคลอไปกับเปียโนอย่างเรียบง่าย สอดคล้องกับช่วงท้าย ๆ อัลบั้มที่เนื้อหาจะเริ่มเป็นการยอมรับความจริงมากขึ้นเพื่อเผชิญกับปัญหา

ปัจจุบัน” การอยู่กับปัจจุบัน และโฟกัสกับสิ่งที่ควรทำ คือการใช้ชีวิตกับคนที่รักอย่างดีที่สุดและไม่ทำให้เวลานั้นสูญเปล่า (ซึ่งอัลบั้มนี้เล่นกับเรื่องเวลาเยอะมาก) ตัวเพลงเป็นบัลลาดเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ทรงพลัง

“Life-Time (End Credits)” จบอัลบั้มด้วยซาวด์บรรเลงแอมเบียนท์ (คล้าย ๆ กับเพลงแรก) แต่เต็มไปด้วยความนิ่งและสงบเงียบ


หากฟังแบบแยกเป็นเพลงงานชุดนี้แทบจะไม่สัมฤทธิ์ผลใด ๆ เลย เนื่องจากความแข็งแรงของคอนเซ็ปต์เนื้อเพลง ตัวดนตรี มันต้องฟังแบบรวดเดียวจึงจะได้รับสารที่สื่อออกมาอย่างครบถ้วนจริง ๆ ครับ

จริงอยู่ว่าที่ทางวงอาจไม่ได้ใช้คำร้องสวยหรูอะไรและออกจะทื่อ ๆ ในบางส่วนด้วยซ้ำ แต่ทว่ามันกลับออกมาเรียลและกระทบจิตใจได้ไม่น้อยเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ชีวิตของผู้ฟังที่เป็นตัวแปรในส่วนนี้เองด้วย หากท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงรับรู้ได้ไม่ยากนักแล้วล่ะครับว่าท่านควรทำอย่างไรกับอัลบั้มนี้ดี ซื้อสิครับ!!