ถ้าจะให้พูดถึงวงดนตรีสายโพสต์ฮาร์ดคอร์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเวลานี้คงหนีไม่พ้นวง Issues (หรือ Woe, Is Me กลับชาติมาเกิด ฮ่า ๆ) อิเล็คทรอนิกโพสต์ฮาร์ดคอร์จากค่าย Rise Records ค่ายสายหล่อแห่งวงการเมทัล/ฮาร์ดคอร์ หลังจากที่ปล่อยอีพี Black Diamonds เมื่อปลายปี 2012 ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมโดยมีซิงเกิลดังอย่าง “Princeton Ave” ที่ทำให้เป็นที่รู้จักรวมไปถึงมีซิงเกิลคัฟเวอร์ศิลปินป็อปอย่าง Justin Bieber ในอัลบั้ม Punk Goes Pop 5 โดยนำเพลง “Boyfriend” มายำใหม่ในสไตล์ตนเองได้อย่างน่าฟัง และนอกจากนั้นก่อนที่ทางวงจะปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก ก็ได้มีซิงเกิลชื่อ “Hooligans” ออกมาให้ชิมลางเมื่อกลางปี 2013 ซึ่งทำออกมาเป็นเอ็มวีด้วยและก็ยังคงได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมเช่นเคย หลังจากผลตอบรับดีเกินคาด ทางวงจึงมุ่งหน้าเข้าสตูดิโอเพื่อทำอัลบั้มแรกภายใต้ชื่อเดียวกับวง โดยสมาชิกที่ร่วมกันสังฆกรรมได้แก่ Tyler Carter ร้องคลีน, Michale Bohn สำรอก, Ty “Scout” Acord เทิร์นเทเบิ้ลและซินธิไซเซอร์, AJ Rebollo กีตาร์, Skyler Acord เบส และ Josh Manuel กลอง โดยได้ Kriss Crummett ( Johny Craig, Alesana, In Fear and Faith) และ Matt Malpass (Dance Gavin Dance, Train, Hey Monday) มารับหน้าที่โปรดิวซ์อัลบั้มนี้ให้

Issues-band-2013

จุดเด่นของพวกเค้าในอัลบั้มนี้คือดนตรีโพสต์ฮาร์ดคอร์ที่ผสมผสานเทคนิคแบบ djent เข้าไป รวมไปถึงการสร้างบรรยากาศในบทเพลงด้วยซินธิไซเซอร์ แถมยังมีซาวด์ของเทิร์นเทเบิลที่ดึงบรรยากาศดนตรีของนูเมทัลมาผสมได้อย่างกลมกล่อม รวมไปถึงเสียงร้องที่สลับกันสองโทนคือสำรอกและเสียงคลีนในสไตล์อาร์แอนด์บีตี่รับส่งกันอย่างลงตัว แบ่งพาร์ทได้อย่างชัดเจน ทีนี้พอเรามองภาครวมออกแล้วก็ได้เวลามาตะลุยในอัลบั้มของพวกเค้าได้เลยครับ

เริ่มต้นด้วย Sad Ghost เปิดมาด้วยอินโทรหลอน ๆ คลอกับเสียงสแนร์แบบมาร์ช เสริมแต่งด้วยซาวด์เอฟเฟคเครื่องเป่าเครื่องเคาะ ก่อนจู่โจมด้วยเสียงเทิร์นเทเบิล ,เสียงสำรอกที่คำรามไปพร้อมกับเสียงกีตาร์ที่ค่อย ๆ ดังขึ้นมา ขยับกลายมาเป็นจังหวะกรูฟขัด ๆ ชวนโดด พร้อมด้วยเสียงสแครชแผ่นที่ทำให้นึกถึงนูเมทัลอย่างจับใจ เสริมความไพเราะด้วยเสียงร้องของ Tyler Carter ในสไตล์อาร์แอนด์บีตี่มีเทคนิคการร้องที่ยอดเยี่ยมและติดหูสุด ๆ มูฟเมนต์ของดนตรีสลับเอาท่อนสับสไตล์ฮาร์ดคอร์พังก์เข้ามาปรับเปลี่ยนเทมโป รวไมปถึงท่อนเบรกดาวน์ที่โคตรหน่วง ตามด้วยเพลง Mad Myself เข้าช่วงอินโทรด้วยเสียงของ Tyler Carter มาฟีลอาร์แอนด์บีจ๋าพาเอาเคลิ้ม จังหวะโดยรวมเพลงนี้ผ่อนลงจากเพลงที่แล้วหน่อยครับ แต่ท่อนเบรกดาวน์ยังหนักหน่วงเช่นเคย เพลงนี้โฟกัสไปทางเสียงคลีนเป็นหลัก มีสำรอกบ้างประปราย และได้ซินธิไซเซอร์เพิ่มเมโลดี้สวย ๆ เข้ามาในบทเพลง ต่อด้วย Life of a Nine อินโทรด้วยซาวน์อินดรัสเทรียล ตบเข้ามาท่อนกรูฟมัน ๆ ตามด้วยจังหวะทูสเตปแบบขัด ๆ โดย Tyler Carter ใช้การร้องกึ่งแร็ปมาสร้างสีสรรค์ให้กับเพลง เพลงนี้เด่นตอนท่อนทูสเตปท้าย ๆ เพลงได้อารมณ์แบบฮาร์ดคอร์เต็ม ๆ ซึ่งเป็นอีกบรรยากาศที่แตกต่างกับดนตรีของวง The Landon House ซาวด์อิเล็คทรอนิกส์ฟุ้งลอยสร้างมิติไปทั่วทั้งเพลง โครงสร้างดนตรีโชว์เทคนิคกรูฟและ djent ตามสเตปเช่นเคย มูฟเมนต์ดนตรีปรับเปลี่ยนได้อย่างมีชั้นเชิง Late ดนตรีขึ้นมากับเสียงร้องคลีนนี่ยังกะเพลง House บรรยากาศเหมาะกับเปิดในผับมากซึ่งก็เป็นแบบนี้เกือบทั้งเพลงครับ แต่ก็ยังมีความหนักแน่นเสริมเข้ามาให้เสียงสำรอกได้ทำงานเพื่อเร่งอารมณ์ของเพลงให้เดือดขึ้นมาระดับนึง Old Dena เพลงนี้คือการโชว์ฝีมือของซินธิไซเซอร์และเทิร์นเทเบิลทั้งเพลงครับ ไว้พักหูกันไปพลาง ๆ Stringray Affliction หลายคนคงได้ฟังเพลงนี้ไปแล้วนะครับเนื่องจากเป็นซิงเกิลแรก ๆ ที่ปล่อยออกมาให้ฟังในอัลบั้มใหม่ ส่วนใครยังไม่เคยฟังจะบอกให้ว่าเพลงนี้อารมณ์เดียวกับเพลง Hooligans ของพวกเค้าครับ ท่อนคลีนเพลงนี้ติดหูสุด ๆ หล่อโคตร แถมเทิร์นเทเบิลอร่อยหูมาก ๆ Never Lose Your Flames อินโทรด้วยสไตล์อาร์แอนด์บี ก่อนจะกลองจังหวะยก ๆ เสริมเข้ามาพาเข้าท่อนเซอร์เคิลพิต ฟังแล้วอยากไปวิ่งในวงจริง ๆ เพลงนี้จังหวะซอฟต์ ๆ ครับฟังง่ายกว่าในหลาย ๆ เพลงแต่ก็ยังมีท่อนโชว์ทีมเวิร์กให้ได้ฟังกัน Personality Cult อินโทรด้วยซาวด์กลองอิเล็คทรอนิกส์กับเสียงคลอประหลาด ๆ จังหวะเพลงนี้ช่วงแรก ๆ ฟังดูอึดอัดและกดดันสุด ๆ ก่อนจะมีปรับจังหวะให้ผ่อนคลายลงเพื่อสอดรับกับท่อนร้องที่ต้องแบ่งพาร์ทกัน Tears on the Runaway, Pt. 2 เพลงนี้ได้ Nylo ศิลปินสาวสวยสไตล์อาร์แอนด์บีมาร้องแจม ช่วยให้เพลงดูน่าสนใจและไพเราะมากยิ่งขึ้น แต่ดนตรีโดยรวมยังคงครบเครื่องเหมือนเช่นทุกเพลงครับ The Settlement เพลงนี้การเล่นนี้ได้อารมณ์แบบนูเมทัลมาเต็ม ๆ ครับแต่มาปรับเทคนิคแบบ djent เข้าไป จังหวะเพลงชวนโดดสุด ๆ ครับ ช่วงท้ายเพลงนี่เด่นมากครับโชว์ทีมเวิร์กได้อย่างลงตัว มาถึงเพลงสุดท้าย Disappear (Remember When) อินโทรด้วยเสียงตบมือและการสาดคอร์ดได้ฟีลอีโมมาก ก่อนปรับเปลี่ยนเข้าสู่การโชว์ท่อนกรูฟอย่างลื่นไหล อินโทรด้วยท่อนร้องคลีนติดหูเช่นเคย แถมมีเทคนิคเสียงหลบเสริมเข้ามาอีกกระชากอารมณ์มาก การโชว์ชั้นเชิง, การเปลี่ยนมูฟเมนต์และเอกลักษณ์ของพวกเค้าไม่เคยขาดตกบกพร่องครับลากมายันเพลงสุดท้าย จบลงไปอย่างงดงามด้วยเสียงร้องของ Tyler Carter และประสานเสียงที่คลอไปกับเสียงปรบมือเหมือนการร้องเพลงในโบสถ์

อัลบั้มนี้คือการต่อยอดจากอีพี Black Diamonds โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนทุกกระบวนท่า ไม่ได้มีอะไรปรับเปลี่ยนไปมากครับ จุดเด่นนอกจากดนตรีที่มีทีมเวิร์กสูงผมยกให้เลยคือเสียงร้องของ Tyler Carter โดดเด่นมากจริงๆครับ การนำเอาสำเนียงการร้องสไตล์อาร์แอนด์บีเข้ามาใช้มันช่วยสร้างความโดดเด่นและความไพเราะได้มากขึ้นอย่างชัดเจน อัลบั้มนี้คือการผสมผสานความมันและความไพเราะได้อย่างลงตัว แฟนๆเพลงวง Issues หรือวงอย่าง Memphis May Fire, Of Mice & Men หรือแม้แต่ Bring Me the Horizon เลือกเสพได้เลยไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

คะแนน: 9/10