หลังจากหลบหายไป ‘วิ่งแบบพี่ตูน’ อยู่นาน ล่าสุด Bodyslam ก็คัมแบ็กอย่างเต็มตัวพร้อมคอนเสิร์ตใหญ่และอัลบั้มเต็มชุดใหม่ วิชาตัวเบา ที่ไม่ใช่การสำแดงเดช แต่เป็นการนำประสบการณ์ในชีวิตและทัศนคติในมุมมองที่เติบโตขึ้นออกมาถ่ายทอดเป็นบทเพลง

ที่จริงมีหลายเพลงในอัลบั้มนี้ที่คุ้นหูอยู่แล้ว เพราะตัดเพลงออกมาเป็นซิงเกิลโปรโมตเยอะมาก “ใคร คือ เรา” แทร็กเปิดอัลบั้มมีอายุในวงการเพลงถึง 9 เดือนแล้ว จะมีที่เป็นน้องเล็กสุดก็คือ “นิรันดร์” ที่ได้นักร้องสาวเสียงคุณภาพอย่างปาล์มมี่มาแจม ที่ดูจะเป็นที่รู้จักน้อยสุดเพราะเพิ่งออกไม่นาน

นั่นทำให้เราสามารถไปโฟกัสกับเพลงอื่น ๆ ที่เหลือที่ไม่ถูกโปรโมตได้มากขึ้น และได้เทคคอร์ส ‘วิชาตัวเบา’ กับเหล่าพี่ ๆ Bodyslam แบบเข้มข้น

หลัก ๆ แล้วเพลงในอัลบั้มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นสองด้าน คือเรื่องราวเกี่ยวกับ 1. ชีวิต 2. ความรัก ซึ่งทั้งหมดมาในทางเดียวกันคือ ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดอันหนักอกหนักใจ ให้เรารู้สึกเบาขึ้นตามชื่ออัลบั้มจริง ๆ


ชีวิต…

เพลงเกี่ยวกับชีวิตหลาย ๆ เพลงในอัลบั้มนี้เป็นการชวนให้ตั้งคำถามกับชีวิตที่เป็นอยู่ “ใคร คือ เรา” กระทุ้งถามคนฟังว่า “ใครกำหนดไว้ให้เราต้องเชื่อดวงดาว” เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนลุกขึ้นมา “ทำตามหัวใจ” ของตัวเองดูซักครั้ง หรือเพลงอย่าง “ไม่แก่ตาย” ที่ปลุกใจและดึงเอาความ young at heart ที่ซ่อนอยู่ในใจแฟนเพลงหลาย ๆ คนที่อาจจะล่วงเลยเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ให้กลับมาเยาว์วัยอีกครั้ง ท่อนแร็ปของพี่โจ้ Joey Boy เติมไฟในใจได้ดีมาก “ถ้าร็อกเนเวอร์ดาย คนอย่างกูไม่มีวันแก่ตาย!”

“แสงสวรรค์” มากับการให้คำลังใจคนที่กำลังต่อสู้และพบกับความผิดพลาดได้ดีมาก ๆ “ล้มคือธรรมดา ต้องหยุด ฟื้นกำลังวังชา” เหมือนมีคนมาตบไหล่แล้วบอกเราว่า ‘ไม่เป็นไรนะ สู้ต่อไป’

อีกเพลงที่ไม่ได้ตัดมาโปรโมต แต่เราคิดว่าดีมาก ๆ คือเพลง “ผักบุ้งลอยฟ้า” ตั้งชื่อฟังดูตลก แต่ก็มากับเนื้อหาโคตร deep ที่ทำให้เราต้องทึ่งในฝีมือการเล่าเรื่อง ว่าชื่อเสียงที่มีอยู่ก็เป็นเพียงสิ่งฉาบฉวยไม่ต่างจากผักบุ้งลอยฟ้า ที่โดดเด่นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว และถึงจุดหนึ่งก็ต้องร่วงหล่นลงสู่จานอาหาร หรือในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือหล่นลงบนพื้นดิน การได้พี่กอล์ฟ Fukking Hero มาแจมด้วยก็ทำให้เพลงสนุกขึ้นอีกเยอะ ฮึกเหิมมาก

แต่เพลงก็ไม่ได้ไปในโทนของความหวังหรือปลุกใจเสียทั้งหมด เพราะ “เช้าที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องแสง” ก็ฉายแววหม่นเศร้ามาตั้งแต่ชื่อเพลง ถ้ามาฟังเพลงนี้ตอนจิตตกอยู่ก็คงหดหู่มากเหมือนกัน รู้สึกว่ามันชวนเหงาเศร้าซึมทั้งเนื้อร้องและท่อนโซโล่ยังไงชอบกล


ความรัก…

มุมมองความรักของ Bodyslam เติบโตขึ้นมาก ถ้าคุณคือแฟนเพลงรุ่นเก่าที่รอคอยจะได้ฟังเพลงแบบ “ย้ำ” หรือ “งมงาย” ก็บอกได้แค่ว่ากำลังเสียเวลาเปล่า แต่ก็ต้องขอย้ำไว้ตรงนี้อีกครั้งว่า เพลงรักในอัลบั้มนี้มากับคอนเซปต์และทัศนคติที่ดีมาก

ต้นอัลบั้มเราจะเจอกับเพลง “149.6” เป็นลำดับที่สองต่อจาก “ใคร คือ เรา” เพลงนี้วางคอนเซปต์ไว้เป็นระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป อบอุ่นพอที่จะหล่อเลี่ยงให้ชีวิตบนดาวเคราะห์นี้ดำเนินไป พี่ตูน นักร้องนำ เปรียบความรักที่ไม่สมหวังไว้กับระยะทางอันพอดีนี้ว่า “มันคือความห่างไกลที่ใกล้ที่สุดแล้ว” เป็นการยอมรับกับธรรมชาติของความสัมพันธ์ ว่าสุดท้ายมันก็เท่านี้

เพลง “ทฤษฎีวัคซีน” คืออีกเพลงที่วางคอนเซปต์ในการเล่าเรื่องไว้ได้น่าสนใจ เปรียบเปรยให้รักที่ผิดหวังเป็นดั่ง ‘วัคซีน’ ที่ทำหน้าที่ส่งโรคร้ายเข้าร่างกาย เพื่อให้เราได้ใช้ในการสร้างภูมิต้านทาน และขอบคุณประสบการณ์ในวันวาน “ใครเลยจะคิด ที่ทำกับฉันเพราะเธอรักกัน ที่ทำวันนั้นคือเธอรักฉัน”

ไฮไลท์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลง “นิรันดร์” feat. Palmy ที่เขียนถึงความรักที่ล้มเหลวได้ชอกช้ำดีเหลือเกิน กับการตั้งคำถามว่า รักนิรันดร์ มีอยู่จริงหรือไม่ สัมผัสได้ว่าทางวงให้ซีนกับพี่มี่ Palmy เยอะมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะเชิญนักร้องคุณภาพระดับนี้มาทั้งที จะโผล่มาท่อนเดียวก็เสียของแย่ เป็นหนึ่งในเพลงโปรดมาก ๆ ในอัลบั้มนี้จากผู้เขียน


ดนตรี…

ว่าด้วยเรื่องของดนตรี แนวทางโดยรวมของอัลบั้มวิชาตัวเบามีความ ‘ใหญ่’ ในหลายมิติ เรื่องความแน่นของพาร์ทกีตาร์-เบส-กลอง เป็นเรื่องที่เราคงไม่ต้องตั้งคำถามกับสมาชิกวงกันอีกแล้ว ทีมเวิร์กดี ฝีมือเด่น และในยุคหลังของวงที่ได้มือคีย์บอร์ดอย่างพี่โอมเข้ามาก็เสริมให้วงสามารถ discover มิติใหม่ ๆ ของเพลงได้เยอะมาก

แต่ถึงกระนั้นเพลงกลับไม่ได้ทำออกมาซับซ้อนหรือฟังยากเหมือนช่วงเปลี่ยนผ่านในหลายอัลบั้มก่อนหน้า โดยรวมฟังง่ายขึ้นมาก เหมือนเป็นการขัดเกลาเอาความเป็น Bodyslam เก่า กับ Bodyslam ใหม่มาเบลนด์รวมกันให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ชุดนี้น่าจะเรียกศรัทธาจากแฟนเพลงทั้งยุคเก่ายุคใหม่ได้เยอะทีเดียวครับ


สรุป…

ความรักและความฝันในชีวิตเดินทางมาบรรจบพบกันในเพลงสุดท้าย “ความหมาย” เพลงบัลลาดที่ใช้เปียโนนำ ว่าด้วยเรื่องของ ความสำเร็จ ที่อาจไม่มีความหมายใด ๆ กับชีวิตเลยแม้แต่น้อยหากไม่มีคนข้างกายมายินดีกับเราไปด้วย

แอบรู้สึกว่าหลาย ๆ เพลงเป็นการแต่งขึ้นจาก ‘ประสบการณ์ส่วนตัว’ (ไม่ว่าจะของใครก็ตาม) แต่ถูกเรียบเรียงและนำเสนอออกมาในรูปแบบที่ไม่ส่วนตัวจนเกินไป และคนที่ได้ฟังก็สามารถนำไปเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิตของตัวเองได้ไม่ยาก

อัลบั้ม วิชาตัวเบา อาจไม่ได้ทำให้เรารู้สึกโล่งอก 100% หลังฟังจบ แต่ก็เป็นอัลบั้มเพลงร็อกที่เต็มไปด้วยดนตรีที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างละเอียด และมีสิ่งต่าง ๆ ให้ผู้ฟังเก็บไปคิดเกี่ยวกับชีวิตของแต่ละคนกันเองได้อีกมาก วิชานี้อาจไม่ได้สอนเราทุกอย่าง แต่ก็เป็นการเรียนรู้ผ่านบทเพลงที่เปิดทางในใจให้กับเราได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว