นับวันการผสมผสานดนตรีประเภทต่างๆเข้าไว้ด้วยกันถือเป็นเทรนด์ใหม่ๆที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหลายๆครั้งมักจะเป็นดาบสองคม คือถ้ายำไม่ดีก็เละไปเลย แล้วมีให้เห็นค่อนข้างเยอะเสียด้วย

แต่นั่นไม่ใช่กับวง Post-Hardcore ลูกผสมฝีมือเยี่ยมอย่าง Nobuna วงนี้แน่นอน พวกเขาถือเป็นอีกกลุ่มที่สามารถหยิบสิ่งเล็กน้อยต่างๆมาขยำรวมกับตัวตนได้อย่างกลมกลืนมากที่สุดอีกวงนึง โดยรายละเอียดต่างๆผ่านการคิดมาเป็นอย่างดี ซึ่งรอให้ทุกท่านพิสูจน์กับอัลบั้มเต็มชุดที่สอง Akatsuki

“Let it Burn” Post-Hardcore เปี่ยมเมโลดี้ติดหู ซาวด์เนี้ยบสะอาด ลิคกีตาร์สวยๆเพียบ แต่ไม่ได้ลดทอนความมันลงไป, “S.O.S.” ขยับจังหวะลงมาชวนโดด เด่นด้วยซาวด์ซินธ์ที่รองอยู่เบื้องหลัง นักร้องทั้งสองแบ่งพาร์ทกันได้ชัดเจน ไหนจะท่อนเบรกหนักๆที่ใส่มาได้อย่างเหมาะเจาะ, “Rocketship” โชว์การยำแนวดนตรีต่างๆได้อย่างโคตรแนบเนียน ไล่มาตั้งแต่ Post-Hardcore, Post-Punk, EDM, Hip Hop ไปยันหมอลำโน่นเลย แต่ไม่มีส่วนไหนล้ำเกินออกมาแม้แต่น้อย ทำได้กลมกล่อมมาก

“Hurricane” เพลงบัลลาดช้าเมโลดี้เข้มๆติดหล่อ ท่อนซินธ์ช่วงอินโทรติดซาวด์แบบวงร็อกฝั่งญี่ปุ่น ที่เหลือปล่อยให้นักร้องโชว์ซีนอารมณ์เน้น ๆ , “Come-Back-2-me” ความเป็นร็อกฝั่งยุ่นที่วงได้รับอิทธิพลมา ส่งผลชัดเจนมากๆกับเพลงนี้ เมนริฟฟ์ติดฟังก์ดีดเด้ง เรียบเรียงได้สุขุมไฮคลาส, “Brandnewsky” เมโลดี้ชวนบีบคั้นสไตล์อีโม ดีไซน์ซาวด์เปียโนสร้างคอนทราสต์ได้เยี่ยม ก่อนที่จะปล่อยแขกรับเชิญอย่าง “Kazuo” โชว์ท่อนแร็ปยาว ๆ แต่ยังไม่วายจัดท่อนสครีมหน่วง ๆ ให้โยกกบาลเล่น

อีกแทร็กที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ “Into the Light” มาในมาด EDM บวกกับแนวทางเฉพาะตัวแบบไม่เสียตัวตน เนื้อร้องเชิงให้กำลังใจยิ่งส่งให้เพลงนี้ทรงพลังขึ้นได้อีก, “Last One Standing” เพลงสุดมันพร้อมปะทะทุกสาย คอรัสสุดป๊อปที่โหนเสียงร้องกันสุดพลัง ภาค Rhythm เนียนแน่น, ปิดท้ายด้วยโบนัสแทร็ก “The Rebellion” นูเมทัล ลูกผสมที่ได้ Chink99 มาวาดลวดลายการแร็ปได้อย่างเผ็ดร้อน

ค่อนข้างมั่นใจว่าหนุ่มๆกลุ่มนี้เจอจุดลงตัวของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 11 เพลงคุณภาพที่อัดแน่นนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ไม่มีส่วนใดที่ทำให้รู้สึกว่าเวอร์เกินหรือน้อยไป ทุกอย่างผ่านการกลั่นกรองสมกับการเป็นอัลบั้มเต็มที่มีทิศทางชัดเจนในตัวของมันจริง ๆ