ว่าด้วยเรื่องของพฤติกรรมการชมคอนเสิร์ตที่ไม่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน นอกจากเรื่องของอุปกรณ์สื่อสารที่มักถูกยกขึ้นมาถ่ายรูป (ซึ่งพอรับได้) และอัดวีโอ (ที่ไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก) อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้คนพูดถึงเสมอมาก็คือการที่คนดู ‘เสียงดัง’

เสียงดังในที่นี้อาจไม่ถึงขั้นโหวกเหวกโวยวายเป็นปาร์ตี้ในไนท์คลับ แต่เป็นเสียงพูดคุยในระดับที่ดังพอที่จะรบกวนทั้งผู้คนรอบข้างในพื้นที่ของผู้ชมเอง หรือรวมไปถึงศิลปินที่ทำการแสดงอยู่บนเวทีด้วย และ Aaron Lewis แห่งวง Staind ที่กำลังทัวร์ในฐานะศิลปินเดี่ยวแบบอะคูสติกอยู่ก็เป็นอีกคนที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับสิ่งเหล่านี้ และเลือกที่จะเดินลงจากเวทีเมื่อคนดูไม่เคารพในมารยาทการชมคอนเสิร์ต

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่รัฐเท็กซัส ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ Aaron ไปแสดงที่เมืองฟาร์ (Pharr) ซึ่งเป็นเมืองชายแดนตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ที่ประชากรกว่า 90% มีเชื้อสายละติน (พูดภาษาสเปน) เนื่องจากโชว์ของเขาไม่มีการใช้เครื่องขยายเสียง เมื่อเกิดการพูดคุยกันระหว่าง Aaron กับคนดู มีเสียงปริศนาลอยมาว่า “บอกพวกเขาเป็นภาษาสเปนสิ” และเจ้าตัวก็เลือกที่จะโต้ตอบกลับไปว่า “ขอโทษด้วยครับ ผมพูดภาษาสเปนไม่เป็น ผมเป็นคนอเมริกัน”

ที่น่าสนใจก็คือ แม้โดยส่วนใหญ่แล้ว คนอเมริกันจะใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน แต่ในทางกฎหมาย ไม่ได้ระบุให้ภาษาใดเป็นภาษาหลักอย่างเป็นทางการของประเทศ ซึ่งก็ทำให้เป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่พักหนึ่งว่าตกลงแล้วที่ Aaron โต้ตอบกลับไปนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ (หรือผิดในระดับเหยียดเชื้อชาติหรือไม่)

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ที่เมืองโอคลาโฮมา ก็เกิดเหตุการณ์คนดูคุยกันเสียงดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แม้จะไม่ได้เป็นภาษาสเปน แต่ก็ทำให้ Aaron หัวเสียถึงกับต้องพูดออกมาว่า “ฟังนะ ถ้าพวกคุณแม่งยังไม่หุบปากกันเนี่ย คุณจะไม่ได้ยินเสียงกีตาร์เลยนะ เพราะงั้น หุบปากได้แล้ว ผมเหลือเวลาห่านี่อีกแค่สามนาทีเท่านั้น คุณช่วยเงียบซักครั้งได้มั้ย? ช่วงค่ำที่ผ่านมาเนี่ย พวกคุณแม่งคุยกันไม่หยุดเลย จะหุบปาก หรือจะให้ผมเลิกเล่นก็เลือกเอา”

หลังจากนั้นเขากลับมาเล่นเพลง “Intro” ต่อ ไม่กี่วินาทีก็เขาก็พูดกับคนดูอีกครั้งว่า “แม่งโคตรน่าเจ็บใจเลยที่เพลงเหี้ยนี่แม่งคือ ‘การขอบคุณ’ และผมก็ไม่สามารถทำให้พวกคุณหุบปากลงเพื่อที่จะฟังมันได้” หลังจากนั้นเขาก็เดินลงจากเวทีและจากเหล่าผู้ชมไปแบบไม่หันกลับมาชายตามองอีกเลย ทั้งที่เพิ่งเล่นไปได้แค่เพียงเพลงเดียวเท่านั้น (อ้างอิงจาก setlist.fm)

จากประสบการณ์การดูคอนเสิร์ตของผู้เขียน พบว่า นี่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะโดยทั่วไปแล้วเราจะไม่ค่อยเห็นศิลปินมาวุ่นวายกับความเงียบของโชว์เท่าไรนัก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของโทรศัพท์มือถือมากกว่า ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ชวนให้ฉุกคิดถึงความเหมาะสม ทั้งสิทธิ์ในการพูดคุยระหว่างรับชมการแสดงดนตรี และวิธีการตอบโต้ของศิลปินบนเวทีด้วยเช่นกัน

คุยนิดคุยหน่อยคงไม่เป็นไร แต่เมื่อไหร่ที่เสียงของเราเริ่มเป็นมลภาวะให้หูคนรอบข้างที่กำลังเสพหรือเล่นดนตรี ก็หยุดเถอะครับ จะได้ไม่ต้องไปถึงจุดแตกหักกันเหมือนที่ Aaron Lewis แห่ง Staind คนนี้ทำ!

[ ที่มา – metalinjection.net (1) (2), babble.com ]