underoath

ก่อนหน้านี้หากพูดถึงการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของวงโพสต์ฮาร์ดคอร์ในตำนานอย่าง Underoath นั้น ก็คงเป็นได้แค่ความเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้นเอง

ในเวลาต่อมา สารคดีวงเกี่ยวกับโชว์ครั้งสุดท้ายก็ออกวางจำหน่าย ข่าวลือบางอย่างก็เริ่มจุดประกายตามมาพร้อมกัน ท้ายที่สุด เมื่อถึงวันที่ 31 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ได้มีคลิปเสียงลึกลับ รวมถึงข้อความสั้นๆ ว่า “การเกิดใหม่จะเริ่มขึ้นในไม่ช้า” ปรากฏอยู่ในสื่อออนไลน์ของทางวง ข่าวลือระลอกใหม่เริ่มแพร่สะพัด แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เกี่ยวกับวงให้จับต้องได้ สถานะของทางวงยังคงเป็นปริศนา

แต่แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ข่าวลือ และการคาดเดาต่างๆ ต้องจบลง เว็บไซต์สื่อดนตรีร็อกอย่าง อัลเทอร์เนทีฟเพรส ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า Underoath จะกลับมารวมตัวกันเพื่อร่วมงานเทศกาลดนตรี Self Help Fest ที่ ซาน เบอร์นาร์ดิโน่ ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งสมาชิกที่จะทำการแสดงในวันนั้น นำทัพมาโดย อารอน กิลเลสพีย์ (กลอง/ร้องนำ) มือกลองชื่อดังผู้ก่อตั้งวง และตามมาด้วยคนที่แฟนเพลงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สเปนเซอร์ แชมเบอร์เลน (ร้องนำ) ทิม แม็คเทก และ เจมส์ สมิธ (กีตาร์) แกรนท์ แบรนเดล (เบส) และ คริส ดัดลีย์ (คีย์บอร์ด/โปรแกรมมิ่ง) ทางอัลเทอร์เนทีฟเพรสเองจึงไม่มีทางที่จะพลาดวาระสำคัญนี้ไปได้อย่างแน่นอน ในการส่งตัวแทนในสังกัดอย่าง ไทเลอร์ ชาร์ป เข้าร่วมพูดคุยกับอารอนและสเปนเซอร์ เกี่ยวกับรายละเอียดงานครั้งนี้ รวมไปถึงอนาคตของ Underoath

ทำไมคุณถึงเลือกกลับมาเล่นที่งาน Self Help

อารอน : เราได้รับการติดต่อมา และเราคิดว่างานนี้มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ หลายวงที่ร่วมเล่นในงานนี้ เป็นวงที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเรา ผมรู้สึกว่ามันเป็นงานที่ดีตรงที่ทำให้เราได้พบกับทุกๆ คนอีกครั้ง อย่าง A Day To Remember นี่ก็เป็นวงที่เริ่มต้นขึ้นในถิ่นเดียวกันกับเรา ผมว่ามันจะต้องเจ๋งมากแน่ๆ ตื่นเต้นมากเลย

พวกคุณจะเล่นเพลงตั้งแต่งานชุดแรกๆ จนถึงชุดล่าสุดเลยหรือเปล่า กับการกลับมาในครั้งนี้

สเปนเซอร์ : ครับ ก็น่าจะชุด Define The Great Line แล้วจากนั้นก็ต้องดูว่าเรามีเวลามากขนาดไหน คงมีเพลงจาก They’re Only Chasing Safety และ Lost In The Sound Of Separation ด้วยบางเพลง จริงๆ เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องลิสท์เพลงแบบจริงจังเลยครับ แต่ผมมีคุยๆ กับทิมไว้ก่อนหน้านี้ เพราะถ้าเข้าปี 2016 นี่ก็จะครบสิบปีตั้งแต่เราออกชุด Define The Great Line มา ซึ่งถ้ายึดตามนั้นจะทำให้เราบริหารเวลาให้พอดีง่ายครับ (หัวเราะ) ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากเล่นเพลงทั้งหมดที่มีนั่นแหละ!

จาก Tired Violence สารคดีสั่งลาของวง มีการพูดถึงประเด็นความเป็นวงคริสเตียนอย่างจริงจัง และก็จบภาพลักษณ์นั้นของวงไปแล้ว แบบนี้ตอนที่พวกคุณกลับมาอีกครั้งในปี 2016 นี้ จะกลายเป็นว่าวงคุณหลอกคนฟังหรือเปล่า

อารอน : ผมไม่คิดว่าการแปะป้ายวง Underoath ให้เป็นวงคริสเตียน เนื่องมาจากความเชื่อส่วนตัวของผมเองจะเป็นการกระทำที่ถูกต้องนะ มันเป็นเรื่องของใครของมันจริงๆ นะผมว่า ทั้งจากพวกเราเองหรือคนที่ซื้องานของเราไปฟัง ต่างคนต่างมีแนวคิดคนละอย่างอยู่แล้ว บางคนอาจเชื่อว่ามันเป็นคริสเตียน แต่บางคนก็อาจจะไม่คิดแบบนั้น จริงอยู่ว่าเพลงของเรานั้นมันมีกลิ่นอายของความเป็นคริสเตียน แต่เราก็มีความเชื่อที่แตกต่างกันแล้วในตอนนี้ ผมไม่ได้จะบอกว่ามีใครคนนึงในพวกเราไปเชื่อในการบูชายัญแพะหรืออะไรนะ ส่วนตัวผมเนี่ยเป็นคริสเตียนแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่า Underoath ไม่ควรจะมีชื่อว่าเป็นวงคริสเตียน ผมว่ามันไม่ชัดเจนขนาดนั้น มันเหมือนมีช่องว่างบางอย่างที่ไม่สามารถนิยามได้ เอาไว้ให้สำหรับทุกคนได้ยึดถือและเชื่อในสิ่งที่ทุกคนอยากจะเชื่อ ซึ่งนั่นแหละ คือความงดงามในแบบที่ Underoath เป็น มันมีแนวทางของตัวมันเอง และเป็นสิ่งที่เกินความควบคุมของเรา เกินกว่าเราจะเข้าใจมันได้ สำหรับผม ไม่ว่าใครก็ตามที่จะแยกตัวออกไปจาก Underoath ผมหวังไว้แค่ว่ามันคือความตั้งใจของเขาเอง คือสิ่งที่เขาเลือกด้วยสติปัญญาของเขา เขาทำมันด้วยจิตวิญญาณของตัวเอง และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับระบบความเชื่อต่างๆ เลย

คอนเสิร์ตนี้จะเป็นการกลับมาร่วมงานกันเฉพาะกิจแค่งานเดียวหรือเปล่า จะมีไปเล่นที่อื่นด้วยไหม

สเปนเซอร์ : บอกตรงๆ ว่าถ้ามันเป็นไปได้ผมก็อยากจะเล่นเพลงของเราให้กับทุกคนทั่วโลกได้ฟังจริงๆ นะ เราเป็นเราในทุกวันนี้ได้ก็เพราะแฟนเพลงทั้งนั้นเลย นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากจะเล่นให้พวกเขาฟัง รวมถึงคนที่อาจจะพลาดตอนทัวร์ครั้งสุดท้ายนั่นด้วย

พวกคุณปฏิเสธที่จะร่วมทำเพลงใหม่ด้วยกันหรือเปล่า

สเปนเซอร์ : ผมอยากจะทิ้งให้ทุกอย่างมันเป็นไปแบบปลายเปิดมากกว่า เราคงไม่ได้กลับมาร่วมวงโดยสมบูรณ์เหมือนเดิมแล้ว แต่ผมก็ไม่อยากจะฟันธงอะไรต่างๆ ไปเลยทีเดียว มันค่อนข้างทำใจลำบากนะตอนที่เราไปทัวร์ครั้งสุดท้าย เพราะมันกำลังบอกว่า เรากำลังเดินไปสู่จุดที่จะต้องยุติการทำวงไปอย่างแน่นอนแล้ว แต่พอมาถึง ณ ขณะนี้ เรากลับมารวมตัวกันใหม่ได้ ถ้าถามว่าจะทำเพลงใหม่กันไหม ผมก็ยังไม่แน่ใจจนกว่าเราจะมีโอกาสได้มานั่งคุยกันจริงจังอีกครั้ง จะมีการเดินสายทัวร์อีกหรือเปล่า อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ หลายคนก็มีตารางชีวิตตัวเองอยู่แล้ว บางทีพอกลับบ้านไป เราอาจตัดสินใจไปทัวร์ยุโรปหรือออสเตรเลียอีกก็ได้ ถ้าชะตาฟ้าลิขิตให้พวกเราไป เมื่อวงเริ่มแก่ตัวลง เราอาจจะแค่ไปทัวร์สักปีละครั้งสองครั้ง หรือจะทุกปีเลย เราอาจเป็นแบบนั้นก็ได้ เอาจริงๆ ผมก็ตอบไม่ได้หรอก อย่างที่บอกไปว่าผมอยากให้มันเป็นแบบปลายเปิด คือแล้วแต่วาระและโอกาส ที่ผมจะทำก็มีแค่เตรียมตัวกับสิ่งที่จะมาถึง และทำให้อนาคตอันใกล้ของผมออกมาดีที่สุดก่อน ถ้ายึดแต่อดีตไว้เราจะไปไม่ถึงอนาคต ที่ผมจะบอกก็คือ เราแค่ตั้งใจทำในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็พอ ถ้ามันจะมีงานใหม่ของ Underoath จริงๆ ผมรับรองเลยว่าจะใส่พลังงานทุกหยดในตัวไม่มียั้งเลยทีเดียว เราจะทำเพลงใหม่กันไหม ก็อาจจะ แต่ไม่มีอะไรแน่นอนครับ ผมไม่ได้ร่วมพูดคุยกับคนอื่นๆ อย่างจริงจังมานานแล้ว แต่เราอาจจะกลับมาซ้อมด้วยกัน แล้วก็แบบว่า “เช็ดเข้ ได้เพลงใหม่สามเพลงแล้วเว้ย” อะไรทำนองนั้น คือผมไม่อยากจะตีกรอบอะไรเลยครับ

อารอน : ผมไม่เคยปฏิเสธเลยนะเอาจริงๆ แต่ก็ไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นไปได้ไหม ส่วนตัวผมเองมีงานเยอะพอสมควร ผมทำสตูดิโอ ผมไปเล่นให้วง Paramore แล้วยังจะอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองอีก ที่สำคัญคือเราต่างก็มีครอบครัวกันหมดแล้ว และอะไรอีกหลายอย่างมาก ไม่รู้ว่ามันจะมีจุดที่ลงตัวกับคนอื่นๆ ไหม นั่นล่ะคือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้

ต้นฉบับจาก Alternative Press