พึ่งมีเวลาว่างยาว ๆ ได้นั่งแปลบทความที่ตกค้างมานานหลายเดือน ผลัดแล้วผลัดอีก ข้ามไปแปลข่าวประจำวันที่ต้องอัพเดตให้ทันเหตุการณ์อยู่ก็บ่อยครั้ง ดีที่ท่านประธานใหญ่ชาลีเป็นคนขยัน ไม่งั้นคงตกข่าวไปอีกเยอะเลยทีเดียวครับผม

ไปอ่านเจอบทความนี้มาตั้งหลายเดือนแล้ว ซึ่งตัวผมเองเห็นว่าน่าสนใจจึงขอยกมานำเสนอในภาคภาษาไทยกันอีกทีเผื่อว่าใครไม่มีเวลามานั่งแปลต้นฉบับกันเองนะครับ ทั้งนี้หากเกิดข้อผิดพลาดใด ๆ สามารถติชมให้คำแนะนำผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของทางเว็บได้เลยครับผม

บทความถูกเขียนขึ้นโดย สก็อต ไฮเซล จาก Alternative Press

ในนามของ AP เรารู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้อยู่ในฐานะของผู้นำกระแสดนตรีในปัจจุบัน เรานำเสนอเรื่องราวต่างๆ มากกว่า 300 เรื่อง กับตลอดระยะเวลาเกือบ 29 ปีในการทำธุรกิจนี้ เราได้ช่วยกระจายข้อมูลเกี่ยวกับแนวดนตรี ที่มักจะมีการเข้าใจผิดอยู่เสมออย่างเช่น โกธิค อินดัสเทรียลร็อก นอยส์ร็อก นูเมทัล ป๊อบพังค์ เมทัลคอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

และเมื่อไม่นานมานี้ เราเริ่มเห็นข้อความชุดหนึ่งแพร่หลายอยู่เต็มอินเทอร์เน็ตไปหมด ข้อความที่เขียนไปในทางที่ว่า “การกลับมาของอีโม”

ด้วยความที่เราเป็นสื่อไฟแรง เราจึงตัดสินใจเจาะลึกไปที่แนวดนตรีปลีกย่อยแนวนี้โดยทันที เพื่อค้นหาดูว่ามีอะไรที่เราพอจะขุดมันขึ้นมานำเสนอได้บ้าง สิ่งที่พบอาจจะทำให้คุณประหลาดใจหรือทำให้หน้าสั่นก็ตามแต่ นั่นเพราะไม่เคยมีใครพูดไว้ว่าการเป็นสื่อสายร็อกมันจะง่ายนะคุณ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้กับท่านผู้อ่านนั้นสำคัญมาก เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ตกข่าวเด็ด ๆ ไปแล้วจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง เอาเป็นว่าเราไปดูกันดีกว่ากับ ข้อเท็จจริง 73 ประการ ที่คุณจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับการฟื้นตัวของดนตรีอีโม

1. อีโมไม่เคยจากไปไหน

จากวันที่มีการบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาในช่วงกลางยุคแปดศูนย์ (และโดยส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับศิลปินจากสังกัด Dischord Records อย่าง Rites of Spring, Embrace และคาบเกี่ยวไปถึง Fugazi) มาจนถึงตอนนี้ มักจะมีคนชอบพูดว่า อีโมนั้น “ตาย” ไปแล้ว ก่อนอื่นเลยนะ วง Cap’n Jazz และ Sunny Day Real Estate ได้ปลุกมันขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้นยุคเก้าศูนย์ ต่อมาก็เป็นวงอย่าง Braid และ The Promise Ring ช่วงกลางยุคเก้าศูนย์ ตามมาด้วย The Get Up Kids (รวมถึง Weezer ที่ลงเรือลำเดียวกันไปแบบไม่มีเหตุผล) ในเวลาไล่เลี่ยกัน (อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เส้นเวลาถูกแยกออกมาเป็นยุคของดนตรีสครีมโม เป็นโลกคู่ขนานมาตลอดช่วงเวลานั้น ต้องขอขอบคุณทางต้นสังกัดอย่าง Level Plane, Gravity และ Ebullition และวง Indian Summer, Saetia และ Still Life แต่เอาเถอะ มันเป็นคนละเรื่องกัน) และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือการจุดระเบิดครั้งใหญ่ในช่วงต้นยุคสองพัน โดย Jimmy Eat World, At the Drive-In, Saves the Day, Dashboard Confessional, Brand New, Death Cab for Cutie, Taking Back Sunday, Bright Eyes, Thursday, Cursive และวงอีกเป็นโหล ๆ ที่ช่วยเสริมคำอธิบายของ “อีโม” ในดนตรีแบบ The Starting Line, Story of The Year, Hawthorne Heights และ The Used

นี่คือสิ่งที่เรากำลังพูดถึง จากการแบ่งแยกประเภทดนตรีไปเรื่อยเปื่อยของยุคสมัย จริง ๆ แล้วอีโมไม่เคยหายไปไหน ไม่เลยจริง ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แนวดนตรีส่งผลให้วงจำนวนหนึ่ง กลายเป็นผู้นำกระแสความนิยมของแนวดนตรีประเภท “กีตาร์เสียงดัง เสียงร้องคร่ำครวญ กับเนื้อหาเพลงสรรเสริญหรือก่นด่าผู้หญิง” มันก็จะมีคนที่ชอบวิจารณ์เปรียบเทียบวงอีโมกลุ่มนั้นกับวงต้นกำเนิดอยู่เสมอ มันเป็นเช่นนี้มากว่าสามสิบปีแล้ว และจะยังคงเป็นต่อไปจนกว่าเว็บไซต์ที่ชอบสร้างรสนิยมการเสพดนตรีทั้งหลายจะตายจากไป

อย่างน้อยที่สุดแล้ว อีโมก็เป็นดนตรีร็อกเน้น ๆ แนวหนึ่ง ที่มีท่วงทำนองประกอบไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีป๊อบ (เรื่องน่าเศร้าเรื่องหนึ่งคือ วงสครีมโมตามกระแสนิยมในช่วงกลางยุคสองพันอย่าง A Change of Pace และ A Thorn for Every Heart กลับอยู่ในสภาวะที่ถูกลืม) แค่รูปแบบดนตรีที่แตกต่างกันมันก็ไม่น่าจะทำให้เรารู้สึกว่ามันคือดนตรีคนละแนวไปได้มากมายนัก

การคลั่งใคล้วงอย่าง Into It. Over It., Touché Amoré, Tigers Jaw, La Dispute, Title Fight และ Pianos Become the Teeth ก็เป็นเรื่องปกติ และเราก็รู้สึกแบบเดียวกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรานำเสนอถึงพวกเขาและวงร่วมยุคอีกมากมายมาตลอดระยะเวลาหลายปี และการแกล้งบอกว่าวงเหล่านี้คือวงที่คอย “ปลุก” กระแสแนวดนตรีที่ไม่เคยหายไปไหนมาก่อน ก็เป็นความไร้สาระโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจากมุมมองของแฟนเพลงหรือว่ามุมมองของนักข่าวที่ไร้การศึกษาอย่างละเอียด วงเหล่านั้นสามารถจะเรียกด้วยคำว่า “อีโม” ได้พอ ๆ กับที่เราเรียกวง Paramore, Fall Out Boy และ My Chemical Romance ที่อาจจะอยากหรือไม่อยากให้เราเรียกพวกเขาแบบนั้นก็ได้

อีโม ยังคงเป็นศัพท์ที่ค่อนข้างคลุมเครือ ไม่เจาะจงรูปแบบที่ชัดเจนนัก จึงเป็นเหตุผลที่ว่า มันไม่เคยตายจากไปจริงๆ มันเคลื่อนไหวคล้ายกับกระแสน้ำ และพัฒนาต่อยอดไปตามนักดนตรีของแต่ละยุคสมัยเสมอ

คุณไม่สามารถฟื้นคืนชีวิตให้กับสิ่งที่ยังไม่เคยตายได้

2-73. [ดูข้อ 1]

ต้นฉบับจาก Alternative Press