12 สิงหาคม 1991 คือวันปล่อยผลงานชื่อเดียวกับวงของ Metallica ที่อาร์ตเวิร์กมีแต่สีดำจนถูกขนานามว่า “Black Album” และ “งูสปริง” ผลงานที่พลิกประวัติศาสตร์ของวง Metallica ไปตลอดกาล!

หลังจากที่สร้างชื่อจาก 4 อัลบั้มก่อนหน้านี้ Kill ‘Em All, Ride The Lightning, Master of Puppets และ …And Juctice For All กับแนวทางของแธรช เมทัล ที่มีชั้นเชิงการเรียบเรียงอันเหนือชั้น จนทำให้ถูกยกย่องให้เป็นบิ๊กโฟร์ แธรช เมทัล ร่วมกับ Slayer, Megadeth และ Anthrax เพราะฉะนั้นการคาดเดาทิศทางของ “Black Album” ของแฟนเพลงน่าจะมองว่าซาวด์ดนตรีคงมีการต่อ ยอดจาก “…And Juctice For All” อย่างแน่นอน ซึ่งดนตรีในอัลบั้มดังกล่าวมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม บ่งบอกการเติบโตของวงได้เป็นอย่างดี แต่ Metallica กลับทำเซอร์ไพรส์แฟนเพลงแบบงงเป็นไก่ตาแตกแหกโค้งเทกระจาดกันไปตาม ๆ กัน

“Black Album” ได้ลดดีกรีความเกรี้ยวกราดในแบบแธรช เมทัล และแทนที่ด้วยดนตรีเฮฟวี่ เมทัล ที่เน้นไปที่ท่อนกรูฟ โยก ๆ หน่วง ๆ รวมไปถึงการเพิ่มของในเรื่องเมโลดี้ที่ติดหูและป๊อปมากกว่าที่เคยเป็น เอาง่าย ๆ แค่แทร็กเปิดอัลบั้ม “Enter Sandman” ก็บ่งบอกภาพรวมของในอัลบั้มได้เป็นอย่างดี ดนตรีจังหวะกลาง ๆ ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป เอาใจกลุ่มคนฟังที่กว้างขึ้น

“Sad But True” จัดเสิร์ฟท่อนโยกให้ได้บริหารต้นคอกันอย่างสาสม ริฟฟ์กีตาร์มีกลิ่นของสโตนเนอร์เข้ามาให้สมกับความหน่วงของเพลงซะหน่อย แต่ท่อนโซโล่เพลงนี้ก็จี๊ดจ๊าดไม่เบาเลย

“Holier Than Thou” เพลงนี้มีกลิ่นอายอันคุ้นเคยเดิม ๆ จาก Metallica ซาวด์กีตาร์ฟาด ๆ เหมือนเสียงแส่เฆี่ยนคือเอกลักษณ์ของดนตรีแธรช เมทัล รวมถึงจังหวะเพลงนี้เร็วขึ้นจากเพลงที่แล้ว

“The Unforgiven” คั่นเบรกความมันส์ด้วยบทเพลงบัลลาดที่ให้รสชาติอันแปลกใหม่สำหรับวง Metallica แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมี “One” มาก่อน แต่กับเพลงนี้อารมณ์มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เป็นอีกหนึ่งเพลงที่วงนำมาใช้ขยายาฐานแฟนเพลง และก็ทำได้สำเร็จ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเพลงนี้ส่งอารมณ์ออกมาได้ดีจริง ๆ

“Wherever I May Roam” เป็นอีกเพลงที่มีบรรยากาศเก่า ๆ ของทางวงที่ถูกนำมาปรับให้เข้ากับแนวทางใหม่ที่ทางวงนำเสนอออกมาในอัลบั้ม เป็นอีกเพลงที่ถูกนำมาเป็นซิงเกิ้ลโปรโมต

“Don’t Tread On Me” บทเพลงที่เน้นกรูฟสุดหนึบ กระตุ้นให้ลุกขึ้นมาโยกสะบัดผมไปตามจังหวะของเพลง เอาจริง ๆ เพลงนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลง “Walk” ของ Pantera

“Through The Never” ท่อนอินโทรรุกเร้ามาก ริฟฟ์กีตาร์ถูกสับไปพร้อมกับภาคริธึ่มของเบสและกลอง แต่โดยรวมเพลงนี้ไม่ได้ซัดกันด้วยความเร็ว แต่ใช่วิธีการตัดสลับสปีดของเพลงขึ้นลงให้เหมาะสมในแต่ละท่อน

“Nothing Else Matters” เพลงบัลลาดลำดับที่ 2 ของอัลบั้ม การที่ Metallica มีเพลงช้า ๆ แบบนี้ 2 เพลงในอัลบั้มก็ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าทางวงทำออกมาได้ไพเราะมาก ท่อนพีคคงต้องยกให้ช่วงโซโล่ที่ช่างบาดอารมณ์ดีเหลือเกิน

“Of Wolf And Man” ยังคงรักษาธีมดนตรีของอัลบั้มไว้ได้เป็นอย่างดี ฟังเพลิน ๆ

“The God That Failed” จังหวะและบีตในเพลงยังคงต่อเนื่องจากเพลงที่แล้ว คาดเดาได้ว่าเพลงจะเรียบเรียงเป็นแบบไหน และแน่ใจได้เลยว่าท่อนโซโล่จะโผล่มากลางเพลง

“My Friend Of Misery” บรรยากาศในเพลงยังคงไม่ต่างจาก 2 เพลงที่ผ่านมา จะโดดเด่นในช่วงการเบรกอารมณ์ด้วยความนุ่มนวลก่อนจะปรับจังหวะให้เร็วขึ้นมาอีกนิดเพื่อลากเข้าท่อนโซโล่ที่คิดลูกเล่นออกมาได้น่าฟังมาก และก่อนจะจบเพลงก็แถมโซโล่ให้อีกช่วง

“The Struggle Within” ส่งท้ายอัลบั้มด้วยความคึกคัก อินโทรมาด้วยจังหวะกลองมาร์ชเป็นการบ่งบอกให้เตรียมตัวรับแรงกระแทกให้ดี โดยรวมแล้วเป็นอีกเพลงที่ดุเดือดแต่ไม่ได้ร้อนระอุเพื่อให้มันมีความบาลานซ์กับเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้ม

สำหรับเบื้องหลังการทำงานในอัลบั้มนี้ทางวงได้เลือก Bob Rock มารับหน้าที่โปรดิวซ์เซอร์ให้กับวง ซึ่งเจ้าตัวเคยผ่านการร่วมงานมากับวง Mötley Crüe, The Cult, David Lee Roth มาก่อน

จะเห็นได้ว่าทั้งตัวเพลงและการเลือกคนทำงานเป้าหมายของ Metallica คือการขยายตลาดและฐานแฟนเพลงอย่างชัดเจน จากการวางแผนอย่างรอบคอบก็ทำให้พวกเค้าบรรลุเป้าหมาย Black Album ได้ทะยานติดชาร์ตอันดับ 1 ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก และทำยอดขายในสัปดาห์แรกที่วางขายได้ถึง 598,000 ก็อปปี้ และจนถึงปัจจุบันทำยอดขายเฉพาะในอเมริกาได้สูงถึง 16 ล้านก็อปปี้! หรือ 16 แพลตินั่ม นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแต่เป็นปรากฏการณ์ของอุตสาหกรรมดนตรีโลกโดยแท้จริง

ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของ Metallica คือการพลิกจากวงเมทัลระดับหัวแถวของวงการให้กลายเป็นวงระดับเมนสตรีมที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงดนตรีของพวกเค้าได้ สิ่งเหล่านั้นพิสูจน์ได้จากเพลง “Enter Sandman” ที่ได้กลายเป็นผลงานอมตะของวงที่ยังคงถูกเปิดอยู่ตลอดทุก ๆ วันไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง และยังเป็นเพลงที่จะต้องถูกยัดในเซตลิสต์ของผับบาร์ที่เล่นเพลงร็อกสากลของทุก ๆ วง

มีนักวิจารณ์และสื่อหลาย ๆ เจ้าให้ความเห็นว่าหากไม่มี Black Album วง Metallica อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนในปัจจุบัน… ส่วนตัวผมแล้วรู้สึกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยครับ

สุขสันต์วันเกิด Black Album!