“My Generation”, “My Way”, “Rollin’ (Air Raid Vehicle)” และ “Take A Look Around” วัยรุ่นยุคนู เมทัล ไม่มีใครไม่เคยฟังอย่างแน่นอน ผลงานเพลงดังกระหึ่มโลกที่นำพา Limp Bizkit จากอัลบั้ม “Chocolate Starfish and the Hot Dog Flavored Water” ได้ผลักให้พวกเขากลายเป็นวงระดับเมนสตรีมอย่างเต็มตัว มีเพลงฮิตตืดชาร์ตแม้แต่ผับบ้านเรายังต้องเอามาเปิดให้คนเต้นกัน และคำว่า “ปรากฏการณ์” คงไม่เกินเลยจนเกินไป

หลังจากที่เริ่มจับทางการขายงานเพลงให้คนหมู่มากฟังได้และขยายฐานแฟนเพลงไปอย่างมหาศาลในอัลบั้ม Significant Other พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้เวลามันเสียเปล่าโดยการใช้เวลา 1 ปีกว่า ๆ คลอดผลงานใหม่ออกมาขยี้ให้กระแสลุกโชนอย่างต่อเนื่อง ดนตรีนู เมทัล ที่มีส่วนผสมทั้ง ร็อก, เมทัล, แร็ป และฮิพฮอพ ถูกนำมาผสมรวมกันอย่างกลมกล่อมจนคลอดออกมาเป็น “Chocolate Starfish and the Hot Dog Flavored Water” ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2000 ซึ่งตรงกับยุคมิลเลเนียมและยุครุ่งเรืองสุดขีดของนู เมทัล

ทันทีที่อัลบั้มวางขายวันแรกก็ทำยอดขายในอเมริกาได้สูงถึง 400,000 ก็อปปี้ และทำยอดขายสัปดาห์แรกได้มากอย่างถล่มทลายที่ 1,054,511 ก็อปปี้ (ก่อนไปจบที่ 6,000,000 ก็อปปี้) ทะยานสู่อันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดและโค่นผลงานของ Eminem, N Sync และ Britney Spears ลงมาได้ รวมไปถึงยังครองอันดับ 1 ในอีกหลาย ๆ ชาร์ตทั่วโลก

ความดังของอัลบั้มนี้ยังคงฉุดไม่อยู่ เมื่อเพลง “Rollin’ (Air Raid Vehicle)” ถูกเลือกให้นำไปใช้เป็นเพลงเปิดตัวของ The Undertaker นักมวยปล้ำชื่อดังจากค่าย WWF (ปัจจุบันคือ WWE) ที่เปลี่ยนคาแรคเตอร์จากสัปเหร่อมาเป็นสิงห์ฮาเลย์ หรือ “Bad Ass” อีกทั้งก่อนหน้านี้ภาพยนตร์แอคชั่นขึ้นหิ้ง Mission : Impossible 2 ยังเลือกให้วง Limp Bizkit ไปทำเพลงประกอบ ซึ่งก็ออกมาเป็นผลงานเพลง “Take A Look Around” นั่นเอง นอกจากนั้นเพลงอย่าง “My Generation” และ “My Way” ก็ถูกตัดออกมาเป็นเพลงโปรโมต ซึ่งมันก็ได้กลายเป็นเพลงที่ติดหูแฟนเพลงมาจวบจนทุกวันนี่

Chocolate Starfish and the Hot Dog Flavored Water” แม้ภาพรวมมันจะดูป๊อปขึน ฟังง่ายขึ้น แต่มันแอบซ่อนเพลงเดือด ๆ เอาไว้ตลอดทั้งอัลบั้มไม่ว่าจะเป็นเพลงเปิดอัลบั้มอย่าง “Hot Dog” รวมไปถึงเพลงอย่าง “Full Nelson”, “Livin’ It Up” และ “Boiler” จะทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาโยกตามโดยอัตโนมัติ

ส่วนเพลง “Hold On” ทางวงได้ Scott Weiland นักร้องนำวง Stone Temple Pilots มาร่วมถ่ายทอดอารมณ์ในบทเพลงด้วย

ผลงานชุดนี้ทางวงยังคงเลือกใช้ Terry Date มารับหน้าที่โปรดิวซ์เซอร์เช่นเดิม ชายคนนี้ปลุกปั้นซาวด์ให้วง Deftones, Pantera, Staind และ Incubus โด่งดังมากแล้ว รวมไปถงอัลบั้ม Significant Other ด้วยเช่นกัน

นี่คือผลงานที่พีคที่สุดของวง Limp Bizkit แม้เวลาจะล่วงเลยมาแล้ว 2 ปี แต่เพลงดังจากอัลบั้มนี้ยังคงถูกเปิดและถูกเล่นจากวงอื่น ๆ ให้ได้ยินอยู่เสมอ ๆ ครับ