กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับกับคอลัมน์ 10 เพลงยอดเยี่ยม ซึ่งวันนี้ถึงคิววง “Slipknot” วงเมทัลที่น่าจะเรียกได้ว่ามีแฟนเพลงอยู่ทุกมุมโลกเลยทีเดียว ด้วยภาพลักษณ์อันโดดเด่นภายใต้หน้ากากและมีสมาชิกมากถึง 9 คน (ขาดอีก 2 คนตั้งทีมฟุตบอลได้แล้ว) ซึ่งเป็นจุดเด่น ทำให้คนสนใจมากขึ้น และเมื่อได้สัมผัสบทเพลงของพวกเค้าแล้วก็เหมือนต้องมนต์สะกดให้คุณกลายเป็น “Maggots” (ชื่อเรียกสาวก Slipknot) ไปโดยปริยาย

สำหรับปัจจุบันทางวงได้มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิก 2 ตำแห่นงด้วยกัน ได้แก่ มือเบส เข้ามาแทนที่ Paul Gray ผู้ล่วงลับ และมือกลอง เข้ามาแทนที่ Joey Jordison ที่ออกจากวงไปด้วยเหตุผลบางประการ แม้จะสูญเสียสมาชิกยุคบุกเบิกไปแต่ทางวงก็ยังคงดำเนินหน้าสร้างผลงานกันต่อ และอัลบั้มเต็มลำดับที่ 5 ที่ใช้ชื่ออัลบั้มว่า 5 : The Grey Chapter ก็จะออกมาให้แฟน ๆ ได้เสพกันในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ แต่ก่อนที่อัลบั้มจะคลอดออกมาเรามาอุ่นเครื่องไปกับบทเพลงยอดเยี่ยมทั้ง 10 เพลงที่ผมคัดสรรค์มาเพื่อแฟนๆ Headbangkok โดยเฉพาะครับ

 

10. Dead Memories

บอกตรง ๆ ครับอัลบั้ม All Hope is Gone เป็นอัลบั้มที่ผมชอบน้อยที่สุด (เชื่อว่าแฟนเพลง Slipknot หลายคนคงคิดแบบผม) แต่สาเหตุที่เลือกเพลงนี้เพราะมันเป็นเพลงที่มีเมโลดี้การร้องของ Corey Taylor ที่น่าฟัง หม่นพอประมาณ ดนตรีอยู่ในจังหวะกลาง ๆ แต่ก็ยังแฝงความหนักแน่นจากเสียงกระเดื่องอยู่เป็นระยะ ๆ

 

9. The Negative One

เหตุผลง่าย ๆ เลยครับ เพลงนี้มันทำให้ผมนึกถึงซาวด์และสำเนียงดิบ ๆ จากอัลบั้มแรกและ Iowa ผสมกัน สามารถจับเพลงนี้ไปใส่ในสองอัลบั้มที่ผมได้กล่าวข้างต้นได้อย่างลงตัวและไม่เคอะเขิน แถมยังมีเสียงเทิร์นเทเบิลแสครชแผ่นพาย้อนเวลาไปหายุคนูเมทัลอีก ถูกใจคนแก่ครับ ฮ่า ๆ

 

8. Left Behind

ผลงานที่ติดหูและมีเมโลดี้ฟังง่ายที่สุดในอัลบั้ม Iowa แต่ดนตรีก็ยังคงหนักแน่นอัดกันโครมคราม รวมไปถึงเอ็มวีที่สื่ออารมณ์อันเก็บกดของนักแสดงได้อย่างดี และช็อตที่ทางวงเล่นกลางสายฝนกลางป่าบรรยากาศอันน่าสะพรึงแม่งเท่ชิพหายเลย

 

7. Eeyore

เพลงนี้เป็น hidden track ที่ถูกซ่อนไว้ในอัลบั้มแรก เมื่อฟังอัลบั้มจบไปปล่อยให้ม้วนเทปหมุนไปท่ามกลางความเงียบ (ผมฟังอัลบั้มนี้ครั้งแรกจากเทปครับ แก่กันเลยทีเดียวกู ฮ่า ๆ) เพลง Eeyore จะดังขึ้นมาโดยเพลงนี้น่าจะอัดเสียงจากการแจมกันสด ๆ ไม่ผ่นการมิกซ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเพลงที่อัดกันดิบ ๆ ใส่กันยับให้ตายไปข้างนึงแต่โคตรสะใจเลย

 

6. The Blister Exist

เพลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอัลบั้ม Vol.3 (The Subliminal Verses) ซึ่งเป็นเพลงที่หนักแน่นแต่มีความปราณีตบรรจงการออกแบบท่วงทำนอง โดยเฉพาะกระเดื่องของ Joey Jordison ชัดเป็นเม็ด ๆ และละเอียดแบบสุด ๆ ฟังกระเดื่องอิ่มกันเลยทีเดียว

 

5. The Heretic Anthem

“If you’re five, five, five, then I’m six, six, six.” ประโยคนี้แม่งโคตรปลุกใจเหล่าสาวก Maggots โดยแท้จริง เป็นเพลงที่ปลุกระดมวงมอชพิตในคอนเสิร์ต Slipknot ได้เป็นอย่างดี และน่าจะเป็นเพลงที่ทางวงจะต้องหยิบไปเล่นด้วยทุกโชว์อย่างแน่นอน

 

4. Duality

เพลงนี้ความพิเศษของมันคือความลงตัวของความหนักและความเบาที่มารวมกันจุดกึ่งกลางพอดี ทำให้เพลงมันดูมีมิติที่น่าสนใจ แม้ฟังผ่าน ๆ จะเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อนก็ตาม แต่ถ้าสังเกตการเดินทางของตัวโน้ต มันสามารถบ่งบอกทิศทางในอนาคตของ Slipknot ได้ดีทีเดียว ซึ่งผลลัพธ์ก็คือในอัลบั้มถัดไปอย่าง All Hope is Gone นั่นเอง

 

3. Eyeless

แม้เพลงนี้จะไม่ได้ถูกตัดมาเป็นเอ็มวีแต่มันก็เจ๋งไม่แพ้เพลงอื่น ๆ เลยซักนิด เนื่องจากมันมีความเป็น Slipknot ครบครัน เป็นอีกเพลงที่ตอนเอามาเล่นสดแล้วมันโคตร ๆ โยกกระจุย ผมชอบเพลงนี้มากกว่าเพลงอย่าง Surfacing และ Spit It Out ซะอีก

 

2. Wait and Bleed

เพลงนี้ทำให้ทั่วโลกรู้จักกับ Slipknot (สั้น ๆ ง่าย ๆ เท่านี้แหละครับ แต่เชื่อว่าเหล่า Maggots จะเข้าใจดี)

 

1. People = Shit

มาถึงอันดับที่ 1 แล้วครับ สำหรับตัวผมเลือกให้เพลง “People = Shit” เพราะมันเป็นเพลงที่มีพลังทำลายล้างสูงมาก ดนตรีบดขยี้ได้โหดเหี้ยมสุด ๆ เต็มไปด้วยความโกรธและเกลียดที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นพลังงานส่งต่อไปยังเหล่าสาวกให้ได้รับรู้ความรู้สึกของพวกเค้า ฟังกี่ทีก็สะใจไม่เสื่อมคลาย

 

ครบเรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับ 10 เพลงยอดเยี่ยมของวง Slipknot ตามความชอบส่วนตัวของผมล้วน ๆ (จริงๆแล้วยังมีอีกหลายเพลงที่ชอบมากจริง ๆ แต่จำเป็นต้องคัดตามคอนเซ็ปต์ครับของบทความครับ 10 เพลงเท่านั้น) ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ ท่านก็คงมีเพลงที่ชื่นชอบแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือพวกเราต่างรักในเสียงดนตรีของวง Slipknot เหมือนกันใ่ชมั้ยล่ะครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ แล้วพบกับคอลัมน์ 10 บทเพลงยอดเยี่ยมได้ในโอกาสต่อไป ซึ่งจะเป็นศิลปินวงใดนั้นเตรียมตัวติดตามกันนะครับ สวัสดีครับ!