ในวันที่ 20 มกราคมที่จะถึงนี้พวกเราจะได้ต้อนรับการมาเยือนไทยเป็นครั้งที่สามของ Avenged Sevenfold วงโมเดิร์นเฮฟวี่เมทัลเบอร์หนึ่งของโลกในขณะนี้ ถือว่าพิเศษไม่น้อยนะครับที่วงระดับบิ๊กขนาดนี้จะมาเยือนประเทศเราบ่อยขนาดนี้ ก่อนจะถึงวันงานผมมีคอลัมน์พิเศษมาอุ่นเครื่องสาวกของวงนี้กันครับ กับ 10 บทเพลงยอดเยี่ยมของ Avenged Sevenfold

 

10. “Hail to the King” (อัลบั้ม Hail to the King ปี 2013)

ผลงานจากอัลบั้มล่าสุดที่โดนวิจารณ์หนักสุด ๆ ด้วยตัวเพลงที่การปรับรูปแบบไปเน้นสไตล์กรูฟมากยิ่งขึ้นจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับอัลบั้มปกดำของ Metallica อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้ามองข้ามจุดนี้ไปดนตรีของวงก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว และเพลง “Hail to the King” ก็คือบทเพลงที่ผสมผสานรูปแบบใหม่กับรูปแบบดั้งเดิมของวงได้อย่างลงตัว

 

9. “Chapter Four” (อัลบั้ม Waking the Fallen ปี 2003)

ในยุคสมัยที่ A7X ยังเป็นวงใต้ดินและออกผลงานกับค่าย Hopeless Record พวกเขาเปรียบเสมือนวัยรุ่นที่เลือดร้อนและบ้าคลั่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกส่งผ่านมาทางเสียงดนตรีได้อย่างก้าวร้าวและหนักหน่วง เพลง “Chapter Four” บ่งบอกอารมณ์พวกเขาได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 

8. “A Little Piece of Heaven” (อัลบั้ม Avenged Sevenfold ปี 2007)

ถือว่าเป็นเพลงที่เซอร์ไพรส์มาก ๆ ในอัลบั้มดังกล่าว ใครจะไปคิดว่าวงเมทัลจะจับเอาเรื่องเล่าแบบนิทานผสมผสานกับเครื่องสายดนตรีคลาสสิกเอามาผสมกับดนตรีเมทัลได้อย่างอร่อยหู ฟังทีไรมันล้ำลึกจินตนาการจริง ๆ อีกอย่างเสียงของเดอะเรฟที่คอยคอรัสในเพลงนี้มันทรงพลังและสยองขวัญไปพร้อม ๆ กันเลยทีเดียว

 

7. “Burnt It Down” (อัลบั้ม City of Evil ปี 2005)

เป็นบทเพลงที่มีบีตรวดเร็วและทำลายล้างแบบสุด ๆ แถมทางวงยังงัดลูกล่อลูกชนแพรวพราวออกมาโชว์กันอย่างเต็มที่ เวลาเพลงนี้ถูกหยิบมาเล่นในคอนเสิร์ตทีไรวิ่งเซอร์เคิลพิตกันมันหยดทุกที

 

6. “Almost Easy” (อัลบั้ม Avenged Sevenfold ปี 2007)

ผลงานจากอัลบั้มชื่อเดียวกับวง เพลงนี้มีความโดดเด่นตรงที่มีความกระชับ ขับเคลื่อนอย่างมีชั้นเชิง และรายละเอียดไม่ล้นจนเกินไป ทำให้ตัวเพลงมีความกลมกล่อมและฟังได้เพลิน ๆ โดยไม่รู้สึกเอียนเลยแม้แต่น้อย

 

5. “Seize the Day” (อัลบั้ม City of Evil ปี 2005)

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในทุกอัลบั้มของ A7X คือเพลงบัลลาดหวานหู แต่บทเพลงที่ทำให้ทุกคนได้รู้ซึ้งถึงคำว่าบัลลาดคงหนีไม่พ้นเพลงโคตรฮิตอย่าง “Seize the Day” แน่นอน ด้วยเนื้อหาที่หมองหม่นของชีวิตวัยรุ่นกับการเล่าเรื่องผ่านเมโลดี้ของดนตรีที่บาดใจ ประกอบกับเอ็มวีที่โคตรจะเท่ โดยเฉพาะฉากที่ซินิสเตอร์ เกตส์โซโล่บนหลุมศพ จนวง Fall Out Boy ยังต้องแอบเอาไปล้อเลียน จึงไม่แปลกที่แฟน ๆ A7X จะสามารถร้องตามเพลงนี้กันได้ทุกคน

 

4. “Bat Country” (อัลบั้ม City of Evil ปี 2005)

บทเพลงสัญลักษณ์ของ A7X ที่เปรียบดังเพลงชาติของสาวก เป็นเพลงที่สาวก A7X ไม่ฟังไม่ได้เด็ดขาด

 

3. “Nightmare” (อัลบั้ม Nightmare ปี 2010)

ซิงเกิลเปิดที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม ผลงานนี้เป็นการต่อยอดของอัลบั้มก่อนหน้านี้แต่มีการปรับซาวด์และโครงสร้างเพลงให้มีความซับซ้อนและโดดเด่นทรงพลังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อนตะโกนปลุกใจที่มันทำให้ฮึกเหิมสุด ๆ

 

2. “So Far Away” (อัลบั้ม Nightmare ปี 2010)

เป็นอีกหนึ่งบทเพลงบัลลาดที่มีอยู่ในทุกอัลบั้มเป็นเรื่องปกติ แต่เพลง “So Far Away” กลับมีความหมายมากกว่าบทเพลงบัลลาดอื่นๆ เพราะเพลงนี้ได้ถูกแต่งและเขียนขึ้นเพื่อเดอะเรฟ มือกลองผู้ล่วงลับ ยิ่งพอได้ดูเอ็มวีประกอบยิ่งทำให้รู้สึกเศร้าและซึ้งในมิตรภาพของพวกเขาที่เติบโตกันมา ยอมรับเลยว่าฟังเพลงนี้ครั้งแรกน้ำตาคลอเลยทีเดียว

 

1. “Unholy Confessions” (อัลบั้ม Waking the Fallen ปี 2003)

เพลงนี้ซาวด์ดนตรีก็คล้าย ๆ กับวงเมทัลคอร์ทั่วไปที่มีริฟฟ์สไตล์เมโลดิกเป็นจุดขาย มีท่อนเบรกดาวน์ และมีท่อนคอรัสหล่อ ๆ ติดหูไว้ให้ร้องตาม แถมภาพลักษณ์วงในตอนนั้นอย่างกับวง AFI อ้าวแล้วเพลงนี้มีความพิเศษยังไงหล่ะ คำตอบสำหรับความพิเศษของเพลงนี้ก็คือมันเป็นบทเพลงที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักชื่อ Avenged Sevenfold นั่นเองครับ

 

ครบถ้วน 10 บทเพลงอันยอดเยี่ยมของ A7X ในทรรศนคติของผมแล้วนะครับ อาจจะไม่ถูกใจทุกคนแต่ผมก็เชื่อว่าใน 10 เพลงนี้ก็น่าจะมีความหมายต่อแฟนเพลง A7X ไม่น้อยเหมือนกัน เอาล่ะ อุ่นเครื่องกันได้ที่แล้ว แล้วเจอกันที่คอนเสิร์ตวันที่ 20 มกราคมนี้ครับ!