สำหรับแฟนเพลงของ SAOSIN ความคิดที่ว่าด้วยการกลับมาของ GREEN ที่ผ่านมานั้นไม่ต่างอะไรกับเทพนิยายที่ไม่มีวันเป็นจริง… แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ

SAOSIN อยู่ในช่วงสุญญากาศตั้งแต่วงตัดสินใจเชิญ COVE REBER ออกจากวงเมื่อปี 2010 จนกระทั่งกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่หลายคนถวิลหามากที่สุด การกลับมารวมกันอีกครั้งกับ GREEN ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้คนยังรอคอยให้ความสนใจวงในรูปแบบนี้อยู่ เราจะสังเกตได้ว่าในสังคมออนไลน์จะมีพวกที่ชอบเรียกร้องซ้ำซากว่า “ให้ ANTHONY กลับมา!” พวกเกรียนที่ยึดติดกับอดีตดื้อตะแบ็งไปเรื่อย… ตอนนี้เป็นไงล่ะ เด็กพวกนั้นพูดถูกเข้าแล้วไง วงควรจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้วใช่ไหม

เรื่องแปลกของ SAOSIN อย่างหนึ่งคือ อัลบั้มอีพี TRANSLATING THE NAME ที่ GREEN ได้ร่วมงานกับวงเพียงครั้งเดียวตอนปี 2003 กลายเป็นงานชุดที่แฟนเพลงออกตามล่าหามาไว้ในครอบครองกันมากที่สุด อีกทั้งมันยังเป็นงานชุดที่คลาสสิคและสร้างเอกลักษณ์ของสายดนตรีโพสต์ฮาร์ดคอร์ได้ชัดเจนที่สุดอย่างแท้จริง แม้ว่าวงจะเดินหน้าทำอัลบั้มเต็มออกมาอีกสองชุดโดยไม่มี GREEN แต่แฟนเพลงก็ไม่อาจลบภาพเอกลักษณ์ของวงในแบบเดิมได้

และเมื่อคราวที่วงพา COVE เข้ามาแทนที่ GREEN สงครามกลางเมืองในประเทศ SAOSIN ก็อุบัติขึ้น เกิดข้อถกเถียงกันมากมายในหมู่แฟนเพลง ที่ดูแปลกสำหรับกระแสต่อต้านก็คือ COVE เองก็เป็นนักร้องที่มาแทน GREEN ได้อย่างดีเลยทีเดียว เมื่อตอนที่ COVE ส่งเดโมเสียงไปออดิชั่นกับทางวง (เขาร้องเพลง MOOKIE’S LAST CHRISTMAS) เสียงเขาดันคล้ายกับเสียงของ GREEN มากๆ คล้ายเสียจนวงเองยังคิดว่านักร้องคนเก่าของพวกเขาทำมาแกล้งหรือเปล่า นอกจากนั้น อัลบั้มเต็มที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวงก็โด่งดังไปทั่วโลก และแทบจะทุกคนให้การตอบรับเป็นอย่างดี แม้ในขณะที่เพลงอย่าง SEVEN YEARS จะยังคงมีการกระหน่ำขอจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม แต่เพลง VOICES และ YOU’RE NOT ALONE ก็สามารถกลายมาเป็นเพลงที่น่าจดจำของวงด้วยเช่นกัน

บางคนบอกว่าความสำเร็จของวงครั้งนั้นจะช่วยทำให้แฟนเพลงเลิกยึดติดกับ GREEN …แต่เปล่าเลย

จากการได้เห็นพวกเขารวมตัวขึ้นแสดงอีกครั้งที่ฟิลาเดลเฟียเราจะสังเกตได้ว่า ภาพรวมดนตรีดูดี เคมีพวกเขาเข้ากันได้อย่างดี ทุกคนดูมีความสุขมาก ราวกับการรวมตัวของเหล่าพี่น้อง เพลงใหม่ที่พวกเขาเล่นในงานมันสุดยอดมาก อยากให้มีการบันทึกเสียง ทำมาสเตอร์ ทำการตลาด และออกจัดจำหน่ายในรูปแบบแผ่นไวนิลเพลงใหม่ของวงไปเลย มันเป็นแทร็คที่เจ๋งและเป็นสไตล์ของ SAOSIN อย่างแท้จริง เป็นดนตรีโพสต์ฮาร์ดคอร์ที่สดใหม่ มีจังหวะจะโคน อัดแน่นด้วยเมโลดี้และมีความหนักหน่วงในภาคริธึม การแสดงสดที่เข้มข้นและเพลงใหม่ที่น่าสนใจคืออีกส่วนสำคัญของวงในการกลับมาครั้งนี้

เทียบกับ REBER เมื่อครั้งที่รับหน้าที่เป็นนักร้องนำแล้ว บางครั้งการแสดงสดของ SAOSIN เองก็ไม่ค่อยเต็มที่นัก ดูราบเรียบและไม่มีชีวิตชีวา (จากที่แฟนเพลงหลายๆ คนเคยว่าไว้) อีกทั้งยอดขายอัลบั้มไวนิลชุดที่สองอย่าง IN SEARCH OF SOLID GROUND ก็ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับวงและตัว REBER มากยิ่งขึ้น ความเข้ากันได้ของพวกเขานั้นไม่มีอีกแล้ว

SAOSIN มาถึงจุดที่ดีที่สุดสำหรับการปล่อยผลงานใหม่ นี่คือยุคฟื้นคืนชีวิตใหม่ของวง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำอัลบั้มเต็มชุดใหม่กับ GREEN แต่นั่นจะหมายความว่า CIRCA SURVIVE ต้องหยุดพักไปก่อน จริงอยู่ที่ว่านักร้องนำที่ดีและเก่งนั้น สามารถทำสองงานให้ประสบความสำเร็จได้ แต่มันก็ดูยากเกินไป อย่างกรณี CRAIG OWENS ที่กลับไปร่วมงานกับ CHIODOS จึงทำให้ DESTROY REBUILD UNTIL GOD SHOWS วงที่นักร้องนำเป็นจุดศูนย์กลาง ต้องยุติแทบจะในทันที

ระหว่างงานโซโล่เดี่ยว วง CIRCA SURVIVE และการทำหน้าที่ของพ่อแม่ มันไม่มีที่ว่างสำหรับ GREEN ในการที่จะแบกภาระอันหนักอึ้งอย่าง SAOSIN เพิ่มได้อีกแล้ว (ถ้าเขาต้องการจะทำจริงๆ) มันจึงเป็นเหตุผลที่หลังจากปล่อยอัลบั้มไวนิลชุดใหม่ออกมาแล้ว CIRCA SURVIVE ควรจะหยุดพักไว้สักระยะหนึ่ง เพื่อที่ GREEN จะได้มุ่งไปที่ SAOSIN อย่างจริงจัง

ผมรัก CIRCA SURVIVE มากพอๆ กับแฟนเพลงคนอื่นๆ แต่เรามีอัลบั้มของวงมาแล้วสี่ชุด (บวกกับอีกหนึ่งที่บันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว) จึงคิดว่าน่าจะพักวงไว้ก่อนเพื่อ GREEN และ SAOSIN จะได้ทำอะไรใหม่ๆ ออกมาบ้าง ซึ่งผมเชื่อว่าแฟนเพลงส่วนใหญ่น่าจะคิดเหมือนกัน เพราะในขณะที่ CIRCA SURVIVE นั้นเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่รักของเรา แต่ผ่านมากว่าสิบปีแล้ว ที่เรายังคงพูดถึงอัลบั้ม TRANSLATING THE NAME

ถ้าหากวงตัดสินใจที่จะทำอัลบั้มใหม่จริงๆ มันจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน SAOSIN ยังสามารถเป็นตัวชูโรงของสังกัดยักษ์ใหญ่ได้เป็นอย่างดี งานใหม่นี้จะเป็นประโยชน์มหาศาล แต่ก็เห็นได้ชัดว่าทั้ง SAOSIN และ GREEN เอง อาจจะไม่ค่อยปลื้มกับแนวคิดนั้น (จากการที่ CIRCA SURVIVE เป็นศิลปินไร้สังกัด และ SAOSIN ก็แยกตัวออกมาจากสังกัดชื่อดังอย่าง CAPITOL/VIRGIN แล้ว) ซึ่งคงต้องเบนเข็มไปทางสังกัดอิสระขนาดใหญ่อื่นๆ ที่พอจะจัดการผลงานใหม่นี้ได้แทน ถ้าพูดถึงการนำผลงานออกเผยแพร่ผ่าน KICKSTARTER (เว็บไซต์ที่ศิลปินจะสามารถนำเสนอผลงานสู่ผู้ที่สนใจได้เองโดยตรง) แล้วทำแบบไม่จริงจัง ก็จะเป็นการทำลายโอกาสสุดยิ่งใหญ่นี้ไปอย่างน่าเสียดาย อัลบั้มใหม่ของ SAOSIN ควรจะได้รับการปั้นอย่างเต็มรูปแบบ

สุดท้าย เราต่างก็รัก ANTHONY GREEN อย่างไม่มีเงื่อนไขในฐานะนักร้องนำ และพร้อมจะฟังในทุกๆ งานที่เป็นของเขา ต่อให้พรุ่งนี้เขาประกาศตัวว่าได้เป็นนักร้องนำวง BREAKING BENJAMIN เราก็อาจจะเห็นด้วยกับเขา (ผมนึกภาพข้อความทวีตสำหรับเรื่องสมมติสุดประหลาดอันนี้ออกแล้ว “ที่จริงเขาก็เหมาะกับวงนี้อย่างไม่น่าเชื่อเลยนะ ใครไม่ชอบก็เรื่องของมึง” )

ดนตรีของ SAOSIN ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี GREEN จะได้รับการสนับสนุนเสมอ แต่ทำไมไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ? ทำไมไม่นำเอาเวทมนตร์ของ TRANSLATING THE NAME กลับมาสู่วงการเพลงสมัยใหม่ที่กำลังต้องการมันเป็นอย่างยิ่งล่ะ? นี่คือเวลาที่ SAOSIN จะกลับมาวาดลวดลายให้พวกเราเห็นอีกครั้ง มันถึงเวลาที่พวกเขาจะกลับมาทวงตัวตนของพวกเขาคืนแล้ว

** โปรดอ่าน **

บทความนี้ถูกเขียนขึ้นโดย MATT CRANE จากเว็บไซต์ ALTERNATIVE PRESS ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิใช่ข่าวโดยตรงจากทางวง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ต้นฉบับจาก ALTERNATIVE PRESS