ถ้าจะให้พูดถึงรายการดนตรีในประเทศไทยก็ต้องบอกว่ามีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่โดยมากก็เป็นของสองค่ายใหญ่ย่านลาดพร้าวแล้วก็อโศก ส่วนรายการที่เกี่ยวกับดนตรีทางเลือก, อินดี้, อันเดอร์กราวด์ ก็ต้องยกให้กับ Music Help TV ที่เคยออกอากาศทางช่องเจ็ดในเวลาประมาณตีหนึ่งครึ่งเมื่อนานมาแล้ว

ย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีที่แล้ว รายการนี้ถือกำเนิดขึ้นโดยมีผู้ดำเนินรายการทั้งหมดสองคนคือ พี่ทัวร์ ท่องเที่ยว วงสวรรค์ และพี่อุ้ย ที่หลายคนรู้จักกันดีในฐานะมือกีตาร์วง Oblivious รายการนี้ได้เปิดพื้นที่ให้นักดนตรีทางเลือกได้มีพื้นที่ในการแสดงออกและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นหันมาเล่นดนตรีในแนวทางเลือกกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นแล้วกลุ่มคนผู้สร้างสรรค์รายการนี้ก็เคยจัดงานเทศกาลดนตรี อ๊าก ว้าก จ๊าก ขึ้นมาต่อเนื่องกันหลายปีอีกด้วย

ถึงแม้ปัจจุบันจะไม่มีรายการให้ชมแล้ว แต่อุดมการณ์ของผู้ก่อตั้งก็ยังคงไม่หายหรือมอดดับไปแต่อย่างใด พี่ทัวร์ ท่องเที่ยว วงษ์สวรรค์ ยังคงผลักดันและสนับสนุนวงการเพลงใต้ดินต่อไปด้วยการจัดเทศกาลดนตรี Hell Yeah Festival ขึ้นมาอีกหนึ่งงาน แต่กว่าจะมาถึงปัจจุบันได้เขาจะต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง วันนี้ทาง Headbangkok ได้รับเกียรติจากพี่ทัวร์ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความเป็นมาเป็นไปอย่างละเอียด มาดูกันครับว่าผู้ชายคนนี้มีดีมากแค่ไหนกัน!

tour-musichelp-thiswildlife

(จากซ้ายไปขวา: แอนโทนี่ เดล กรอสโซ่ วง This Wild Life, คุณ Naomi Endo (ภรรยาคุณทัวร์,) คุณทัวร์-ท่องเที่ยว วงษ์สวรรค์, เควิน จอร์แดน วง This Wild Life)

เริ่มมาคลุกคลีกับวงการอันเดอร์กราวด์ได้ยังไงครับ?

โห คลุกคลีกับวงการอันเดอร์กราวด์เหรอ พี่ทำ MAdS* ใช่ไหม ทำแมดส์เมื่อก่อนมันก็ไม่ได้มีเจออันเดอร์กราวด์มากมาย พอทำไปสักพักวงมันเยอะมาก พี่ก็เลยทำมิวสิคเฮลป์ทีวี ทำรายการทีวีแม่งเลย คนเยอะแล้วนี่ พี่ก็ทำมิวสิคเฮลป์ทีวี พอทำสักพักนึง แม่งก็มีแต่ชาวร็อกมา ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่ะ ไม่รู้จริง ๆ นะ

*(Music Help Audition Stage)

เราเปิดรับหลายแนวมากแค่ไหน?

ก็เปิดรับหลายแนว แต่แนวร็อกแม่งเยอะสุด พอแนวร็อกมันเยอะปุ๊บ พี่ก็เลยคุยกับพี่ทีมงาน เฮ้ย เมืองนอกมันมีแล้วอะ เมืองไทยมันไม่มี ลองมั้ย จัดอะไรที่มันรวมกันขึ้นสักอย่างนึงเช่น มีวงร็อกเยอะ ๆ อะ คิดชื่อสิ คิดชื่องานสิ เราก็ติสต์เยอะไง เมา ๆ เยอะ ก็คิด ๆ อ้าว อ๊าก ว้าก จ๊าก … คืออะไรวะ ก็เหมือนการ์ตูนไง เคนชิโร่อะ การ์ตูนมาโบ้อะ ต่อย ๆ อ๊าก ว้าก จ๊าก อะ เอาชื่อนั้นแหละ โอเค แม่งได้ เพราะว่ามันต่อยกัน มันแท็ค มันวิ่ง มันมอช มันใช่ อะลองทำดู เฮ้ยแต่วงต้องเยอะนะ ต้องไม่เคยมีที่ไหนเคยทำมาก่อน ก็รวมก็ได้ อ๊าก ว้าก จ๊าก 1 ไงที่จัดที่…

อิมมอร์ทัลบาร์ใช่ไหม?

ใช่ มีอยู่ยี่สิบวงอะไรประมาณนั้นน่ะ ก็เลยจัด ก็เลยทำตั้งแต่ตอนนั้นแหละ พอ อ๊าก ว้าก จ๊าก มันสำเร็จปุ๊บ พี่ก็เลยดูแล้วว่าเฮ้ย แม่งได้ว่ะ เออ ลองทำดูแล้วกัน นั่นแหละคือเริ่มต้นที่เข้ามาอันเดอร์กราวด์

ครั้งที่ 1 ได้ข่าวว่าล้นเลยใช่ไหมครับพี่ทัวร์ ที่อิมมอร์ทัลบาร์ ข้าวสาร

ใช่ เราก็คิดว่ามีสักห้าสิบคน ไอ้ห่าแม่งมาสี่ร้อยกว่า เลยบอก เออ ก็ลองทำแล้วกัน คนมันก็แฮปปี้ไง คนมันก็พี่ขอบคุณครับ คือเราไม่ได้ทำเพราะมันได้เงินนะเว้ย มันทำเพราะว่าคนแม่งมาแล้วบอกแบบ พี่ขอบคุณครับ ที่แม่งมีงานแบบนี้ มันไม่มีงาน

เราไม่รู้จริง ๆ เมื่อก่อนเราไม่รู้เลยอะแล้วก็เราทำรายการทีวีไง เอาอีกธุรกิจนึงป่าวว่ะ อีกธุรกิจนึงอีกแบบนึงอีกแนวนึงอะ ทำธุรกิจที่มันมีหลาย ๆ แนวหลาย ๆ ประเภทอย่างนี้อะ แล้วคนมันมาเริ่มแบบให้ความสำคัญเรา เราก็เลยเริ่มรู้สึกว่าแบบ วงการนี้แม่งได้ว่ะ เรียลว่ะ มันโอเค หลังจากนั้นมาก็เลยทำ นั่นแหละคือจุดแรกที่เข้ามาในอันเดอร์กราวด์ อืม นั่นแหละจุดเริ่มต้น เมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ อ๊าก 2 สตูดิโอ 125 ตอนเช่าสตูดิโอก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน ก็แบบไม่มีสถานที่ เฮ้ย เรื่องสตูดิโอกับเรื่องที่ มันเกี่ยวข้องกันนะ คือมันหาที่ที่จะจัดงาน เรารู้แล้วว่ามันมีสี่ร้อยห้าร้อย ถ้าเราจัดครั้งที่ 2 มันต้องเยอะขึ้นแน่ ๆ แล้วเราหาที่ที่มันแบบประมาณสักเจ็ดร้อยไม่ได้ มันไม่มี มันมีแต่สามร้อยลงไป น้อยกว่าสามร้อยกับไปสองพันเลย เราก็เลยไปสตูดิโอเพราะมันมีที่ที่เดียว หนึ่งในเหตุผลที่เราทำที่นี่ (ไลฟ์เฮาส์) เหมือนกันเพราะมันไม่มีไซส์แบบนี้

ก็คือต่อจากยอดหนึ่ง เราก็คุยกันไงว่า เฮ้ย มันน่าทำต่อว่ะ มันน่าจะโอเคนะ คนก็แฮปปี้ คนก็ชอบ อย่างที่บอกพี่น่ะเวลาพี่เป็นคนทำงานนะ พี่จะไม่ได้มองยอดปลายเหตุก่อน หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าแบบ ทำ ทำ แต่พี่จะเป็นคนมองเหตุผลนะ พี่เป็น เขาเรียกว่าอะไรวะ วิถี? ไม่ใช่วิถีอะ อุดมการณ์ พี่เป็นคนค่อนข้างมีอุดมการณ์สูง ตังค์ก็ไม่มีแต่อุดมการณ์สูง นั่นแหละพี่มองตรงนั้นแล้วพี่ก็เลย เออ มันก็คงดีนะ ถ้าทำตรงนี้ปั๊บ แล้วคนแฮปปี้ เราก็ทำต่อยอดวงการนี้มันก็น่าจะไปได้ต่อ วงแม่ง น่าจะไปได้ มีที่ให้เล่น แล้ววงแนวนี้มันเรียลไง มันโอเค คือพี่ก็เจอวงมาเยอะอะ วงสตริงที่มันก็เรียลเหมือนกัน มันมาจากต่างจังหวัด แต่พี่ก็ไม่เห็นศักยภาพที่มันจะต่อไปได้อะ คือมันเป็นเหมือนแบบคุณครูปั้นมาแล้ววงก็เล่น มึงเล่นดีฉิบหายเลยนะแต่ครูปั้นมา มันไม่ใช่แบบเหมือนวงมารวมกัน เมา แดกเหล้ายาปลาปิ้งแล้วก็มารวมกัน แล้วก็กลายเป็นผลงานที่ดี พี่ไม่เห็นอย่างนั้นไง พี่ก็เลยดูแล้ว เออ น่าลองทำดู ก็เลยทำอ๊าก 2 ไม่คิดมากเลยนะ ก็ เออ ลองทำดู แล้วแม่งก็ซัคเซส นั่นแหละ มันก็ไหลมาเรื่อย ๆ พอมันไหลมาอ๊าก 3 อ๊ากไหนนะที่มันมีหลายเวที อ๊าก 4 หรือเปล่า

อ๊าก 2 พอมา อ๊าก 3 แม่งก็เหมือนเดิม คนแม่งก็เท่าเดิม พี่ก็เลยคิดว่า เฮ้ย ลองดีกว่าว่ะ เมืองไทยยังไม่มีแบบ Warped Tour นี่ แล้วเราก็รู้จักพวกเด็กสเก็ต พวกจักรยาน รวมแม่งเลยแล้วกัน ก็เลยทำเป็นอ๊า ก4 ไม่ได้คิดเยอะ เข้าเนื้อทุกงาน แต่มวลชนมันโอเคไง เออ ก็ทำ ไม่เชื่ออะดิ จริง ๆ เข้าเนื้อจริง ๆ ทุกงาน สปอนเซอร์ที่ได้มานี่คือแม่งโอเคอะ คือเขาสนับสนุนมิวสิคเฮลป์ทีวีมาตั้งนานแล้ว สนับสนุนมาก่อนแมดส์ด้วย เมื่อก่อนมิวสิคเฮลป์ทีวีก็สนับสนุน เพื่อให้เราอยู่ได้ แต่ส่วนเหลือที่มันเป็นส่วนต่างอะ เราก็ต้องจ่ายตลอดอะ ก็จ่าย แมดส์มื่อก่อนจัดหลายที่มาก ตอนเริ่มแรกแมดส์เราจัดที่โรงแรมเรดิสสัน พระรามเก้า เออ จัดตรงนั้นแหละ ข้างล่างโล่ง ๆ อะ แบบจัดอะ ไม่รู้อะไรเลยอะ จัดอะ คือพี่ไม่ได้โตเมืองไทยพี่โตเมืองนอก แล้วพี่ก็คุยกับเพื่อนว่าแบบ เฮ้ย ไอ้เหี้ย เปิดโปรเจ็กต์เหมือนกันเลยหลาย ๆ ประเทศ ชื่อเดียวกันเลยดีมั้ย มิวสิคเฮลป์นี่แหละ แล้วก็มาเราก็ลองทำแบบเดียวกัน

เราไม่รู้ว่าเขาทำหรือเปล่านะ ตอนนั้นมันยังไม่มีเฟซบุ๊กไง พี่ก็เมาลืมเบลอไปหมดแล้ว ใครต่อใครก็ไม่รู้ แต่เราอะทำตามที่เขาบอก เราก็ ก็เลยเป็นแมดส์แค่นั้นเอง

ส่วนนึงมีพี่อุ้ยแนะนำด้วยหรือเปล่า?

อุ้ยเป็นพิธีกร อุ้ยก็สนิทกับพี่ อุ้ยเข้ามาเพราะพี่หาพิธีกรอยู่ ตอนแรกดาราเต็มเลยพี่ก็เลือกดาราผู้หญิง ดาราผู้ชาย ตอนแรกก็เลือกดาราผู้หญิงว่ะ พิธีกรคู่ หน้าม่อด้วยไงกรณีนี้ เออ เราก็บอกเลือกพิธีกรผู้หญิง เลือก ๆ แม่งไม่ได้สักคนเลยเว้ย แล้ววันนั้นไอ้อุ้ยมันมาช่วยพอดี ไอ้อุ้ยมาช่วยถือกล้องอะไรงี้ ไอ้อุ้ยมันเข้ามามันช่วยทีมงานอยู่ วันนั้นไม่ว่าง ทีมงานไม่มี แต่พี่ต้องเทสต์หน้ากล้อง ไอ้อุ้ยมันอยู่พอดีแล้วคนที่เอามาแตสต์หน้ากล้องแม่งก็ไม่เวิร์ก เลยบอก ไอ้อุ้ยลองมาดูแล้วกัน แล้วมันก็ได้เลย ง่าย ๆ ทุกอย่างง่าย ๆ ไม่ได้คิดอะไรมากเลย ไม่ได้แพลน วัยรุ่นไง 20-30 อะ คิดไรมากวะตอนนั้น

พอผ่านอ๊าก 4 มาได้ อ๊าก 5 นี่เริ่มคิดแล้วเพราะอ๊าก 4 นี่คนเยอะ พอมาเข้าอ๊าก 5 ทำยังไงดีวะ วงดนตรีแม่งก็ไม่เกิดแล้ว คือเราบิ้วด์มันก็จริงเรามีออดิชั่นว่า มีโอเพ่นสเตจ เรามี อ๊ากจะรู้อยู่แล้วเราจะบิ้วด์นักดนตรีหน้าใหม่ใช่ไหม แต่มันไม่พออะ มันไม่มากพอที่จะทำใหม่ได้อะ ทำยังไง ก็เริ่มคิดแล้ว พอจัดอ๊าก 5 ผ่านไปได้ มาอ๊าก 6 ก็เริ่มแบบลองเปลี่ยนสถานที่ดูไหม มาลงที่ลานจอดรถเจเจกรีนนี่แหละ พอมาเป็นอ๊าก 7 นี่ ตันเลย ไม่ได้ตันแบบตันไม่รู้ว่าจะทำยังไงนะ รู้ว่าทำยังไงแต่พี่คิดว่ามันยังไม่ดีพอที่จะทำให้แฟน ๆ โอเคได้ พี่ก็เลยยังไม่ทำ

ครับผม แล้วจุดกำเนิดของงาน Hell Yeah มายังไงครับ?

Hell Yeah มาจากเพราะมันไม่มีอ๊ากนานมาก พี่ก็เลยทำ Hell Yeah ขึ้นมา เพราะว่าพี่ไม่อยากให้แฟนเพลงเซ็ง พี่ไม่อยากให้วงการเซ็ง แล้วพี่ไม่อยากให้วงการมันขาด เพราะมันไม่มีคนทำอะ ก็รักวงการนี่อะนะ พี่ก็อยากทำให้มันมีต่อเนื่องเรื่อย ๆ เราก็อยากทำแบบเวทีเวทีนึงที่เป็นสถานที่ที่มันโอเค มีซาวด์เสียงดีเสียงดัง คือไม่ได้แบบ คือไม่ได้ห่วย ๆ อะ เออ พี่ก็อยากทำ ก็เลยทำออกมา แล้วบวกกับพี่ก็อยากรู้ด้วยว่าคือ พอมาทำ Hell Yeah อะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปเยอะมากจากอ๊าก เพราะว่า MP3 มันโตแล้ว คนมีกำลังซื้อแล้ว พี่ก็เลยอยากรู้ว่า Hell Yeah มันจะไปได้ถึงไหน พี่ก็ทำสองวันไง คนไทยแม่งรับได้หรือเปล่าวะ festival แบบนี้ 2 วัน ราคาแบบนี้ วันนึง 400-600 ลองดูสิ กำลังซื้อเป็นยังไง พี่ก็ลองเทสต์เพราะว่าทุกอย่างในวงการเพลงบ้านเรามันจะต้องมีตัวเริ่มเพื่อเซ็ตตลาด ถูกไหม

ถ้ามองในบิสสิเนสโมเดลนะ มันจะต้องมีคนเซ็ตเพื่อให้ทุกอย่างมันนิ่ง เพื่อให้ทุกอย่างมันจะขึ้น จากเสื้อผ้าราคา 150 เดี๋ยวนี้เสื้อผ้าทัวร์เสื้อผ้าสตรีทแม่งกลายเป็น 350-400 เพราะมันมีคนเริ่มถูกหรือเปล่า แต่ในวงการอันเดอร์กราวด์มันยังไม่มีคนเริ่ม แล้วมันไม่มีใครเริ่มอะ มันไม่มี ก็พี่นี่ไง อะ ลองดู ก็คุยกับไอ้เปา คุยกับทีมงาน เฮ้ย งั้นเราลองดูแล้วกันวะ จัด 2 วัน โยนลงมาให้หมดเลย วันนึงเป็นโหดสุด เพื่อที่เราจะได้เห็นว่ากลุ่มโหดกับกลุ่มที่มันเป็นเมนสตรีมอะมันต่างกันยังไง อะไรมันยังไง เพราะหลาย ๆ คนจะสงสัยมาก ทำไมวันที่ 2 วงไม่ดังเลยวะ ทำไมวันแรกวงดังกว่านี่ อ่า เราลองไง เราลองดูว่าถ้าเป็นสายโหดอย่างเดียวยังไง เพราะอันเดอร์กราวนด์มันไม่เหมือนกับเมนสตรีมถูกหรือเปล่า วิธีคิดของคนอันเดอร์กราวนด์มันไม่เหมือนกัน แต่มันไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนที่จะสามารถเซ็ตได้ว่าอะไรมันคือความจริง เราก็เลยลองทำดู แบ่งแม่งเลย ตอนแรกจะคละ เฮ้ย อย่าคละเลย คละไปก็เท่านั้น มันก็เหมือนจัดงานเพื่อให้ได้กำไรเท่านั้นน่ะ เฮ้ย มึงจัดให้มันชัดสิ ขาดทุนถ้าขาดทุน ซึ่งมันขาดทุนอยู่แล้ว ขาดทุนอย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่าอะไรมันเป็นอะ เลยลองดู มึงลองดูสิ 400 คนมีกำลังซื้อไหมอันเดอร์กราวด์ เพราะเด็ก ๆ มันโตขึ้นจากเด็กอายุ 16 จากนักดนตรีกลายเป็นศิลปิน จากศิลปินกลายเป็นคนจัดงานถูกไหม ลองงดูสิมันมีอะไร 400 … 2 วัน 800 โหดไป 600 แล้วกัน ซึ่งก็เป็นงานอันเดอร์กราวด์ที่แม่งมีคนมาซื้อบัตรก่อนหน้างานอะ แม่งมาซื้อแบบ 100 ใบอะ ก่อนหน้างานอะ ซื้อ 600 ด้วยอะ แล้วแม่งไม่มาด้วยวันที่ 2 เออ มันไม่มาด้วย แปลกไหมแต่ เรารู้แล้วแม่งมีกำลังซื้อแต่แม่งไม่มา ทำไมไม่มาอะ อ๋อ แสดงว่ามึงก็ไม่ได้เรียลขนาดนั้นนี่หว่า กลุ่มบางคนดูบางคน

วันที่ 2 คนไม่มา เอ้า มึงก็ไม่ได้ขนาดนั้นนี่หว่า เราก็โปรโมตเต็มที่เท่าที่เราทำได้ สื่อทั้งอันเดอร์กราวด์ ทั้งสื่อบนดินพี่ก็ทำให้หมด ให้มันครบทุกอย่างเลย คนแม่งก็ด่า เฮ้ย มึงไปทำโฆษณาสื่อบนดินทำไมวะ … ก็จะได้วัดได้ ว่ามันอะไรยังไงยังไง แล้วก็เลยกลายเป็น Hell Yeah นั่นแหละคือจุดประสงค์ที่ทำ

retrospect-live

คือทำให้มันครบอะครับ คือระหว่าง อ๊าก ว้าก จ๊าก ด้วยให้คนได้เสพด้วย บวกกับเราได้วัดด้วย ว่ามันอะไร ยังไง ทำไม กำลังซื้อเท่าไร

แล้วพอมีปี 1 ก็ต้องมีปี 2 เราก็เลยตัดสินใจทำปี 2 เรารู้แล้ว 2 วันไม่เวิร์ค คนไทยไม่ไหว กลุ่มนี้ 2 วันไม่ไหว กำลังซื้อไม่พอ กลุ่มไม่ได้แข็งแรงแยกขนาดนั้น วัยรุ่น ฮาร์ดคอร์นู่นนั่นนี่ มันไม่ได้แยกขนาดนั้น เรารู้แล้วว่ามันอ๋อ มันก็ยังรวมกันอยู่ดี เรารู้แล้ว 2 วันเราก็รวมเป็นวันเดียว ราคาก็ราคาเดิมเพราะเราเซ็ตมาแล้วนี่ ถ้าเราเซ็ตราคานี้ได้หมายความว่าอันเดอร์กราวด์อีกหน่อยอะ ราคามันก็สูงขึ้นได้ มันก็ช่วยดึงวงการถูกหรือเปล่า แทนที่เด็ก ๆ มันจัด มันก็จัด 100 อย่างนี้ มันก็ขึ้นมาสิ 250 วงมันก็จะอยู่ได้ ผู้จัดมีเงินเยอะขึ้น มีเงินเยอะขึ้นจ่ายวงได้เยอะขึ้น มันก็จะดึงวงการขึ้น ถูกต้อง ไม่ได้จัดแบบ ไม่ได้จัดเพื่อจัดได้กำไรอย่างนี้ ปีแรกขาดทุนอยู่แล้ว อ๊าก ว้าก จ๊าก ก็ขาดทุน ปี 2 ได้ ปี 2 มันงานขาดทุนแต่ CD ได้กำไร ปี 3 ขาดทุน ปี 4 ขาดทุน ปี 5 ขาดทุน

เงินพี่ทั้งนั้นแหละ แต่จัดต่อเรื่อย ๆ เพราะหยุดไม่ได้ หยุดแล้วทำยังไงล่ะ วงใหม่ ๆ ก็ไม่มี เพราะวงอันเดอร์กราวด์ ถ้าไม่มีวงอันเดอร์กราวนด์ที่ดีก็ไม่มีวงเมนสตรีมที่ดีถูกหรือเปล่า ก็ต้องทำ ถ้าเรายังพอมีกำลังอยู่เราก็ทำ พี่ก็เลยทำอย่างนี้เพื่อที่จะเอาเงินมาแล้วก็จัดงาน ไม่ให้ขาดทุนไง

แล้ว Hell Yeah ในปีนี้จะมีความแตกต่างจากปีที่แล้วยังไงบ้างครับ?

จาก 2 วันเหลือวันเดียว รวมวงให้ชัดเจนขึ้น เดี๋ยวพี่ทำแสงสีเสียงให้ดีขึ้นให้มันอลังการมากยิ่งขึ้น หมายความว่าคนก็สามารถเสพอันเดอร์กราวด์ได้ในควอลิตี้ที่ดีขึ้น การที่ไอ้ความเป็นอันเดอร์กราวด์ที่มันรวมวงกันมันจะอยู่ในผับแล้วก็เหมือนเดิม ๆ ไรอย่างนี้ พี่ก็ทำให้แสงสีเสียงดีขึ้น ซาวด์ดีขึ้น ก็เท่านั้นแหละ มีซาวด์เช็ค 1 วันล่วงหน้า ทำระบบให้มันเหมือนเมืองนอกอะ ทำให้มันดีพี่ก็พยายามจะยกขึ้น

น้อยคนนะที่จะรู้ คนที่อยู่ในวงการจริง ๆ จะเข้าใจพี่ คนข้างนอกวงการไม่เข้าใจ คนข้างนอกวงการจะด่าแบบ ไอ้เหี้ยนี่แม่งมีเงิน มีเงินก็จัดงานได้ มันไม่เข้าใจหรอก ถ้ามึงไม่รักจริง ๆ มึงขาดทุนอยู่ตลอดอะ มึงไม่ทำหรอก นี่คือเรื่องจริงนะ

เมียพี่ด่าพี่ด้วย (หัวเราะ)

พี่ทัวร์คาดหวังอะไรกับ Hell Yeah ครั้งที่ 2 นี่บ้างครับผม?

พี่หวังว่าคนมันจะเยอะ วงจะแฮปปี้ งานจะออกมาดี ทุกคนสนุกกับมัน แล้วทุกคนสามารถร่วมต่อไปในงาน Hell Yeah 3 ได้ เท่านั้นเอง

วงบางวงพี่ไม่ได้เอาลงมาก็เพราะว่ามันจะได้มีต่อ ปี 3 ได้ มันไม่มีวงให้เลือก คือถ้าพี่เอาลงหมดอะ คนก็จะถามทำไมวงนี้ไม่มาวะ ทำไมวงนั้นไม่มา ก็กูเอาลงมาหมดแล้วปี 3 มีเหี้ยอะไรล่ะ มันไม่ได้มีวงเกิดใหม่เยอะขนาดนั้น

เดี๋ยวดูสิ เดี๋ยวพี่ก็ต้องจัดงานสักงานนึงเพื่อหาวงใหม่ขึ้นมาอีก เหมือนตอนอ๊ากแรก ๆ ก็มีโอเพ่นสเตจหาวงใหม่มา ก็ต้องทำ ไม่ทำมันก็ไม่มี ก็ไม่มีคนทำ

ผมมองว่า ระบบออดิชั่นมันไม่ค่อยจะมีแล้วในวงการอันเดอร์กราวด์ พี่ทัวร์ว่ามันสำคัญไหมครับ?

สำคัญมาก ออดิชั่นก็คือโอเพ่นเสตจ โอเพ่นสเตจก็จะเหมือนโอเพ่นไมค์ มันน้อย มันเป็นธุรกิจที่ไม่ได้เงิน ปัจจุบันธุรกิจดนตรีมันหาเงินยากมาก เพราะฉะนั้นโอเพ่นสเตจกับโอเพ่นไมค์มันจะไม่มี มันน้อย มันไม่เหมือนเมืองนอก คนเสพไม่เหมือนกัน ถ้าธุรกิจ เอ่อ ไม่ต้องธุรกิจหรอก วงการดนตรีที่เจริญ ๆ เรายกตัวอย่างญี่ปุ่นนะ ญี่ปุ่นนี่วงการดนตรีเจริญเพราะว่ายกตัวอย่างง่าย ๆ เลย ถ้าเราชอบวง ๆ นึงอะ แต่เพื่อนเราไม่ชอบเลย ไม่มีเพื่อนไปดูเราก็ไป แต่เมืองไทยอะ เพื่อนไม่ไปคือไม่ไป วันนั้นว่าจะไป เมาเต็มที่ ซื้อทุกอย่าง ซื้อเสื้อกูซื้อ ซื้อโปสเตอร์กูซื้อ เหล้ากูซื้อ พี่ไปงานไลฟ์เฮ้าส์ญี่ปุ่นล่าสุดนะ งานแม่งไม่ดังหรอกนะ มีประมาณ 70 คน มันมีผู้ชายคนนึง เดินมาไฮไฟว์พี่ประมาณ 5 รอบอะ ทำอยู่นั่น มันสนุกมากเว้ย มันไม่มีเพื่อนเลยนะ แต่มันซัพพอร์ตวงที่มันชอบ มันเสพ แล้วมันก็รักอะ มันก็ซัพพอร์ตวง พอมันทำอย่างนั้นปุ๊บวงอยู่ได้ มีคนดู มันก็ไปได้

บ้านเรามันยังอะ มันต้องสักพักนึง เดี๋ยวมันไล่ไป พอมันมีที่อย่างไลฟ์เฮ้าส์ สเกลประมาณหนึ่งพันสองร้อยคน ที่นี่คือเราไม่ได้คิดตังค์อย่างเดียวนะ ที่นี่เราจะมีแบบลักษณะของการ… เราเอาหลักการญี่ปุ่นมา คือเราช่วยเรื่องของวงที่ดูแล้วค่ายหรือว่าลูกค้าที่ดูแล้วว่ามีคนแน่ ๆ แต่แม่งไม่มีตังค์ เราก็ช่วยเราแชร์กัน อะ งั้นมึงจ่ายน้อยหน่อย เรามาแบ่งตงแบ่งตังค์กัน แต่สุดท้ายเราได้เท่าค่าเช่านะเราไม่ได้แบ่งตังค์เพื่อธุรกิจนะ เราแบ่งเพื่อให้ได้เท่าที่เราเคยได้ แต่เขาอยู่ได้ในลักษณะเรื่องของการเงิน นี่ล่ะ เดี๋ยวมันก็มีอย่างนี้ เดี๋ยวดูอีก 5 ปี เดี๋ยวแม่งมีอย่างนี้เต็มเลย นี่เมื่อกี้ก็มีคนบอกพี่ มีคนกำลังสร้างที่แบบนี้ หนึ่งพันสองร้อยคน เป็นไลฟ์เฮ้าส์เหมือนกัน ไม่ได้เหมือนแกรมมี่นะ แกรมมี่มันเป็นอารีน่า คือไลฟ์เฮ้าส์อย่างนี้ เดี๋ยวรอดูสิ สักพักเดี๋ยวแม่งมีเต็มเลย

hell-yeah-hopeless-live

พี่ทัวร์ว่ามุมมองในส่วนของวงการอันเดอร์กราวด์ตั้งแต่ตอนพี่ทัวร์ทำมิวสิคเฮลป์ใหม่ ๆ จนถึงปัจจุบันนี่ มันแตกต่างกันมากน้อยยังไงบ้าง?

ไม่รู้วะ บอกตรง ๆ ไม่รู้จริง ๆ ในฐานะที่พี่อยู่ตรงนี้นะ แต่พี่สังเกตพี่ไม่รู้ว่ามันแตกต่างกันยังไง แต่พี่สังเกตเห็นว่า ทุกอย่างถูกพัฒนาขึ้นโตขึ้น ด้วยวงการที่มันโตขึ้น ผู้เสพผู้จัด มันถูกเขยื้อนไปเรื่อย ๆพี่ไม่ได้บอกว่ามันดีขึ้น หมายความว่าผู้จัดได้เงินเยอะขึ้นนะ ไม่ใช่ แต่มันกระเถิบไปเยอะขึ้น แล้วมันเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย มันเกี่ยวกับเฟซบุ๊กมันเกี่ยวกับเทคโนโลยี มันเกี่ยวกับอะไรต่าง ๆ เยอะมากมายไปหมดเลย มันทำให้คนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น มันก็ทำให้คนได้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น สรุปแล้วพี่ก็ว่าคนก็ได้รู้จักประเภทวงที่ถือว่าเป็นวงทางเลือกมากขึ้น เพราะมันมีเทคโนโลยีไง มันมีคนแม่งเข้าถึงเข้าสื่อถึง ดูได้มุมโน่นมุมนี้ อันนี้กดไลค์ปุ๊บ ถ้ามันไม่มีระบบกดไลค์ คนแม่งก็ไม่ดูใช่หรือเปล่า

มันไม่ได้เป็นเพราะผู้จัด มันไม่ได้เป็นเพราะผู้เสพหรอก มันเป็นเพราะกาลเวลามากกว่าพี่มองนะ คนก็เสพมากยิ่งขึ้น แล้วมันก็เลยต่อเนื่องไปถึงไอ้ผู้จัดก็จัดมากยิ่งขึ้น ที่พี่บอกมาตั้งแต่ตอนแรกว่าจากคนดูกลายเป็นนักดนตรี จากนักดนตรีกลายเป็นผู้จัด ก็มาจัดงานมากยิ่งขึ้น พอจัดงานมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนไม่มีสถานที่พอมาเจอไลฟ์เฮ้าส์อย่างโน้ต (Extreme Unity Entertainment) พอมารู้จักพี่ พอสถานที่มีระบบที่ช่วยทำให้ผู้จัดสามารถจัดได้ เขาก็จัด นี่นะ เห็นไหมมันก็ไล่กันไปเรื่อย ๆ สรุปก็คือพี่ว่ามันก็ดีขึ้น เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โตขึ้นหรือเปล่าไม่รู้ แต่เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทำให้คนได้สามารถเลือกได้ว่าชอบหรือไม่อะไร จากเมื่อก่อนมันไม่มีให้ดูไง มีอยู่ไม่กี่เล่มเองหนังสือเนี่ย

สมัยทำมิวสิคเฮลป์ทีวี พี่ทัวร์คิดว่ารายการพี่ทัวร์นี่สร้างแรงบันดาลใจให้นักดนตรีให้อยากทำวงดนตรีขึ้นมาใหม่ ๆ เยอะไหมครับผม?

พี่ไม่รู้ แต่พี่หวังว่ามันทำให้ พี่ไม่รู้จริง ๆ แต่หนึ่งในวัตถุประสงค์คือพี่อยากทำได้ หนึ่งในอุดมการณ์อะคืออยากให้มันทำ พี่ไม่รู้ว่ามันทำได้หรือเปล่า แต่พี่หวังว่ามันคงจะเป็นอย่างนั้น

แล้วในฐานะที่พี่ทัวร์ผ่านการจัดงานมาประสบการณ์เยอะนะครับผม พี่ทัวร์มีอะไรอยากจะฝากถึงนักจัดรุ่นใหม่บ้างไหมครับ?

เวลาเราจัดงานคอนเสิร์ตเราต้องคิดถึงส่วนรวมด้วย อย่าสักแต่ว่าจัด การที่แบบอยากจัดเราจัด มันเป็นสิ่งที่ดี เวลาเราอยากจัดแล้วก็ทำอะมันเป็นสิ่งที่ มันมักจะสามารถสร้างอะไรใหม่ ๆ ได้เสมอ แต่ว่ามันไม่ใช่ส่วนใหญ่ เวลาจัดงานน่ะ คิดถึงภาพรวม อย่าคิดถึงตัวเองคนเดียว อย่าเห็นแก่ตัวเวลาจัดงาน อย่าคิดถึงเรื่องเงิน อย่าเฟี้ยวมาก คิดถึงภาพรวม ดูภาพรวมดูวงการด้วย อันเดอร์กราวด์ไม่ใช่วงการที่ใหญ่ เป็นวงการที่อาศัยความสามัคคีร่วมกัน ผู้จัดมีอยู่ไม่เยอะถ้าเราคิดจะเป็นผู้จัดเรานึกถึงผู้จัดอื่นด้วย ลองไปคุยกับเขาบ้าง แล้วมันจะได้ไปด้วยกัน อันเดอร์กราวนด์มันแตกต่างจากทั่ว ๆ ไปไง มันไม่ใช่ธุรกิจไง คุณจัด 5 ครั้งคุณเจ๊ง 3 ครั้งอะ อันเดอร์กราวนด์อะ เพราะฉะนั้นทำแล้วคิดถึงส่วนรวมด้วย

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของพี่ทัวร์-ท่องเที่ยว วงษ์สวรรค์ คงจะได้รับมุมมองและเหตุผลหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นสำหรับแวดวงอันเดอร์กราวด์ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ได้เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือ “อุดมการณ์” ซึ่งได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้วงการยังคงเดินต่อไป รวมถึงยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ ๆ ขึ้นมาประดับวงการอีกด้วย ใครอยากสัมผัสประสบการณ์แบบบนี้โดยตรง วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายนนี้ ห้ามพลาดงาน HELL YEAH 2015 เด็ดขาดครับ

hell-yeah-festival-2015-poster