mark-hoppus

เรามาติดตามดราม่าภายในวง blink-182 กันต่อ ก่อนอื่นรบกวนไปอ่านภาค 1 และภาค 2 กันก่อนครับ

และไม่นานนักหลังจากที่เว็บไซต์ Rolling Stone โพสต์บทสัมภาษณ์ของมาร์คและทราวิสออกสื่อไป ทอม ดีลองก์ได้ทวีตข้อความออกมาหนึ่งทวีต (ซึ่งลบทิ้งไปอย่างรวดเร็ว) ว่า: “เมื่อปีก่อนผมกับมาร์คใช้เวลาตลอดสัปดาห์โทรศัพท์คุยกับผู้จัดการวงเพื่อคุยกันเรื่องการแยกทางกับทราวิส มาอย่าทำเหมือนมันว่าเรื่องนี้มันไม่มีอะไรมากกว่านี้”

สัจธรรมของโลกไซเบอร์คือ ดราม่ามาพร้อมนักแคปครับ และชาวโลกก็พร้อมใจกับเก็บภาพทวีตดังกล่าวไว้ (ขอบคุณภาพโดยพี่เนยแอดมินเพจ Sum 41 Thailand)

และหลังจากนั้นทาง Alternative Press ก็จับมาร์ค ฮอปปัสมานั่งสัมภาษณ์แบบเจาะลึกในหลายเรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์ของวงในตอนนี้ ซึ่งก็มีเรื่องของทวีตดังกล่าวรวมอยู่ด้วยครับ มาร์คพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า:

“ตอนทัวร์ประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2013 ในเดือนมกราคม ทราวิสไม่ได้เดินทางไปร่วมทัวร์ด้วยเพราะว่าเขารู้สึกไม่โอเคกับการต้องนั่งเครื่องบิน ซึ่งนั่นมันก็คือความเป็นไปได้ที่พวกเรารู้กันอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่แรก ตอนที่พวกเราตกลงจะไปทัวร์ออสเตรเลียกัน ทราวิสบอกว่า ‘ฉันจะทุ่มพลังทั้งหมดของฉันเพื่อให้สามารถกลับไปขึ้นเครื่องบินได้อีกครั้ง แต่ถ้ามันถึงวันนั้นแล้วฉันยังไม่พร้อมที่จะเดินทางล่ะก็ พวกเราก็ต้องมีแผนสำรองเอาไว้ด้วย’ และเมื่อเวลามันใกล้เข้ามา ทราวิสก็โทรมาหาผมกับทอมแล้วบอกว่า ‘ฉันยังไม่พร้อมเลยพวก ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถออกเดินทางไฟลท์นี้ได้ พวกนายควรเดินทางไปพร้อมกับมือกลองแบ็คอัพ’ และจากนั้นพวกเราก็พาบรูคส์ แว็คเคอร์แมนเดินทางไปด้วยและสำเร็จทัวร์นั้นด้วยกัน

“ตอนนั้นระหว่างที่พวกเรากำลังทัวร์กันอยู่ ก็มีการถกเถียงกันเกิดขึ้นระหว่างฝ่ายโปรโมเตอร์กับทราวิสบนทวิตเตอร์ซึ่งมันก็แรงอยู่และก็มีความกดดันกันสูงมาก ทอมโมโหมาก ผมก็โมโหมากเพราะมันเกิดขึ้นระหว่างที่เรากำลังทัวร์กันอยู่ และทัวร์นั้นมันก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ทุก ๆ สิ่งมันควรจะออกมายอดเยี่ยม โปรโมเตอร์งานนั้นคิดว่าทราวิสนั้นไม่เคยที่จะอยากมาออสเตรเลียอยู่แล้วและเขารู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก แน่นอน เรื่องมันไม่ใช่แบบนั้น

“หลังจากทัวร์นั้นทอมโกรธมากเกี่ยวกับการต้องถูกตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ระหว่างทัวร์ พวกเขาขู่จะฟ้องรอ้อง โปรโมเตอร์โมโหพวกเราและอะไรต่อมิอะไรอีกมาก เขาโกรธจนควันออกหูเลยแหละ พอเรากลับมาจากทัวร์นั้นทอมก็โทรมาคุยเรื่อง ‘พวกเราหาคนมาแทนทราวิสได้มั้ย พวกเราทำอะไรได้บ้างมั้ย’ แต่นั่นมันเป็นแค่อารมณ์หงุดหงิดของทอมอย่างเดียว มันเป็นเวลาไม่กีวันที่ผมต้องรับสายทอม, เห็นอกเห็นใจทอมและแน่นอนหลังจากนั้นผมก็โทรหาผู้จัดการของผมแล้วบอกกับเขาว่า ‘ทอมกำลังหงุดหงิดอยู่ในตอนนี้ เขาพูดถึงการพยายามหาคนมาแทนทราวิส แต่ผมไม่เอาด้วย มันจะไม่เกิดขึ้น’ และแน่นอนหลังจากตอนนั้นไปเป็นเดือนทอมก็โทรกลับมาประมาณว่า ‘เฮ้ นายรู้อะไรมั้ย ฉันก็แค่โกรธเรื่องนั้น มันเป็นสถานการณ์ที่แย่ไปหน่อยน่ะ และแน่นอนฉันไม่ได้ต้องการจะเตะทราวิสออกจากวงหรอก’ ผมไม่คิดว่าทอมจะซีเรียสกับเรื่องนั้นอย่างจริงจังหรอกนะ แม้แต่ในตอนนั้นผมก็รู้สึกว่าเขาแค่โมโหและต้องการระเบิดอารมณ์ออกมาเท่านั้นเอง”

อีกหนึ่งคำถามจากทาง AP ที่น่าสนใจก็คือทำไมทอมถึงไม่ต้องการจะสนับสนุนเทศกาล Musink ที่ทราวิสเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย มันออกจะประหลาดที่เพื่อนผู้ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมายจะไม่แยแสกันได้ขนาดนี้ มาร์คก็ตอบเอาไว้ว่า

“มันประหลาดสำหรับผม มันประหลาดสำหรับทราวิสด้วย ผมคิดว่ายังงี้นะ พูดตรง ๆ เลย จากทุกอย่างที่เราได้ยินจากผู้จัดการของทอมและจากสิ่งที่ทอมเคยทำมา และก็ที่ไม่ทำด้วย มันเห็นได้ชัดว่าทอมไม่ได้อยากอยู่ใน Blink หรอก แต่ก็ไม่เป็นไร แต่มันก็เป็นเรื่องน่าสับสนมากกับการได้รับอีเมลที่บอกว่า “ทอมออกไปแล้ว, ทอมจะไม่ทำสิ่งนี้, ทอมไม่ได้อยากบันทึกเสียง, ไม่ได้อยากทัวร์, ไม่ได้อยากทำอะไรเลย’ แต่แล้วในเวลาเดียวกันก็บอกว่า ‘ผมไม่ได้ออกจากวง ผมแค่บอกว่าผมจะไม่ทำอะไรเลยอีกต่อไปต่างหาก'”

อ่านบทสัมภาษณ์ของฮอปปัสเต็ม ๆ ได้ที่ “Tom doesn’t want to be in blink-182. It’s obvious.”—exclusive interview with Mark Hoppus บนเว็บไซต์ Alternative Press ครับ

ที่มา – Alternative Press (1), (2)

[ad name=”Leaderboard”]