ใครที่ชื่นชอบการเสพดนตรีสดของสายร็อกทางเลือก และเดินสายไปตามงานบ่อยๆ ก็จะมีประสบการณ์ในการเข้าชมดนตรีแตกต่างกันไป อาจได้พบเจอบุคคลที่น่าจดจำซึ่งมักจะมีความโดดเด่น และเป็นจุดสนใจของงานนั้นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้เราจึงขอแนะนำบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันในวงการดนตรีร็อกใต้ดินมานานหลายปี คนรุ่นเก่าๆ หรือใครที่ติดตามดูงานดนตรีมานาน น่าจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาเขาอย่างแน่นอน

คนส่วนใหญ่จดจำเขาได้ในภาพของ ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับมือที่ลุกโชติช่วงไปด้วยเปลวไฟ ตะลุยฝ่าเข้าไปในวงมอชพิต (หรือบางทีก็เป็นคนนำเปิดวงมอชพิตเสียเองด้วย) ไม่ว่าจะวงไทยวงเทศ เขาคนนี้เผามือตัวเองโชว์มาแล้วแทบจะทุกงานที่ไปปรากฏกาย เกริ่นแค่นี้เชื่อว่า พี่ๆ น้องๆ ที่รู้จักคงร้องอ๋อกันหมดแล้ว และสำหรับคนที่พึ่งติดตามงานสายนี้มาได้ไม่นานก็ไม่ต้องงงกันอีกต่อไป เรามาทำความรู้จักกับเขาไปพร้อมๆ กันได้เลย กับ พิทักษ์ชัย ภิญโญวิจิตร หรือเจ้าของสมญานามว่า “กุ๊กไก่หมัดไฟ”

สวัสดีครับพี่กุ๊ก ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้างครับ

นอกจากการงานของตัวพี่เองแล้ว เวลาที่เหลือก็ซ้อม ทำเพลงอ่ะครับ

วงดนตรีตอนนี้อยู่ในขั้นไหนแล้วครับ จะมีอัลบั้มออกมาหรือเปล่า

วง Standing On Stage ตอนนี้ปล่อยออกมาสามเพลงแล้ว เพลงที่กำลังจะปล่อยนี้ พวกเรากำลังวางแผนที่จะทำเป็นมิวสิควีดีโอกันครับ ส่วนอัลบั้มคิดว่าปีนู้นเลยครับ

ถ้าพูดถึงประสบการณ์ในแวดวงใต้ดินบ้านเรา พี่จำได้ไหมว่าเข้ามาคลุกคลีกับวงการใต้ดินไทยตั้งแต่ตอนไหน และงานไหนที่พี่ไปเป็นครั้งแรก พอจะจำได้ไหมครับ

เรื่องเข้ามาในวงการนี้ น่าจะประมาณปี 2004 ส่วนงานแรกนี้นานมากๆ ไม่แน่ใจว่างาน Terrorist Attack Tour 2004 (จัดที่ตึกลิเบอร์ตี้ ถนนสุขุมวิท) หรืองาน Music Express ที่ร็อกผับ เพราะนานมากๆ

ช่วยเล่าที่มาของหมัดไฟหน่อยครับพี่ ว่าได้แนวคิดมาจากไหน

ที่มาของ หมัดไฟ นี้มาช่วงยุคเมทัลคอร์แล้วครับ ยุคแรกๆ ที่บ้านเราพึ่งเริ่มเล่นกันแรกๆ พี่คิดว่าถ้าจุดไฟนี้คงเดือดแน่ๆ พี่ก็เลยเล่นซะ ได้คุณมน มือกลอง Empty Glass Means Nothing (ณ ตอนนั้น – ปัจจุบันพี่มนประจำการอยู่ Ugoslabier) แกให้ท้าย ยุใหญ่เลย ก็เลยเข้าทาง

(คลิปหมัดไฟมอชพิต กับวง Empty Glass Means Nothing ในงาน 100 Rock Festival เมื่อปี 2006)

พอมีคนตั้งสมญานามให้ว่า “กุ๊กไก่หมัดไฟ” แล้วเป็นยังไงบ้างครับ

ได้ยินหลายคนเรียก ไอ้หมัดไฟบ้าง มืออัคคีบ้าง หมัดเพลิงบ้าง ผมขอขอบคุณจากใจจริง ที่ตั้งฉายาให้ผมไม่ว่าจะชื่ออะไร ขอบคุณจริงๆ ครับ แต่ที่เป็นทางการนี้ก็ต้อง คุณเดียร์ นักร้องนำคณะ Empty Glass Means Nothing นี้แหละครับ ช่วงนั้นเรียกว่า มีวงนี้ก็ต้องมีกุ๊กไก่หมัดไฟด้วยแน่นอน

มีคำแนะนำอะไรที่จะฝากถึงน้องๆ หรือคนที่ชื่นชอบในแนวทางของพี่มากๆ แล้วคิดจะทำตามบ้างครับ

คำแนะนำสำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หรือทุกๆ คนที่เคยเห็นและยังไม่เคยเห็น จะบอกว่านี่คือการแสดงครับ ไม่น่ากลัวหรืออันตรายร้ายแรงอะไร แค่มันจะทำให้บรรยากาศในงานดูสนุกตื่นเต้นมากขึ้นครับ ส่วนใครจะลองนี้พี่ไม่หวงครับ เพียงแต่ว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนอันดับแรกเลยครับ ย้ำนะครับว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อนเลย

อุปกรณ์พี่เยอะมาก นอกจากนวมจุดไฟที่ถือเป็นอาวุธคู่กายแล้ว เห็นยังมี หมวกนักรบโรมัน เรือยาง อะไรพวกนี้ด้วย ถามจริงๆ พี่ยังมีของเล่นอะไรอีกบ้างที่เรายังไม่เคยเห็น

เรื่องอุปกรณ์นี้คิดว่าทุกๆ คนเคยเห็นกันบ้างแล้วแหละ ตอนนี้ก็มีปลาโลมา ปลาฉลาม เรือยาง ที่นอนลม คิดว่าต้องมีอะไรใหม่ๆ แน่นอนครับไม่ต้องห่วง พวกเราได้สนุกได้ฮากันแน่นอน กุ๊กไก่หมัดไฟรับประกัน

kookkai2

พี่คิดว่าวงการใต้ดินบ้านเราตอนนี้ กับสักสิบปีก่อน ต่างกันมากไหม มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง ไม่ว่าจะในแง่บวกหรือแง่ลบ

ถ้าถามว่าวงการบ้านเราตอนนี้กับเมื่อก่อนต่างกันไหม คือ ต่างกันมากๆ แง่ดีก็เรื่องการติดต่อสื่อสาร สะดวกและง่ายกว่าเมื่อสิบปีก่อนมากๆ ส่วนแง่ลบนี้พี่ยังเก่งไม่พอที่จะชี้แจงมันได้ แต่ที่อยากจะฝากกับทุกๆ คนในวงการรวมถึงตัวพี่เองด้วย คือ เรื่องการผลักดันและสนันสนุนวงการของบ้านเรานี้แหละครับ ตอนนี้การทำงานของนักดนตรี ผู้จัด หรืออะไรก็ตาม ตอนนี้ทำงานง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก เพราะฉะนั้นเรามาเน้นเรื่องของโอกาส และพื้นที่ให้กับวงในบ้านเรา ไม่ว่าหน้าใหม่หรือหน้าเก่า เรื่องการช่วยเหลือสนันสนุนกันเองนี้สำคัญมากๆ เพราะตรงนี้จะทำให้เครือข่ายในวงการเรามีความเหนียวแน่นขึ้น ที่พอจะบอกได้ก็คงมีแค่นี้ครับ

อ่ะ ให้พื้นที่ขายของกันอีกสักหน่อยละกันครับผม เต็มที่เลยพี่

นี่แหละที่รอมานาน คงฝาก เพจวง Standing On Stage เพจ J and Y Music Studio รวมถึงเพจ Metal Mafia นี้แหละครับ สุดท้าย ขอฝากแฟนๆ Headbangkok ให้รอติดตามเพลงที่เราจะทำออกมาในรูปแบบเมดเลย์สองเพลงครับ คือ เพลงเมดเลย์ แร็ปแขก กับ 2 Legit 2 Quit ของ Mc Hammer อีกเพลงก็เป็นเมดเลย์ No coke / Ice Ice Baby / You Can’t Touch This เพลงนี้เราได้ เจต นักร้องนำวง Tragedy of Murder และ อาร์ม นักร้องนำวง Blood Cake Murder มาเพิ่มความโหด อีกทั้งยังมีงานคัฟเวอร์ของพี่เจ เจตริน อย่างเพลง ยุ่งน่า อีกด้วย ซึ่งทั้งสามเพลงที่ว่ามานี้ เป็นงานยุคเก้าศูนย์ทั้งหมด และฝากติดตามมิวสิควีดิโอตัวแรกของพวกเรา Standing On Stage ก่อนสิ้นปีนี้ได้ดูกันแน่นอนครับ ขอบคุณมากๆ ครับ

ซิงเกิลของวง Standing On Stage ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

“Carry On Fighting”

“Before I Die”

ผมขอปิดท้ายด้วยคำพูดจาก ฟิล สกรอสโซ (มือกีตาร์วง Wovenwar) ที่ลงไว้ในนิตยสารฉบับหนึ่ง ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น As I Lay Dying ซึ่งเขาได้พูดถึงพี่กุ๊กไก่ของเราเอาไว้ด้วย

kookkai4

“ครั้งหนึ่งตอนที่เราได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่กรุงเทพเป็นครั้งแรก ผมเห็นผู้ชายคนนึงโผล่ขึ้นมาตรงกลางกลุ่มคนดู จริงๆ แล้วในหลายๆ ครั้งที่เล่นคอนเสิร์ต ผมไม่ค่อยได้สังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในกลุ่มคนดู แต่ครั้งนั้นผมเห็นเต็มสองตาเลย คือที่มือของชายคนนั้นมันมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ แถมเขายังเหวี่ยงแขนไปมาอย่างบ้าคลั่ง ผมจ้องเขาอยู่ประมาณสิบวินาทีและได้แต่คิดว่าอย่าไปไหม้บนหัวใครเขาเลย”

แหม่… พี่กุ๊กหมัดไฟ ดังไกลยันต่างแดน

ขอบคุณข้อมูล คลิป และภาพประกอบจากผู้ที่เกี่ยวข้อง (พี่กี้ Indy Pop, นัท โอเวอร์โดส, นันนี่ TGD, ยี) ที่พี่กุ๊กแนะนำมาให้นะครับผม