We Are X ดำเนินเรื่องไปพร้อมกับปมสำคัญที่อยู่ลึกลงไปในจิตใจของโยชิกิ มือกลองและผู้เป็นทุกอย่างของวง ปมที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแก่นสำคัญและเป็นแรงผลักดันให้เกิด X Japan ในเวลาต่อมา โยชิกิในวัยเด็กเฝ้าตั้งคำถามในเชิงอภิปรัชญาถึงเรื่องของการมีชีวิตอยู่กับตัวเองบ่อยครั้ง ปมนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในวันที่เขาสูญเสียพ่อ แล้วจุดเริ่มต้นในเส้นทางแห่งวงร็อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นก็เริ่มขึ้น นับตั้งแต่วันที่คุณแม่ของเขามอบกลองชุดให้ ความอัดอั้นตันใจ ความเจ็บปวดทางจิตใจที่เขาได้รับถูกปลดปล่อยลงบนกลองชุดนั้น

ตลอดเรื่องเราจะได้รับรู้เรื่องราวที่แฟนเพลงที่ติดตามวงมานานน่าจะรู้กันอยู่แล้ว สลับกับภาพฟุตเทจเก่า ๆ ที่อาจไม่ค่อยเห็นได้ที่ไหนบ่อยนัก รวมทั้งตัดสลับกับบทสัมภาษณ์แขกรับเชิญที่เป็นศิลปินระดับโลกมากมายหลายวง แต่ส่วนหลัก ๆ ที่น่าจะเป็นจุดขายของสารคดีวงดนตรีเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นประเด็นดราม่า 3 เรื่องที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง

เริ่มจากการจุดประกายความตึงเครียดจากการแยกทางกันระหว่างวง X Japan และ ไทจิ มือเบสมากความสามารถของวงที่ทางโยชิกิเองก็ไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนด้วยว่ามีอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังเหตุการณ์นี้

ตามมาด้วยช่วงเวลาสุดแสนรันทดของโทชิที่ดันไปพบรักเข้ากับหญิงผู้นำพาหายนะมาสู่ชีวิต นักร้องหนุ่มถูกชักจูงเข้าสู่ลัทธิโดยหญิงคนรักก่อนจะถูกล้างสมองให้เลิกร้องเพลงกับวง ในช่วงเวลานี้ฟุตเทจการสัมภาษณ์แฟนเพลงต่างก็ถูกระดมตัดเข้ามา ราวกับทุกคนพร้อมใจกันรุมกระทืบเขาให้จมดินด้วยข้อหาที่รุนแรงที่สุดนั่นคือ โทชิคือตัวการที่ทำให้วงแตก เพราะหลังจากที่โทชิหันหลังให้กับวง ทุกภารกิจที่เป็นของวงต้องยุติลง และนั่นนำมาซึ่งวิกฤตระลอกแรกของวง X Japan โยชิกิและสมาชิกที่เหลือประกาศยุบวง และจัดคอนเสิร์ต The Last Live

คงไม่มีใครคาดคิดว่า The Last Live จะกลายเป็นภาพสุดท้ายที่แฟนเพลงได้เห็นฮิเดะโซโล่กีตาร์บนเวที ดราม่าที่ถือเป็นประเด็นใหญ่หลวงที่สุด หรือวิกฤติระลอกที่สองก็คือ การเสียชีวิตของฮิเดะ ภาพที่เราอาจเคยเห็นกันมาแล้วในข่าวพอได้เห็นอีกครั้งในโรงหนังบอกเลยว่าความรู้สึกมันล้นทะลักพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง ฟุตเทจภาพข่าวแสดงให้เห็นเหตุการณ์กึ่งจราจลกลางเมืองหลังจากข่าวการเสียชีวิตของมือกีตาร์หนุ่มแพร่กระจายออกไป ซ้ำยังมีรายงานว่าแฟนเพลงบางคนถึงกับฆ่าตัวตายทันทีที่รู้ข่าว ความทรงอิทธิพลของตัวศิลปินต่อแฟนเพลงได้สำแดงให้เราได้เห็นกันก็ในวันนั้นเอง และก็เป็นทางโยชิกิเองที่ต้องออกแถลงเตือนสติเหล่าแฟนเพลง เพื่อให้สถานการณ์ผ่อนคลายลง โดยมือกลองหนุ่มย้ำเตือนว่าเราทุกคนต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็งให้ได้

ถ้าเป็นแฟนเพลงที่ติดตามวงมานานคงมีน้ำตารื้นกันบ้างล่ะครับ มันสะเทือนใจจริง ๆ

แต่หากยกประเด็นทั้งสามแยกออกไปก่อน เราจะพบว่าหนังสารคดีเรื่องนี้ ขาดรายละเอียดที่สำคัญไปหลายประการสำหรับการเป็นหนังสารคดีเรื่องหนึ่ง ยังมีเหตุการณ์สำคัญอีกหลายจุดที่ไม่ได้ถูกพูดถึง อย่างการเปลี่ยนมือเบสจากไทจิ มาเป็นฮีท รอยต่อตรงนี้หายไป เหมือนความสำคัญของการมารับช่วงต่อของฮีทถูกลดความสำคัญลง เช่นเดียวกันกับการมารับไม้ต่อจากฮิเดะ ความกดดันของภาระอันใหญ่ยิ่งที่สุกิโซตัดสินใจเข้ามาแบกมันขึ้นบ่า เหตุการณ์เปลี่ยนผ่านเหล่านี้ตัวหนังสามารถหยิบมาตีแผ่เพิ่มเติมได้แต่ก็เลือกที่จะไม่เน้นตรงจุดนี้

จึงเห็นได้ว่าสมาชิกคนอื่น ๆ เสมือนเป็นแค่ตัวประกอบทั้งที่ทุกคนมีเรื่องราวมากพอจะเอามาเล่าได้อย่างเท่า ๆ กัน แต่กลายเป็นว่ามากกว่าครึ่งของเนื้อหาถูกเทน้ำหนักไปทางชีวิตของโยชิกิเสียเป็นส่วนใหญ่

เกร็ดน่ารู้ และรายละเอียดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ กลับพบว่าหาอ่านได้ในอินเทอร์เน็ตและตามกลุ่มแฟนเพลงมากกว่า ทั้งที่หากนำข้อมูลเหล่านั้นใส่เข้าไปในหนังจะทำให้ตัวหนังมีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า We Are X คือบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของวงดนตรีร็อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเกาะญี่ปุ่น เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจอย่างแท้จริง

และจวบจนทุกวันนี้ วันที่ X Japan กลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ โยชิกิก็ยังคงใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือบำบัดจิตใจ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้มีชีวิต แต่คำสารภาพที่น่าตกใจจากปากของมือกลองหนุ่มก็คือ เขารู้สึกว่าจนกระทั่งทุกวันนี้ บาดแผลในจิตใจของเขาก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลย

ติดตามความเคลื่อนไหว ชมรูปภาพ และดูข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจของภาพยนตร์สารคดีชุด We Are X ได้ทางเว็บไซต์ทางการ wearexfilm.com

แชร์ : Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedIn