เรื่อง: Charlie S. / Jeddy Tragedy
ภาพ: Van Photo

เวลาพูดเรื่องเพลงร็อก คนมักจะติดภาพจำของเสียงดังโวยวายและกลุ่มชายฉกรรจ์สภาพน่ากลัว แต่เอาเข้าจริงเรานี่มันก็ปี 2018 แล้ว และคำว่าร็อกก็ไม่ได้เป็นนิยามของความป่าเถื่อนโหดร้ายเพียงอย่างเดียว

Artist Focus วงอัลเทอร์เนทีฟอินดี้ร็อกจากรังสิต ย่านชานเมืองที่หลายคนมักนึกถึงแดดที่ร้อนแรงและเด็กแว้น มากกว่าวงดนตรีดี ๆ คืออีกหนึ่งวงที่สามารถนำเสนอดนตรีร็อกออกมาได้เท่มาก พวกเขาเริ่มต้นจากการรวมตัวกันสมัยมัธยม จนมีอีพีชุดแรกของตัวเองชื่อ Calypso ออกมา และเมื่อไม่นานมานี้ทางวงก็เพิ่งปล่อยซิงเกิลใหม่ ขอระบาย ออกมาในฐานะศิลปินภายใต้สังกัด Macrowave ค่ายเพลงใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ BEC-Tero Music และฟังใจ เนื่องในวาระของการปล่อยเพลงใหม่ เราเลยมีโอกาสได้นั่งพูดคุยถามไถ่ความเป็นมาเป็นไปและทำความรู้จักกับพวกเขาวงนี้กันให้มากขึ้นอีกนิด

เย็นวันศุกร์ที่ฝนตกจนใครหลายคนไม่อยากเดินทาง ฟ่าง (ร้องนำ) นัท (เบส) เต้ย (กลอง) และมิกซ์ (คีย์บอร์ด) คือสี่ในหกสมาชิกวงผู้รอดชีวิตจากกราจราจรบนถนนรัชดาอันโหดร้ายจนมานั่งสัมภาษณ์กับเราได้ หลังจากรอมาซักพักและไม่มีทีท่าว่ามิตรสหายอีกสองท่านจะสามารถมาถึงได้ทัน เราจึงเริ่มต้นพูดคุยกันเพื่อรอเพื่อนร่วมวงของพวกเขาไปพลาง ๆ

คอลัมน์ Wazzup Rocker ตอนที่ 19 วันนี้ขอนำเสนอ… ARTIST FOCUS ไปทำความรู้จักกับพวกเขาทั้ง 4 (+2) กันได้เลยครับ!

 

ผลตอบรับของซิงเกิลใหม่ “ขอระบาย”

นัท: พวกเพื่อน ๆ พี่ที่ทำงาน หรือที่อื่นอะไรพวกนี้เค้าชอบกันทุกคนเลยนะ เค้าบอกมันฟังง่ายขึ้น

ฟ่าง: ด้วยความที่เราอยากทำให้มันเสพง่ายขึ้นด้วยแหละครับ ให้คนฟังเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ไม่เสียจุดยืน ฟีดแบ็กหลัก ๆ ก็คือชอบเพราะมันฟังง่ายขึ้น อีกอย่างคือเพลงนี้ผมเริ่มแต่งตั้งแต่เดือนสิงหาปี 2016 โน่นเลยครับ แล้วก็เริ่มทำเดโมกันตอน 2017 แล้วก็มาปล่อย 2018 ซึ่งสามปีนี้ ผมเอาเพลงนี้ไปเล่นมาแล้วทุกที่ แล้วผมก็พูดว่าเล่นที่นี่เป็นที่แรกทุกที่ ซึ่งแม่งไม่จริง (หัวเราะกันอีกทั้งวง) แล้วก็พูดว่า อีกสองเดือนจะปล่อยเพลงนี้ออกมา

มิกซ์: พูดมาตั้งแต่ 2016 (หัวเราะกันอีกรอบ)

ฟ่าง: แล้วแฟนเพลงที่ตามเราเค้าก็ร้องเพลงนี้กันได้แล้วครับ เราปล่อยเพลงออกมาวันที่ 23 กรกฎาคม ผมมีงานเล่นก่อนหน้านั้นสองวัน ที่ฟังใจมันส์ ผมพูดบนเวทีว่าเพลงนี้ใครร้องได้ให้ร้องตาม แม่งร้องกันได้ทั้งงาน (หัวเราะ)

ในอนาคตจะฟังง่ายกว่านี้?

ฟ่าง: ตอนนี้เพลงที่แต่งไว้ในสต็อกก็คือง่ายกว่านี้อีกครับ แต่ด้วยความที่พาร์ทดนตรีเราก็ยังอยากใส่พาร์ทที่เป็นศิลปะเข้าไป ด้วยตัวตนของพวกเรา เราไม่ชอบอะไรที่แม่ง ทื่อเกินไป มันเยอะไปแล้วอะ แล้วเราจะมาแข่งกับคนที่เป็นแบบนั้นจริง ๆ เราสู้เค้าไม่ไหวด้วย บางทีเค้าอาจจะคิดงานแบบนั้นออกมาไดดีกว่าเราด้วยซ้ำ เราก็เลย เฮ้ย ก็ทำแบบเราแหละ แต่เนื้อเพลงก็เอาแบบที่คนเค้าฟังรู้เรื่องกันขึ้นแล้วกัน ไม่ใช่แบบผลที่เราเคยทำกันมาแล้ว

การทำงานอิสระ กับภายใต้ค่ายเพลง

ฟ่าง: เหมือนเดิมเลยครับ เพราะว่าค่าย Macrowave ไม่ได้มากำหนดว่าเราต้องทำแบบไหนอะไรยังไง เราก็ทำแบบที่เราอยากทำ แล้วก็พรีเซนต์ออกไป แค่นั้น

มิกซ์: จริง ๆ ก็ต้องขอบคุณทาง Macrowave ที่ให้อิสระเราตรงนี้ด้วย ให้เรามีพื้นที่ได้คิด

 

นอกจากตัวเพลงแล้ว สิ่งที่ ‘สะดุด’ หูเรามาก ๆ คือชื่อวง ที่ฟังดูคล้ายคอลัมน์แนะนำศิลปินเสียมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่ามีโอกาสได้นั่งคุยกันทั้งทีเราก็ไม่พลาดโอกาสในการถามไถ่ให้รู้กัน รวมถึงพูดคุยเรื่องความเป็นมาเป็นไปของวงตั้งแต่ day 1 เมื่อครั้งยังเป็นกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนมัธยม

พวกเขารวมตัวกันด้วยความเป็นเพื่อน ขับเคลื่อนด้วยอิทธิพลดนตรีของวงดนตรีร็อกเท่ ๆ อย่าง Kings of Leon, Foals, Arctic Monkeys ซึ่งถึงจะร็อกกันมาเข้มข้นตั้งแต่ต้นกำเนิด พวกเขาก็ยังมี มิกซ์ สมาชิกใหม่ผู้โตมากับเพลงฟังก์ ความแตกต่างที่เข้ามาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวทั้งเรื่องของการทำเพลงและนิสัยใจคอ

 

ความหมายของชื่อ Artist Focus

ฟ่าง: ก็คือว่า ตอนที่เริ่มตั้งชื่อวง ตั้งแต่ตอน ม.5 ครับ จะขึ้น ม.6 ถ้าเอาความหมายก็คือ ก็ตรงตัวเลยครับ ‘artist’ ก็คือศิลปิน ส่วนคำว่า ‘focus’ ก็คือเราอยากให้คนดูโฟกัสกับเรา เหมือนแบบตั้งชื่อยกย่องตัวเองตอนนั้น (หัวเราะ) หลงตัวเองไรงี้อะครับ อยากให้คนมาสนใจพวกเรา ซึ่งอิทธิพลในการตั้งชื่อก็มาจากสมัยเด็ก ๆ ที่ฟังเพลง แต่ก่อนก็จะมีชื่อวงแบบว่า Arctic Monkeys ไรงี้ครับ แบบ เฮ้ยมันฟังแล้วคล้าย ๆ กันว่ะ ก็ชอบชื่อนี้กัน ซึ่งตอนแรกมันก็ไปซ้ำกับรายการ Channel V สมัยเด็ก ๆ แต่เราก็คิดว่าไม่เป็นไร ถ้าวันนึงจะบอกว่าพบกับ Artist Focus ในช่วง Artist Focus อีกทีนึงก็น่าจะเท่ดี เป็นกิมมิคใหม่ ๆ

สมาชิกเดิมตั้งแต่มัธยม

ฟ่าง: ตอนมัธยมก็จะมีผม แล้วก็เต้ย แล้วก็จะมีอีกสองคนที่ยังมาไม่ถึงตอนนี้ ต๋องกับนัท มีสี่คนครับ พอขึ้นมหาลัยก็มาเจอคนนี้ (ชี้ไปที่นัท) เรียนที่เดียวกัน ผมเรียกมัน ชื้น คือไอ้ชื้นเนี่ยอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่พอเราขึ้นมหาลัยผมไม่อยากเล่นกีตาร์แล้วอะ อยากแบบเท่ ๆ ร้องเพลงไรงี้ ก็เลยไปกล่อมมันมาอยู่วง รวมกันเป็นห้าคนซักพักใหญ่ ๆ เลยฮะ ก็มาเรียนต่อกันที่ ม.รังสิต มาเจอน้องคนนี้ (ชี้ไปที่มิกซ์) มันมีงานนึงที่เราต้องเล่นแบบมีซาวด์คีย์บอร์ดเข้ามา แล้วมาเจอว่าไอ้เด็กคนนี้มันเก่งอะ แบบ เฮ้ย อยู่วงพี่ป่าว มาเล่นให้หน่อย เต้ย (มือกลอง) เป็นคนชวนมา

มิกซ์: จริง ๆ ตีกลองด้วย

ฟ่าง: ปกติเล่นกลอง แต่มันพอเล่นคีย์บอร์ดด้วย ก็เลยโดนหลอกมา มาเล่นเป็นแบ็คอัพประมาณ 2-3 งาน จนรู้สึกว่ากินเหล้า เอ้ย ไปแฮงเอาต์ด้วยกันแล้วก็พบว่า เฮ้ยแม่งกวนดีว่ะ กฎของวงคือคนที่จะเข้าวงก็ต้องเป็นคนที่ … พอสมควรอะครับ เพราะมันอยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้างั้น แล้วไอ้นี่มันมาแบบ แม่งกวนมากเลย แม่งไม่เคารพกูเลย (หัวเราะทั้งวง) แบบแม่งมาสุดอะ ก็เลยกลายมาเป็น 6 คนยาว ๆ ยาวมาก ห้าหกปีได้

อิทธิพลทางดนตรี

ฟ่าง: ของผมที่ทำให้เล่นดนตรีก็เป็น Kings of Leon ครับ ส่วนถ้าเป็นทุกวันนี้ เราอยากเป็นแบบใคร ผมชอบวง Foals ครับ

มิกซ์: ของผมฉีกไปเลยครับ โตมากับเพลงฟังก์ แบบ Earth, Wind & Fire หรือ Tuxedo, Mayer Hawthorne อะไรแบบนี้ เราได้เรียนรู้พาร์ทที่เป็นอิเล็กทรอนิกของเค้า แล้วพอมาอยู่วงนี้เราก็หยิบอะไรจากตรงนั้นมาใช้ได้ อะไรที่ทำให้งานของเราเป็นมากกว่าเพลงร็อกน่าเบื่อ

ฟ่าง: เมื่อก่อนเวลาคนถาม เราจะตอบว่าแนวของวงเราเป็นอัลเทอร์เนทีฟดาร์ก ไม่ได้เกี่ยวกับแนวเพลงเท่าไหร่ แต่เกี่ยวกับบรรยากาศ เพราะเวลาเราเล่นแล้วมันหม่น ๆ มืด ๆ เลยใช้ความมืดเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเราก็นิยามไม่ได้มากนัก

นัท: ของผมเหมือนฟ่างครับ เพราะว่ามันชอบเอาเพลงมากรอกหูผม (หัวเราะ) ปัจจุบันก็ชอบ Foals นี่แหละครับ

ฟ่าง: ตอนมันย้ายวงมาผมก็เนี่ย เฮ้ยมึงฟัง Kings of Leon ดิ เล่นง่าย ๆ ไปปั่นสายทำไม เหนื่อย แล้วมันก็ไปขายกีตาร์ตัวโหด ๆ ของมัน แล้วก็ไปซื้อสีชมพูมาแทน (หัวเราะกันอีกทั้งวง)

เต้ย: ของผมช่วงนั้นจะเป็น Arctic Monkeys ครับ อัลบั้ม Favorite Worst Nightmare อัลบั้มนั้นทำให้ผมเริ่มฟังเพลงสากลมากขึ้น แตกไป The Killers แล้วไปฟังวงอื่นกว้างขึ้นไปอีก

เท่ากับว่า มิกซ์ คือจุดเปลี่ยนของการทำเพลง?

ฟ่าง: เปลี่ยนมั้ย ก็เปลี่ยนบ้างครับ แต่ตอนแรกคือเราต้องการซาวด์คีย์บอร์ดแบบไหนเราก็จะบอก แบบ เนี่ย มิกซ์เอาแบบนี้ ทำให้หน่อย แต่ช่วงหลังเราก็เปิดให้มิกซ์ลุยของมันเลย ผมก็กลายเป็นชอบที่น้องมันคิดด้วย เข้ากันได้ครับ

ทำวงดนตรีแบบนี้ กินเวลาชีวิตมั้ย

ฟ่าง: ผมไม่ได้มองว่ามันจะกินเวลานะครับ เราแบ่งเวลา ผมมองว่าดนตรีเป็นงานอดิเรกมากกว่า ตอนแรกไม่ได้กะว่าจะมาหาเงินกับมันด้วยครับ แล้วก็ ผมทำงานอย่างอื่นด้วย มีความฝันที่สองเหมือนกันครับ ก็เลยมองเป็นความสุขมากกว่า ไม่ได้รู้สึกมันกินเวลาของเราไป

มิกซ์: ของผมมันอยู่กับชีวิตมานานมากจนไม่ได้เป็นเรื่องกินเวลาแล้ว มันคือพาร์ทในชีวิตครับ ผมโตมากับครอบครัวนักดนตรีครับ คุณตาสอนดนตรี คุณแม่เรียนดนตรีครับ ตอน ม.ปลาย ผมอยู่ที่พัทยา ตอนกลางคืนก็เล่นร้าน ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นพาร์ทนึงที่เป็นเรา ทุกวันนี้ดนตรีก็ยังเป็นพาร์ทหลักในชีวิตอยู่ดีครับ ถือว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต

เต้ย: อย่างตอนมัธยมเราจะมีซ้อมอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งครับ แบบหลังเลิกเรียนงี้ เราก็จะซ้อมคัฟเวอร์สำหรับเล่นงานโรงเรียนกัน แล้วก็มีทำเพลงช่วง ม.5-ม.6 ทุกเสาร์อาทิตย์ ก็จะไปทำที่บ้านฟ่าง (ร้องนำ) ฟ่างเค้าก็จะคิดทางคอร์ด เนื้อเพลง แล้วเราก็มาแจมกัน เราก็จะแบ่งเวลากัน อย่างน้อยเจอกัน 2 ครั้งต่อสัปดาห์

เวลาทะเลาะกันในวง จัดการยังไง

ฟ่าง: วงผมจะเป็นวงที่ซอฟท์ที่สุดแล้วครับ ซอฟท์ หมายถึง… ไม่ค่อยมีการลงดาบอะไรกันมากมาย แต่จะเป็นการคุยกันเพื่อบรรยากาศที่ดีมากกว่า เราเป็นคนตลกกันทุกคนด้วยแหละครับ

มิกซ์: จริง ๆ คือเราด่ากันแรงจนไม่รู้ว่าอันไหนเราด่ากันจริงอันไหนเล่นแล้ว

ฟ่าง: มันจะเหมือนตลกกันไปเรื่อย ๆ แต่ว่าดูกันที่พฤติกรรมมากกว่าครับ อยากได้แบบไหนก็ทำให้เค้าเห็นอะครับ ไม่ค่อยทะเลาะกันเท่าไหร่ครับ จะทำอะไรก็ต้องเปิดโหวต เป็นประชาธิปไตย จะเลือกเพลงเล่นก็เอาเพลงที่อยากเล่นมารวม แล้วก็ห้ามเลือกของตัวเอง อันนี้ทำบ่อยมาก

นัท: ไม่ค่อยทะเลาะกัน

 

จบเรื่องผลงานปัจจุบัน และความเป็นมาเป็นไปภายในวงกันไปแล้ว ก็มาถึงเรื่องของผลงานในอนาคต อย่างการทำเพลงใหม่ และอัลบั้ม

อีกสิ่งหนึ่งที่เราสนใจใคร่รู้และอยากถามวงดนตรีหน้าใหม่ ๆ ทุกวงก็คือ พวกเขามี ‘เป้าหมาย’ ในอาชีพนี้กันไกลแค่ไหน ซึ่งเอาเข้าจริงคำตอบของ Artist Focus ก็เป็นคำตอบที่ถูกใจเราที่สุดตั้งแต่เคยพูดคุยกับนักดนตรีมา

คนอื่นอาจคาดหวังความสนุก ณ ช่วงเวลาปัจจุบันเป็นหลัก แต่กับ Artist Focus พวกเขามองไปถึงจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

 

ความคืบหน้าในการทำอัลบั้ม

ฟ่าง: ก็มีแผนบ้างครับ ทุกครั้งที่กินเหล้ากันเราก็พูดว่าจะทำอัลบั้มกัน (หัวเราะ) สำหรับตอนนี้ตอบแบบไม่เมานะครับ ที่คิดไว้ก็คือปีหน้า ช่วงต้นปี เพราะตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ก็คืออยากปล่อยอีกสองเพลงในปีนี้ แล้วปีหน้าก็จะปล่อยอีกเพลงนึง แล้วก็ตามด้วยการปล่อยอัลบั้ม

อยากแต่งเพลงพูดถึงเรื่องอะไรอีก

ฟ่าง: ผมแต่งเพลงชื่อ “รังสิต” ไว้ พวกเรามาจากรังสิตครับ คือมันมีไม่เยอะอะครับ พวกศิลปินที่มาฝากฝั่งรังสิต ทุกวันนี้ก็มีแค่ Artist Focus, The Castle, Penny Time ที่ผมรู้สึกว่าเราได้ออกไปเล่นข้างนอกกันจริง ๆ วงอื่น ๆ ใน ม. ที่เรียนดนตรีมาหรืออะไรงี้ไม่ค่อยมี แล้วแบบเวลาไปเล่นเราก็จะเจอแต่พวกศิลปากร มหิดล อะไรพวกนี้ซึ่งดนตรีมันก็เป็นซิกเนเจอร์ของเค้ากันอยู่แล้ว เรารู้สึกแบบ เฮ้ย เราก็เจ๋งป่าวะ น้องเราก็เก่งอะ ทำไมเราไม่ลุยกัน

แล้วอีกอย่างคือ รังสิตเหรอ แม่งเด็กแว้นว่ะ มีแต่เด็กแว้น ตอนผมไปสัมภาษณ์เข้ามหาลัยที่นึงใจกลางเมือง คืออาจารย์แม่งถามผมว่า มาจากรังสิตเหรอ เด็กแว้นปะเนี่ย ดูดบุหรี่ใช่ปะ กินเหล้าใช่ปะ คือผมนี่แบบ เฮ้ยมึงคิดไรอยู่วะ ผมก็เลยแบบ เฮ้ย มันมองภาพเราลบเกินไปแล้ว ถึงที่นั่นมันจะเถื่อนจริง ๆ ก็เถอะนะ

เป้าหมายสูงสุดของวงตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ

มิกซ์: ของผมตอนนี้คือทัวร์ 20 งานอัพ ต่อเดือน

ฟ่าง: Bodyslam ครับ

เอ้า ถึงกับไม่มีคำตอบกันเลย เจอคนไทยบินได้เข้าไปทีเดียว

ที่พูด Bodyslam ไปนี่จริงจังนะครับ ฝันสูงไว้ก่อน เพราะผมคิดว่าวันนึง Bodyslam, Big Ass เค้าก็ต้องแก่ เค้าต้องอยู๋ในวัยเดียวกับพี่โป่ง (หิน เหล็ก ไฟ) เค้าก็ต้องไปอยู่ Parking Toys หรือโรงเบียร์ไรงี้ วันนึงมันก็ต้องเป็นหน้าที่พวกเรา เพราะเค้าไม่อยู่ตรงนั้นไปตลอดแน่นอน เป็นหน้าที่พวกเราที่จะต้องทำต่อไปจนกว่าเราจะขึ้นไปแทนที่พวกพี่เค้าให้ได้

ขายของหน่อยครับ ช่วงท้ายแล้ว

ฟ่าง: ผมทำแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงครับ ชื่อร้าน Nichara อยู่ที่สยามสแควร์ซอย 7 ที่ Matchbox แล้วก็ที่ Sense แฟชั่นไอส์แลนด์ แล้วก็เปิดโรงงานเย็บผ้าด้วย ใครอยากทำแบรนด์เสื้อผ้าก็ติดต่อได้ ประชาอุทิศ 41 ครับ

มิกซ์: ถ้าเป็นงานไม่ประจำ ผมมีช่วยพี่ ๆ วงนู้นวงนี่แต่งเพลงอยู่เรื่อย ๆ ครับ งานประจำคือเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สอนเกี่ยวกับด้านซาวด์ครับ เพิ่งเริ่มไม่นานครับ

นัท: ผมทำ 3D แอนิเมชั่นครับ อยู่ที่กันตนา เป็นโมเดลเลอร์ครับ

เต้ย: ผมไม่ได้ทำอะไรครับ (หัวเราะครืนกันทั้งวง)

 

สำหรับคนที่อยากติดตามผลงานของ Artist Focus สามารถติดตามผ่านเฟซบุ๊กได้ที่ facebook.com/artistfocusband และที่เพจเฟซบุ๊กหลักของค่าย Macrowave facebook.com/macrowave.th

 

ทดลองฟัง:

ผู้ร่วมก่อตั้ง และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเว็บไซต์แห่งนี้ (เพราะมีเวลาว่างมากกว่าเพื่อนคนอื่นที่ทำด้วยกัน) ฟังเพลงป๊อปได้ ไม่ใช่ปัญหา เป็นคนพูดน้อย เวลาอยู่คนเดียวแทบไม่พูดอะไรเลย