สวัสดีเดือน 9 เรากลับมาแล้ว เดือนนี้เป็นเดือนที่ฝนไม่ยอมหยุดตก ทั้ง ๆ ที่เลยหน้าฝนมาตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เดือนนี้เป็นอีกเดือนที่วงหน้าเก่าทยอยกันออกเพลงอย่างครึกครื้น ทั้ง YEW กับ MV เพลง ”รองเท้า” ที่ได้ปล่อยเพลงออกมาก่อนหน้านี้ พระเอกกับนางเอกหน้าใหม่ก็แสดงกันได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ไปกดเฮิร์ทกับพวกเขาได้แล้วทุกช่องทางค่ะ, Yooze กับ “สลาย” อีกเพลงหม่น ๆ ตามสไตล์ถนัดของวง, “บินถลาลม” เพลงใหม่ล่าสุดจากรุ่นใหญ่ The Richman Toy เพลงประกอบ SOS Skate ซึม ซ่าส์ Project S The Series อีกเพลงให้กำลังใจกับเนื้อที่น่าสนใจมาก ๆ ลองไปฟังกันได้ค่ะ, Lord Liar Boots ที่หลังจากทิ้งช่วงไปนาน กลับมาแล้วกับ “Bhutan Girl” ไม่อยากจะพูดอะไรมาก นอกจากดีชิบหาย!! สามารถเปิดต่อจากวงตำนานอย่าง blink-182, Sum 41 ได้โดยไม่รู้สึกตกใจใด ๆ แถมอีกเพลงกับ “หาได้มีประโยชน์อันใดไม่ (Useless Shit)” อีกซิงเกิลจาก EP Dip Dib ซึ่งเนียน ๆ ปล่อยตามหลัง “Bhutan Girl” ไม่นาน และ “Passion” จาก Monomania อีกหนึ่งซิงเกิลจาก Before the Dawn ที่บอกเล่าความหลงใหลและความต้องการผ่านเนื้อเพลงสั้นกระชับและเพลงลอย ๆ แบบ Monomania

นอกจากเพลงมากมายหลายแนวแล้ว Old Fashioned Kid ศิลปินที่เราเคยสัมภาษณ์ไป ได้ฤกษ์ปล่อยอัลบั้มแรก Out of Time แล้วค่ะ ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว ใครที่พลาดไปก็รอซื้อได้ที่งานแคทเอ็กซ์โปเลย ไม่ผิดหวังกับคุณภาพ ตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้ายแน่นอน

สุดท้ายนี้ วง Velvet ก็กำลังจะได้เล่นเปิดให้กับ Ben Hobbs ศิลปินอิเล็กทรอนิกป๊อปจากอังกฤษ ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ที่ JAM ติดตามต่อได้ที่ event จ้า


 

Postbox

ทำไมถึงเลือกปล่อยทีเดียวสามซิงเกิล

อยากปล่อยเพลงใหม่ในปลายปีนี้ ต้องรีบปล่อยเพลงเก่า ๆ ในอัลบั้มแรกให้หมดก่อนตุลา แล้วก็คนชอบฟังเพลง YouTube จะได้เสพเต็ม ๆ (คุณภาพใน YouTube ไม่เท่าแผ่นนะ)

เราจะได้เห็นอะไรจาก Postbox ในปีหน้าบ้าง

ซิงเกิลใหม่ ๆ เพลงเพราะ ๆ ความดิบน้อยลง หรืออาจจะมี EP ก็เป็นไปได้

อะไรเป็นแรงบันดาลใจ​ที่ทำให้ทำวงต่อเนื่อง

เพราะพวกเรายังสนุกกับการนำเสนอเพลง บวกกับวงเราไม่มีปัญหาในการทำงานเลย และยังรักในเสียงดนตรีทุกคน

ฝากผลงาน

ยังไงก็ฝากติดตามทางเพจ Postbox ถ้ามีแสดงมี เพลงใหม่ ๆ จะรีบมาอัพเดท แล้วก็ Cat Expo ปีนี้เจอกันแน่ ตามไปเชียร์กันด้วยครับ


 

Velvet

มีความกังวลอะไรกับการทำเพลงภาษาอังกฤษ ในประเทศไทยมั้ย

มีแต่ไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น คือเราถนัดของเราแบบนี้จริง ๆ คงไม่ฝืนตัวเองแต่งเพลงเป็นภาษาไทยมันรู้สึก awkward กับวงจริง ๆ คือเราฟังสากลสะสมมาทั้งชีวิต เวลาแต่งเพลงทั้งเมโลดี้กับเนื้อมันก็ออกมาเป็นภาษาอังกฤษเลย เรารู้อยู่แล้วว่าถ้าแต่งเป็นภาษาอังกฤษมันจะมีกำแพงภาษากั้นคนฟังส่วนนึงกับเมสเสจที่วงพยายามจะส่งในเนื้อเพลง แต่เราว่าเดี๋ยวนี้คนก็เปิดใจฟังวงไทยเนื้ออังกฤษกันมากขึ้นนะ แล้วก็หวังว่าจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย แต่สุดท้ายดนตรีมันก็อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของภาษาอยู่ดี ขอแค่เปิดใจลองฟังดู

เป้าหมายของวง หลังเรียนจบ

พูดตรง ๆ แบบไม่คีปคูลว่าไม่ได้วางแผนระยะยาวเลย แต่ไม่มีเป้าหมายไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ตั้งใจทำวง แค่ไม่อยากตั้งความคาดหวังว่า เห้ย วงเราต้องประสบความสำเร็จต้องดังแบบลม ๆ แล้ง ๆ หลังเรียนจบเราคงทำเพลงอย่างเต็มที่มากขึ้น เพราะมีเวลาเหลือล้น เราคิดว่ายังไงชาตินี้ต้องได้ถืออัลบั้มวงตัวเองในมือให้ได้ งั้นเป้าหมายคงจะเป็นทำอัลบั้มแรกให้เสร็จ ส่วนเรื่องจะดังไม่ดัง คนจะชอบไม่ชอบ เราปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนฟังดีกว่า เราแค่ทำในสิ่งที่เราชอบ ในขอบเขตที่ทำไหว ทั้งการเงินและแรงบันดาลใจ

แรงบันดาลใจ​ของเพลง “Beneath ​the Moon”

เพลงนี้เดิมทีมันแต่งขึ้นเพื่อใช้สอบรีไซทอลธีมอวกาศของกร (มือกลอง) มันเป็นเพลงที่แต่งขึ้นแบบเร่งด่วนเพื่อให้ทันใช้ในงาน เรื่องแรงบันดาลใจเลยไม่ได้สวยหรู เราอินเรื่องอวกาศเป็นทุนเดิม เลยอยากแต่งเพลงที่เปรียบเปรยชีวิตคนกับอวกาศ มันดูซ่อน symbolic ได้เยอะดี ตอนแต่งเพลงเลื่อนไปเจออัลบั้ม 6 Feet Beneath the Moon ของ King Krule แล้วเกิดชอบชื่ออัลบั้มของเค้ามาก ตอนนั้นคือรู้เลยว่าได้ท่อนฮุกแล้ว อาจจะฟังดูแย่แต่เราอยากให้มีคำว่า Beneath the Moon ในเพลงจริง ๆ ถือว่ายืมคำศัพท์จาก native speaker ละกัน (หัวเราะ) เพลงนี้มันเล่าถึงผู้คนเดิมทีเล่าถึงความรู้สึกของคนที่อึดอัดกับสภาพสังคมที่โดนปิดกั้นทางความคิด พอเห็นโลกภายนอกที่ดูสวยงาม ก็ปรารถนาถึงสิ่งที่ดีกว่า (โลกในอุดมคติ) สุดท้ายก็พยายามขวนขวายเพื่อพาตัวเองไปในที่ ๆ มันไม่มีจริง เราเลือกใช้ดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของเป้าหมายปลายทาง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นแค่โลกมายาคติที่คนคิดขึ้นเอาเองเพื่อสนองความต้องการภายในใจโดยไม่มองถึงความเป็นจริง เลยเป็นที่มาของเนื้อเพลงที่ไปถึงแค่ใต้ดวงจันทร์ ถึงอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่ไม่สามารถแตะได้อย่างใจหวัง

ฝากผลงาน

สุดท้ายนี้ขอฝาก “Beneath the Moon” ซิงเกิลแรกของวงไว้ หากใครยังไม่ได้ฟัง เราขอเวลาแค่ 4 นาที 19 วินาที ลองฟังดูสักรอบ หากชอบช่วยบอกต่อ ถ้าไม่อินก็ไม่ว่ากันเข้าใจได้ ส่วนเพลงต่อ ๆ ไป เรามีโครงเดโมไว้แล้ว เหลือแค่ต้องหยิบมาปัดฝุ่นขัดเกลาสักหน่อย รอติดตามกันได้เลย ไม้ช้าไม่เร็วแต่ไม่นานเกินรอ 🙂

malaivee

มีความฝันว่าโตขึ้นรถไฟฟ้าจะไปถึงศาลายา