เรื่อง: มาลัยวีณ์ แสวงผล, ปณาลี พัฒนพิชัย

ฝนตกปรอย ๆ พร้อมกับฟ้าครืน ๆ ตลอดเดือนสุดท้ายของการปิดเทอม ในตอนแรกเราคิดว่านี่จะเป็นอีกเดือนที่เงียบเหงา แต่ก็ผิดคาด ราวกับว่าทุกวงได้ไปซุ่มทำเพลงกันมาตลอดสามเดือน จนได้มาเป็นเพลงหลากหลายแนวในสิ้นเดือนนี้ ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับเพลงใหม่ ๆ The Salaya Sound ขอแสดงความยินดีกับ Bomb at Track วงไฟแรงประจำปีนี้ของเรา ที่ได้เซ็นสัญญาไปอยู่ใต้ชายคาค่าย Wayfer Records ในความดูแลของพี่ดาโน่-ดนัย ธงสินธุศักดิ์ ผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินไทยเบอร์ต้น ๆ หลายวงอย่าง Sweet Mullet, Retrospect, Klear, The Yers ฯลฯ อีกมากมาย และในเดือนพฤษภาคมนี้ ทางวงได้ไปทัวร์เล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไต้หวันจำนวนถึง 5 งาน! เฝ้าจับตาดูระเบิดห้าลูกนี้ให้ดี เผลอแปปเดียวเค้าอาจจะไปไกลจนเราตามไม่ทันแล้ว มาแรงขนาดนี้ถ้าใครยังไม่รู้จักอีกก็เชยมาก กดอ่านสัมภาษณ์พวกเขาเดี๋ยวนี้เลย!

ป.ล. นอกจากวง Yooze ยังมีเพลงใหม่จาก Apollo Thirteen ซึ่งเราเคยได้แนะนำพวกเขาไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งวงผู้ชนะ Band Competition ของงาน Melody of Life ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์เดียวกันกับ Yooze ทั้งสองวงมีโอกาสได้ทำซิงเกิลกับค่าย Spicy Disc ต้องมาติดตามกันว่า จะออกมาเจ๋งแค่ไหน สำหรับ Apollo Thirteen กดฟังเพลง “ได้เจอ (Now)” ได้ตรงนี้เลยจ้า [คลิก]


Monomania

ทำไมเลือกปล่อยเพลงความยาว 7 นาทีเป็นซิงเกิล

ที่จริงเวลาเราแต่งเพลง เราไม่ได้คิดว่าเพลงนี้จะกี่นาที เราแค่อยากจะเล่าเรื่องที่อยากจะเล่า อยากจะสื่อสารออกมาในมุมมองของเราเอง เพลงนี้พูดถึงความรักที่ผิดหวัง ซึ่งเราต้องทนอยู่กับความเสียใจ ซึ่งไม่รู้ว่าจะหายดีเมื่อไหร่ มันจะใช้เวลานานแค่ไหน และเราก็ตั้งคำถามให้กับตัวเองว่าเราจะจมปลักอยู่แบบนี้หรือเราจะทำความเข้าใจกับมัน เรียนรู้มันและก้าวต่อไป พอเพลงเสร็จแล้ว เราก็ตกใจเหมือนกันว่า เพลงนี้ทำไมยาวมาก พอเรามาดูความเป็นไปได้ต่าง ๆ จะให้ตัดออกหรือลดท่อนไหนก็ไม่ได้เลย ค่อนข้างยาก เพราะ ทุกท่อนทุกสัดส่วนมันถูกคิดถูกตีความมาแล้ว ถ้าไม่มีท่อนนี้ จะสื่อสารถ่ายทอดได้ไม่เต็มที่ เพิ่มท่อนนี้โน๊ตนี้ก็ไม่ได้ เราลองมาหมดแล้วทำยังไงก็เวลาประมาณนี้แหละ เลยออกมาเป็นเพลงนี้ที่มีความยาว 7 นาที ที่จริงลองฟังแล้วความรู้สึกไม่ถึง 7 นาทีนะครับ เพราะเราค่อย ๆ ปูเรื่องราว ค่อย ๆ เล่าเรื่อง มันเลยทำให้เพลงมันมีไดนามิก มีการเกริ่นนำ มีการค่อย ๆ ดำเนินไป เรารักเพลงนี้มาก เราคิดว่าเพลงนี้มันตอบโจทย์วงได้ค่อนข้างดี ในเรื่องของเนื้อหา ดนตรี เราก็คิดว่าเพลงนี้ น่าจะอิมแพ็คกต์กับคนได้มาก เพราะ อย่างที่กล่าวมาข้างต้น เราเลยเลือกปล่อยเพลงนี้ ออกมาเป็นซิงเกิลครับ

Before the Dawn จะเป็นยุคใหม่ของ โมโนมาเนียไหม

จะว่าเป็นยุคใหม่ก็ได้ครับ เพราะอัลบั้มนี้มีความแตกต่างจากอัลบั้มแรกมาก เริ่มมาจากเรามีสมาชิกใหม่เข้ามา 2 คน คนแรก คือ พี่ปิง (มือกลอง) จากที่อัลบั้มแรก เราทำงานกัน 3 คน คือ มีผม บูม แล้วก็ปลาย ส่วนพาร์ทกลองก็จะคิดกันเองแล้วเขียนในคอมพิวเตอร์ เวลาเล่นสดก็จะหาน้องมาช่วยตี แต่ในอัลบั้มนี้ก็ได้พี่ปิง มาช่วยคิดไลน์กลองด้วย ไลน์กลองในอัลบั้มนี้ ก็จะมีสีสันมากขึ้นและมีเอกลักษณ์เฉพาะทางของพี่ปิงครับ ส่วนอีกคน คือ น้องต่าง มือกีตาร์คนใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนมือกีตาร์ ก็ทำให้เราได้ซาวน์กีตาร์ที่แตกต่างออกไป เพราะเราไม่สามารถหาใครมาแทนใครได้ แต่ละคนก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเองต่างกันไป ซึ่งการทำงานในอัลบั้มก็แตกต่างจากอัลบั้มที่แล้วเช่นกัน คือ อัลบั้มนี้ เพลงส่วนใหญ่จะมาจากการแจมกัน หลังจากที่ได้บูมได้เนื้อร้องและทำนองมาแล้ว เราก็จะมาแจมในส่วนของพาร์ทดนตรีด้วยกัน อัลบั้มนี้ก็จะมีความเป็นร็อกแบนด์มากขึ้น เพราะเราถอดเครื่องดนตรีสังเคราะห์จากอัลบั้มที่แล้วออกไปหมดเลย อัลบั้มนี้ก็จะเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายมากขึ้นครับ

อยู่กับ Malama ส่งผลต่อวงยังไงบ้าง

ต้องออกตัวก่อนว่า ทั้งทาง Malama และตัววง เพิ่งร่วมงานกันได้ไม่นานมาก เรายังมีความเป็นน้องใหม่ซึ่งกันและกันอยู่ ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่พวกเราต้องพัฒนาและเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน แต่เอาที่เริ่มเห็นผลชัดเจนก็คือเรื่องการโปรโมท วงมีการไปพบปะสื่อมากขึ้น คือมีความหลากหลายมากขึ้นจากสื่อเดิม ที่วงดนตรีอิสระมักมีโอกาสได้ไปกัน รวมไปถึงมีการจัดการตารางเวลาในการพบสื่อที่เป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น อีกทั้งทางมาล่ะมากำลังจะมีทีมที่มาช่วยวงดูแลในเรื่องคอนเทนต์ต่าง ๆ ของวงด้วย คือ Malama มีส่วนช่วยการผลักดัน รวมถึงติดต่อประสานงานให้วงได้ไปเล่นในงานต่าง ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม อย่างล่าสุดเราก็ได้ไปเล่นที่งาน Rocking the Region ที่สิงคโปร์ คือเราเชื่อว่าความเป็นกลุ่มก้อนที่มาล่ะมาสร้างขึ้น น่าจะมีส่วนช่วยทำให้วงดนตรีอิสระเล็ก ๆ ในกลุ่ม มีกำลังในการพูดคุยต่อรองกับทางผู้จัดต่าง ๆ มากขึ้น ประเภทของงานที่ได้ไปก็แตกต่างมากขึ้น และสุดท้ายก็คงเป็นเรื่องเงินทุนในการดำเนินงานต่าง ๆ ของวง คืออย่างที่รู้ช่วงที่ผ่านมาเรากำลังทำอัลบั้มที่สองกัน แล้วก็มีการระดมทุนเพื่อจะทำอัลบั้ม ซึ่งทุนที่ได้มาก็ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทาง Malama ก็เข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนอื่น ๆ ที่ขาดไป

ฝากผลงาน

ฝากเพลง “อีกยาวนาน” ของพวกเราด้วยครับ สามารถฟังได้แล้วที่ Cat Radio, Joox รวมไปถึงมิวสิควิดีโอในยูทูบแชนแนลของ Monomania เพลงนี้จะอยู่ในอัลบั้ม Before the Dawn อัลบั้มใหม่ของพวกเรา ที่กำลังจะออกภายในเดือนกรกฏาคมนี้ และจะมีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มที่เต็มรูปแบบ เล่นทั้งเพลงใหม่และเพลงเก่า โปรดักชั่นที่จัดเต็มและมีอะไรพิเศษมากมาย ฝากติดตามด้วยครับ คอนเสิร์ตจะมีประมาณเดือนกรกฏาคมนี้ รอประกาศอย่างเป็นทางการที่เพจนะครับ ส่วนสถานที่คอนเฟิร์มแล้วเป็นที่ Rockademy สุขุมวิท 26 สุดท้ายนี้ ฝากติดตามพวกเราได้ทาง เพจ facebook.com/monomaniaband และอินสตาแกรม monomaniaband ขอบคุณครับ


Pap Yeahh

อยู่หลายวง งานประจำก็เกี่ยวกับดนตรี แบ่งเวลาชีวิตยังไง

ก็ขึ้นอยู่กับเวลา และงานที่เข้ามาในระยะเวลาช่วงนั้น และก็จัดลำดับความสำคัญเป็นอย่าง ๆ ไปครับ ส่วนงานประจำไม่ได้มีประจำเลยครับ จะเป็นฟรีแลนซ์ซะหมดเลย เราเลยเลือกเวลาทำงานตามใจเราได้ แต่หลัง ๆ เหมือนจะไม่ไหวละครับ (หัวเราะ) ตอนนี้กำลังค่อย ๆ เคลียงานวงอื่น ๆ ให้จบ แล้วจะกลับมาจริงจังกับ PAP YEAHH ละครับ

ทำไมถึงเลือก ง่ายเกินไป มาเป็นซิงเกิล

เพราะว่าผมคิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่มีเนื้อหาที่เข้าถึงคนได้มากที่สุด ก็คือเพลงอกหักเนี่ยแหละครับ เพราะผมเห็นในฟีดเฟซบุ๊ก ใคร ๆ ก็อกหักกัน (หัวเราะ) ส่วนเรื่องราวของเพลงนี้ ก็เป็นเพลงที่ผมรู้สึกว่าน่าจะขยี้ใจชาวอกหักได้สาสมเลย เพราะตอนที่ผมเขียนเพลงนี้คือ ผมก็โดนมาอย่างสาสมเช่นกัน (หัวเราะ) เลยอยากแบ่งปันให้ทุกคนได้ลองชิมความเจ็บปวดที่เศร้าที่สุดในชีวิตผมเรื่องหนึ่ง ที่ผมนำมาสร้างเป็นเพลง ก็คือเรื่องราวของเพลงนี้ แหละครับ

เรียนด้านเทคโนโลยีดนตรีมา พอมาเป็นศิลปิน มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบอะไรบ้างไหม

ถ้าข้อดีก็คือ ผมสามารถจบงานเดโมด้วยตัวเองได้หมดเลย ซึ่งเดโมของเราออกมาเห็นภาพมากที่สุดก่อนที่จะอัดมาสเตอร์ รวมถึงเราจะ สามารถจัดการไฟล์ และอีดิตพวกออดิโอไฟล์ทั้งหมดให้เป็นระเบียบ ง่ายต่อการมิกซ์ ซึ่ง Mixing & Mastering Engineer ที่เราทำงานด้วยก็จะค่อนข้างสบาย และจะสื่อสารกันได้เข้าใจง่ายกว่าปกติ รวมทั้ง live sound เช่นกันครับ การเรียน Music Technology นั้นทำให้เราสามารถสื่อสารกับ Live Sound Engineer ได้ดีและทำให้งานเร็วมากขึ้น ซึ่งผมว่ามีประโยชน์มาก ๆ เลย ถ้าข้อเสียหรอ ก็คง อจจะไม่ได้เรียนพรเวท (วิชาเอกดนตรี) ไป 4 ตัว เลยทำให้ขี้เกียจซ้อมดนตรี (หัวเราะ)

ฝากผลงาน

ต้องขอฝากผลงาน เพลง “ง่ายเกินไป” ไว้ด้วยนะครับ เพลงนี้ผมใช้เวลากับมันมาก และตั้งใจมาก ๆ จริงครับ เป็นเพลงที่ผมภูมิใจนำเสนอมากที่สุดเพลงหนึ่ง ในอัลบั้ม 7 ของผมเลย ซึ่งอัลบั้มก็ยังอุดหนุนกันได้นะครับ ที่เพจ PAP YEAHH เลยครับ ขอบคุณครับ


Yooze

จาก electroactive มาสู่ Yooze มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

ที่เปลี่ยนแปลงชัด ๆ เลยก็น่าจะเป็นสมาชิกในวงครับ จาก 6 คนเหลือกัน 4 คน แล้วก็แนวเพลงครับที่พวกเราพยายามทดลองแนวเพลงกันไปเรื่อย ๆ มีความสุขุมขึ้น จนกลายมาเป็น Yooze

หลังจากชนะการประกวดงาน Nylon และได้มีโอกาสทำเพลงกับค่าย Spicydisc ได้ประสบการณ์อะไรบ้าง

หลังจากทำงานกับ Spicydisc เราได้ประสบการณ์และเรียนรู้กระบวนการทำงานเยอะเลยครับ ด้วยความที่ต้องทำงานกับผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ทำให้การทำงาน การวางตัว ความเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างเราต้องปรับมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับเรามาก ๆ เรื่องการทำงานต้องขอบอกว่าประทับใจกับค่ายนี้มาก แทบจะไม่ก้าวก่ายการทำงานของศิลปินเลย ค่อนข้างจะให้อิสระเยอะ ให้ความสำคัญของตัวตนศิลปินสูง ทุกคนในค่ายก็เป็นกันเอง และทำงานเป็นมืออาชีพมาก ๆ

อนาคตของวง Yooze จะเป็นยังไง วางแผนที่จะทำอะไรบ้าง

อนาคตตอนนี้เรารอดูว่าทางค่ายจะทำยังไงกับเราต่อ ถ้าค่ายยังให้โอกาสเราต่อก็ยินดีเลยครับ แต่ถ้าเราเลือกจะออกมาทำกันเองเหมือนเดิม เราก็มีแผนจะทำ EP กันจริงจัง แล้วก็ต่อยอดไปเรื่อย ๆ

ฝากผลงาน

ฝากเพลง ‘นานเท่าไร’ จากพวกเรา Yooze ด้วยครับ อีกไม่นานนี้ก็น่าจะได้ฟังกันบน online streaming ต่าง ๆ แล้ว อย่างให้ลองฟังกันดูนะครับ ถ้าชอบหรือถูกใจก็กดดาวน์โหลด กดไลค์ กดแชร์ให้พวกเรากันได้นะครับ แล้วติดตามข่าวสาร, งานเล่นสด หรือจะติดต่องานเข้ามาได้ทางเพจ facebook.com/yoozeyooze มีเบอร์โทรในเพจพร้อม ติดต่อกันมาได้ ขอบคุณมาก ๆ ครับ

malaivee

malaivee

เรียนดนตรีอยู่ศาลายา พบเจอได้ตามงานคอนเสิร์ตและที่ๆมีเบียร์ โตขึ้นอยากเป็นนักข่าวสายดนตรี เลยพยายามทำตามความฝันอยู่
malaivee
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page