The Salaya Sound EP. 4 — Salaya Republic

เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่่ผ่านมา มีโอกาสได้คุยกับพี่เอิร์ธ JindaJohn โดยบังเอิญ เลยมีโอกาสได้สอบถามเกี่ยวกับโปรเจค Salaya Republic และวง JindaJohn ที่เพิ่งออกผลงานเพลงอัลบั้มแรก เราพบว่าโปรเจคนี้น่าสนใจมาก ๆ รวมถึงมีอุดมการณ์เดียวกับ The Salaya Sound คือเพื่อเป็นสื่อกลางให้ผู้ฟังได้รู้จักวงใหม่ ๆ สำเนียงใหม่ ๆ จากถิ่นศาลายา วันนี้ The Salaya Sound จึงอยากขอแนะนำบทสัมภาษณ์จากสามหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลัง Salaya Republic บูม, แดน และเอิร์ธ พวกเขามีแรงบันดาลใจมาจากอะไร มองเห็นอะไรในอนาคต ลองมาอ่านกันค่ะ

Salaya Republic is:
อัครเดช สารอินทร์ (แดน)
ทัศนพงษ์ กุลมาลา (บูม)
ธนบูรณ์ บุญรอต (เอิร์ธ)

แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ

แดน: สวัสดีครับผมแดนครับผม แดน..ครับ (หัวเราะ) แดน JindaJohn ครับผม มือทรัมเป็ตครับ ทำหน้าที่เป็น AR ใน Salaya Republic ครับ

บูม: บูมครับ อืม… ไม่ค่อยมีหน้าที่เท่าไหร่

เอิร์ธ: เป็นบอสครับ

บูม: ก็ไม่ค่อยมีหน้าที่อะไรเลย ก็ทำทุกหน้าที่ (หัวเราะ)

เอิร์ธ: เอิร์ธ: นะครับ มือเบส JindaJohn ทำพวกโปรโมตครับ (บูม: เป็นแอดมินเพจด้วย) แอดมินเพจ Salaya Republic แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพอะไรเลยครับ ยุ่ง… รึเปล่า (หัวเราะ)

Salaya Republic คืออะไร มารวมเป็นโปรเจคนี้ได้ยังไง

บูม: มันมีก่อนนี้ มันมีการทำงานแบบนี้ คล้าย ๆ แบบนี้มาก่อน ชื่อว่า “จ๊าบ” ซึ่งคนที่รัน “จ๊าบ” ก็คือ แดน แดนเป็นคนรัน “จ๊าบ” ก็เคยทำงานกับ เอาวงในคณะมาเล่นแถว ๆ นี้ ร้าน ตอนนั้นมันกี่ปีละนะ

แดน: ตอนนั้นอยู่ปีหนึ่ง.. ปีสอง

เอิร์ธ: ตอนผมปีหนึ่งยังทันอยู่นะพี่

กี่ปีแล้วคะ

เอิร์ธ: 4 ปีที่แล้วครับ

บูม: แล้วก็มีจัดอยู่สองสามครั้ง

แดน: สองครั้ง

วงเช่นวงอะไรบ้างคะ ยัง active อยู่มั้ย

แดน: ตอนนั้น ที่ยังเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ก็มีกึม(ดากึม)ละ ที่รอดมาจนถึงทุกวันนี้

บูม: เออตอนนั้นมี Paiblues, Nicotin, Radioactive, The Plastical World

วงของใครคะ

บูม: วงของผมกับเพื่อนครับ

แล้วมีอะไรอีกมั้ยคะ หลังจากนั้น

แดน: ก็เว้นกันมา ก็เรียนครับ

บูม: ตอนจัดมันก็แบบคนมาดูก็เป็นพี่น้องอะ ผมรู้สึกอบอุ่น รู้สึกน้องแม่ง support กันมากเลย รุ่นเอิร์ธแม่งแบบ ตอนนั้นรุ่นเอิร์ธเพิ่งเข้ามาก็ไปกันเต็มร้านเลย

แดน: อยู่ดี ๆ คนก็ล้นร้านเลย

บูม: เออแบบเฮ้ยสนุกอะ อยากทำอีก ว่าก็จะทำ แต่ว่ามันก็ยังไม่ได้ทำสักที ละพอตอนนี้มารวมกันอีกแล้วอะ ก็ว่างกันแล้ว ก็เลยได้โอกาส แล้วก็จริง ๆ ประเด็นมันก็คือยังไม่ค่อยมีงานไหนที่จะเอาวงแบบพวกเราไปเล่นแบบ ใน event หรือเล่นในงาน เราก็ต้องจัดกันเองแล้วแหละ เพราะมันไม่มีใครตอบโจทย์เราสักที

แล้วก็อันนี้เห็นบอกว่าเกี่ยวกับพี่แดนใช่มั้ยที่ได้ทำ Studio Lam

เอิร์ธ: พี่บูมครับ

บูม: ใช่ แล้วก็ได้โอกาสจากที่นั่นครับ

อ๋อ เหมือนเรามี space ของเรา

บูม: อ่า ใช่ เขาก็มี space แต่ก็คือพี่ที่เป็นเจ้าของร้านเขาก็ถามผมว่า เออ อยากมาเล่นที่ร้านมั้ย ถามวงผม แต่ว่าผมก็คิดในหัวขึ้นมาว่า ไปเล่นต้องไม่ใช่วงเราวงเดียวดิ ต้องเพื่อนด้วย ก็เลยจัดขึ้นมาเป็นงานนี้

เอิร์ธ: แต่ตอนแรกก็จัดเงียบ ๆ แบบตอนนั้นก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อ Salaya Republic แบบเป็นเพจขึ้นมาจริงจัง

แดน: ตอนแรกมันเป็นแค่ชื่อโชว์

บูม: เราเหมือนแบบก็คิดชื่อว่าจะจัดชื่อโชว์ว่าไงเพราะมันหลายวงไง ตอนแรกแค่ใช้ชื่อวงเป็นชื่องาน เป็นชื่อวงเรา แต่พอมีหลายวงก็ชื่อไรดีวะ เราก็ชื่อนี้แหละ

ก็ดีนะ ก็คือมันก็จะเป็นโปรเจคสำหรับการให้วงในศาลายาได้ออกไปแสดงใช่มั้ยคะ เป้าหมายคือแบบนั้น

บูม: ใช่ ก็เป็นคนที่ศาลายาแสดง ในแนวที่ไม่ใช่ป๊อปหรืออะไร

แดน: ที่ไม่ใช่กระแสหลัก

เอิร์ธ: สรุปก็ว่า เหมือนแบบว่า งานเราจัดขึ้นเพื่อเอาวงเพื่อน ๆ ในศาลายา รุ่นน้องรุ่นพี่ไรงี้ เอาไปเล่นด้วยกันงี้อะครับ จุดประสงค์ที่อยากให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ คืออยากให้เพื่อนพี่น้องตามไปดูกัน ช่วยกัน Support เหมือนแบบสร้างสังคม ๆ นึงขึ้นมา

จัดมากี่ครั้งแล้วคะ

Salaya Republic: สองครั้งครับ

เอิร์ธ: ครั้งที่สองที่มิว (คนสัมภาษณ์) ไปดูด้วย แต่ครั้งแรกเราไม่ได้โปรโมทอะไรกันเลย จัดกันเงียบ ๆ เลย

บูม: แล้ว feedback ดี คนเต็ม เราก็เลยเอาเลย ลองดู

ตอนนี้มีวงที่จะอยู่กับกลุ่มเรากี่วงคะ

บูม: หลัก ๆ มีสองวง ก็มี JDJ JindaJohn กับ TPW The Plastical World

เล่าเรื่องทั้งสองวงนี้ให้ฟังหน่อยค่ะ

บูม: The Plastical World ก็เป็นแบบร็อค ๆ หน่อยครับ เล่นบางทีก็ Psychedelic ผสมกับเครื่องดนตรีอีสาน แต่นี้เราไม่ใช่หัวหน้าวง เราก็เนี่ยแหละ คิดว่าอย่างงี้ คอนเซปวงน่าจะถามเขาดีกว่า

มีกี่คนคะ

บูม: มี… ขอนับก่อนนะ มีผม แมน จารแชมป์ มีพี่อู๋ พี่จอม พี่ป๊อกแป๊ก กี่คนละวะ

แดน: หกปะ หก เจ็ด หก

Salaya Republic: (หัวเราะ)

แดน: หกปะ

เอิร์ธ: หกพี่

บูม: หกครับ ต้องช่วยกันนับ

ทุกคน: (หัวเราะ)

แล้ว JindaJohn เป็นวงแบบไหน สมาชิกกี่คน เล่าให้ฟังคร่าว ๆ หน่อยค่ะ

แดน: กว้าง ๆ ก็คือเป็น Instrumental Experimental Psychedelic เราจะไม่ได้เจาะจงอยู่เฉพาะ Instrumental เท่าไหร่ครับ อนาคตอาจจะมีร้องบ้าง ให้เน้นไปที่ Experimental ซะมากกว่า เป็นหลักครับ

เอิร์ธ: เป็นการสร้างอะไรแบบแปลก ๆ ครับ

แดน: พอพูดว่า Experimental ปุ๊บ พอคำนี้ปุ๊บ คนจะมีการตีความที่เจาะจงมากขึ้น มันก็จะเป็นอะไรที่ เป็นซาวนด์ทดลอง แต่ของ JindaJohn ไม่ใช่แบบนั้นครับ มันเป็น Experimental เป็นการทดลองเกี่ยวกับการร่วมงานของคนครับ นึกออกมั้ย อย่างตอนนี้สมาชิกหลักเรามีกันสองคนครับ มันก็เลยยิ่งตอบโจทย์ของวงเรามากขึ้น ที่ว่าเป็น Experimental ในแบบของเรามากขึ้น เพราะว่าเราสามารถเดินไปเล่นกับใครก็ได้ ไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถผ่านเข้ามาร่วมกับวงเราได้

ก็คือเหมือนไม่ fix ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนผ่านอะไรต่อไป

แดน: ใช่ เป็นการทดลองเคมีของคนไปเรื่อย ๆ เคมีตรงกันเราก็เล่นด้วยกันได้

ถามเรื่องโปรเจคในอนาคต คิดว่ามีอะไรมาเพิ่มบ้าง แล้วก็จะมีนอกจากด้านดนตรีมั้ย

เอิร์ธ: ตอนนี้ก็ ที่เราคุยกันไว้ก็เป็นจัดเป็น festival ไปเลยครับ หลาย ๆ วง ใหญ่ ๆ ไปเลย ที่ต่างจัดหวัดอะไรอย่างงี้

บูม: ก็ครบรอบ1ปีของเราอะไรแบบนี้ ปีหน้า ก็ต้องดูด้วยว่า งานเล็ก ๆ ที่เราจัดระหว่างปีนี้ มันจะมีอะไรเกิดขึ้น วง หรืออะไรแนวไหน เกิดขึ้นบ้าง ที่แบบเป็นพี่น้องศาลายาของเรา

แดน: ก็เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นดี

บูม: ลองดูในบ้าน(ที่สัมภาษณ์)นี้ ทั้งบ้านนี่เป็นชาว Salaya Republic หมดเลย นี่เต้กับแจมก็เป็น Sound Engineer ให้ Salaya Republic สองคนนั้นก็เป็นฝ่ายอาร์ต ข้างบนก็มี DJ Kenehbos ละก็ The Plastical World เนี่ยอยู่กันแค่เนี้ย ทำงานกัน

ก็คือยังคงจัดที่ Studio Lam เรื่อย ๆ หรือยังไงคะ

เอิร์ธ: ตอนนี้คิดว่าคงจะเปลี่ยนที่

แดน: ก็รอโอกาสที่เหมาะ

บูม: ใช่ เราก็เด็กฝึกหัด ที่ทำนี่ก็ทำด้วยใจ

แล้วคือจะ fix มั้ย ทุกเดือน ทุกสองเดือนอะไรแบบเดิมมั้ย

บูม: ก็สองเดือนอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

ก็คืออาจจะเปลี่ยน Theme ไปเรื่อย ๆ มั้ยหรือยังไง

บูม: อ่าใช่ครับ เพราะครั้งแรกกับครั้งที่สองก็ไม่ได้เหมือนกันขนาดนั้น

แดน: ครั้งหน้าก็จะแตกต่างไปเลย

เอิร์ธ: รอชมละกันครับ

แดน: เดือนหน้า ๆ แต่ยังไม่มีวัน เซอไพรส์

แล้วคิดว่าจะมีโปรเจคอื่นที่ไม่ใช่ด้านดนตรีมั้ยคะ จาก Salaya Republic

บูม: ก็เป็นด้าน art ครับ ดนตรีถ้าเกิดมันทำกับ art มันก็เป็นอะไรที่ดีนะ ครบแล้วอะ

เอิร์ธ: อาจจะส่งผักขาย (หัวเราะ)

แดน: ปลูกผักกันเอง (หัวเราะ)

เป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จของ Salaya Republic คืออะไร

บูม: อยากให้วงที่เค้าได้แสดงประสบความสำเร็จแค่นี้แหละครับ

คือเหมือนเราอยากเป็นคนที่ไปส่งเค้าถึงผู้ฟัง

บูม: ครับ

เอิร์ธ: ในมุมของผม อยากให้สังคมนี้มันแข็งแรง อยากให้มันอบอุ่น พี่น้อง ช่วยเหลือกันอะครับ

แดน: เป็น Salaya City ไปเลย

เป็นสิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่แรกเลยมั้ย ที่เป็นความแบบ กลุ่มก้อน พี่น้อง อะไรแบบนี้

บูม: ใช่ มีนักดนตรี Entertain, Sound Engineer, Business ครบเลย ถ้าทำงานด้วยกันได้ก็ไม่ต้องกลัว ว่าจะทำอะไร ก็เห็นอยู่ว่ามันทำได้

แดน: แหล่งตรงนี้เป็นแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์มาก

เอิร์ธ: ขุมทรัพย์

หยิบมาทำอะไรก็ง่าย

แดน: ไม่ใช่แค่พวกเรา เราพูดหมายถึงทุกคน น้อง ๆ ทุกคน รอบ ๆ ตรงนี้สำหรับพวกเราแม่งขุมทรัพย์ว่ะ อุดมสมบูรณ์

เอิร์ธ: จะทำอะไรก็ง่าย มีคนที่ทำงานเป็นเกี่ยวกับเรื่องดนตรี คนละสาขากัน เราเอามารวมกัน กลายเป็นกลุ่มก้อน

แดน: อนาคตน่าจะมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นเยอะ

ถ้ามันรวมกันได้แบบเป็นกลุ่มจริง ๆ เนอะ ไม่ใช่แบบ ต่างคนต่าง พี่น้อง แก๊งนั้น แก๊งนี้

แดน: ปกติเวลาเราไปตามงานก็จะเจอเพื่อนพี่น้องเราทุกงาน เราจะมาแบบไม่ได้นัดหมาย เวลาอยู่ในนี้ไมได้เจอกัน ไปเจอกันข้างนอก

เอิร์ธ: ตามเสียงดนตรีไป

จะนิยามคำว่า Salaya Sound ได้อย่างไรบ้าง

เอิร์ธ: พี่แดนก่อนเลย (หัวเราะ)

แดน: Salaya Sound ในความคิดของพี่นะ Salaya Sound มันคือวิถีชีวิตว่ะ เนี่ย (ผายมือ) มองไปรอบ ๆ ใช่ครับ มันคือ Salaya Sound คือคนในศาลายา ที่ทำให้มันเกิดขึ้นมา เป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เหมือนดนตรีพื้นบ้านที่เกิดมาจากวิถีชีวิตของผู้คน สำหรับผม ศาลายาซาวนด์ก็คือเนี่ยแหละ เนี่ย นั่งกันอยู่ ทำเพลงออกมา ไม่ต้องพยายามมาก ไม่ต้องพยายามไป หาคนนู้นคนนี้ (เอิร์ธ: เป็นวิถีชีวิต) อยากทำก็ทำ แล้วมันก็หลากหลาย

เอิร์ธ: นิยาม Salaya Sound ก็คงเป็นแบบ แบบศาลายาอะครับ (หัวเราะ) ความศาลายา แมสแบบศาลายา

หมายถึงว่า เรามีดนตรีแบบของเรา

แดน: เอาง่าย ๆ คือ คณะเรา เวลาเราไปดูคอนเสิร์ตในคณะอะไรแบบนี้อะครับ กับคอนเสิร์ตข้างนอก มันจะคนละฟีลกัน เราสัมผัสได้ใช่มั้ยว่า อย่างการ arrange ของที่นี่กับของข้างนอกจะต่างกัน เราจะรับรู้ได้ มันจะมีความเป็นตัวเองแบบสูงมาก ๆ ของเด็กแต่ละคน ดูได้จากการแต่งตัวของเด็กแต่ละคนในคณะ รวมถึงงานที่ออกมา ต่อให้อย่าง เรามี โดนบังคับมายังไงก็ตาม สุดท้ายในการบังคับนั้นแม่งมีตัวเราตลอดทุกงาน นึกออกมั้ยครับ นี่คือสิ่งที่เราอยู่ในคณะแล้วเราสัมผัสได้

คือเหมือนไม่ถูกจำกัดว่าต้องเป็นอะไร

แดน: ต่อให้คุณมาบล็อกพวกเรายังไง ยังไงแม่งในนั้น มึงก็บล็อกพวกกูก็ไม่ได้

หาทางออกให้ตัวเองจนได้

เอิร์ธ: บล็อกได้แค่กรอบ มันก็เป็นเราอยู่ดี

แดน: ยังไงตัวเราก็คือตัวเรา

เอิร์ธ: นั่นหละครับ ศาลายาซาวนด์

บูม: เราไม่รู้เลย เราไม่ได้คิดเลย เวลาเราไปดูวง แล้วมาดูวงเด็กศาลายา พอฟังมันก็รู้สึกว่าเอ้ย นี่มันซาวนด์ศาลายา

แดน: ต้องมาสัมผัส มาอธิบายเป็นคำพูดแม่งยาว

บูม: คือเรารู้ว่า ทีนี่เค้าใช้ชีวิตยังไงสิ่งแวดล้อมยังไง แล้วพอไปฟัง เออ มันทำให้เรานึกถึงศาลายา

เหมือนเราเป็นกลุ่มมาแบบนี้

บูม: ไม่ คือมันเหมือนเราเห็นรุ่นน้องที่คณะ แบบ วงนั้น เป็นกลุ่ม ๆ ก่อนนั้น พอเค้าไปเล่นเค้าก็มีความให้เราคิดว่า แบบ วงนี้มันซนนะ เหมือนตอนอยู่คณะเค้าก็ซนแบบนี้ มันทำให้เรานึกถึงที่นี่อะ

ถ้าจะนิยามก็คือ สิ่งที่ทำให้รู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ตรงนี้ ศาลายาทั้งหมด

บูม: อื้ม นั้นแหละ

เลือกเพลงที่จะจำกัดความคำว่า Salaya Republic มาคนละ 1 เพลง

บูม: เราให้ Lord Liar Boots ได้เลยอะ ทุกเพลงของ Lord Liar Boots เลยก็ได้ (แดน: ความแหกกฎ) ถ้าฟังจริง ๆ จะรู้ว่าแบบ เด็กศาลายาเป็นแบบนั้นอะ มันซน ๆ บ้า ๆ (เอิร์ธ: ตัวตนมันชัดเจน) มีเพลงสายสี่ด้วย

เอิร์ธ: ผ่านหน้ามอเลย

บูม: Republic เลย

เอิร์ธ: ผมให้เพลงนี้ละกันนะ เพลงหงส์ของบุปผาไซคี อันนี้แม่งก็คือมีความศาลายาสูงอยู่เหมือนกันนะ การ arrange เพลง วิธีคิดอะไรงี้มันต่างจากเพลงอื่นเยอะมากเลย ตัวตนของเค้ามันชัดเจน สิ่งที่เค้าแสดงออกมาเรื่องที่เค้าต้องการจะพูดอะไรแบบนี้

เพลงนี้นำเสนอความศาลายาทุกอย่างเลยมั้ยคะ

เอิร์ธ: ทุกอย่าง แต่ส่วนใหญ่เป็นวิธีคิด ดูแบบ สิ่งที่เค้าแสดงออกมาคือสิ่งที่เค้าอยากทำจริง ๆ

แดน: ก็คงต้องวงนี้เลยฮะ The Plastical World เพลง Salaya Rhythm เลยครับ ตรงตัว

นอกจากความตรงตัว มันมีอะไรอีกมั้ยคะ

แดน: เคยขึ้นรถตู้จากอนุสาวรีย์มานี่ปะ เดินผ่านมันจะมีเสียงโทรโข่ง ที่พูดอยู่ตลอด นึกออกใช่มั้ย เซฟอี สายสอง พุทธมณฑล พลาสติคเอามาใส่แบบนี้ คือถ้าใครอยู่ที่นี่ รู้ทุกคน นี่ขนาดไม่ต้องพูดยังนึกออก นี่แหละคับผม Salaya Republic

บูม: เหมือนเป็นเส้นทางมาศาลายา มันจะได้ยินอะไรแบบนี้ (หัวเราะ)

แดน: จากเมืองใหญ่ ศูนย์กลาง ออกมาสู่ความปริมณฑล

บูม: มันก็ไกลนะ เดินทาง มันก็คงจะได้ยินเสียง

เป็นเพลงบรรเลงหรือเพลงร้องคะ

บูม: เพลงบรรเลงครับ

ฝากงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และฝากติดตาม Salaya Republic

บูม: ฝากติดตามในเพจครับ จะมีครบ facebook.com/SalayaRepublic แล้วก็ปีหน้าแพลนไว้ว่าจะจัด festival รวมวงที่เล่นด้วยกันตลอดหนึ่งไป จะเลือกไปทำเฟสติวัลที่กาญจนบุรี จะฝากให้ลองติดตาม

แล้ว event ย่อย ๆ ล่ะคะ

แดน: ชัวร์ ๆ ก็เดือนหน้า แต่วันก็รออัพเดตจากเพจ

เอิร์ธ: ฉีก ๆ จากงานที่แล้ว

บูม: เราก็จัดกันเอง ไม่มีงบ ไม่มีสปอนเซอร์ ต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

แดน: แต่จัดชัวร์แน่นอน

เอิร์ธ: ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยครับ

บทสัมภาษณ์ของเราจบลงเท่านี้ แต่การเดินทางของพวกเขารวมถึง The Salaya Sound ยังไม่จบง่าย ๆ แค่นี้แน่นอน หวังว่าในอนาคตเราจะได้ร่วมมือทำอะไรกันเพื่อร่วมสร้างความศาลายาให้เป็นปึกแผ่น เหนียวแน่นมากขึ้น ขอขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่เปิดใจรับฟังดนตรีแนวใหม่ ๆ เสียงใหม่ ๆ จากศาลายา หวังว่าเราจะได้พบกันเรื่อย ๆ ตามงานนะคะ สำหรับวันนี้ลาไปเท่านี้ พบกันใหม่กับศิลปินที่น่าสนใจจากศาลายา สวัสดีค่ะ

เรื่อง: มาลัยวีณ์ แสวงผล, ปณาลี พัฒนพิชัย
ภาพ: ปณาลี พัฒนพิชัย
สถานที่: หน้ามอ
จำนวนชาวศาลายา: ทุกคน

malaivee

malaivee

Co-founder/writer at The Salaya Sound
มีความฝันว่าโตขึ้นรถไฟฟ้าจะไปถึงศาลายา
malaivee
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page