ผ่านไปอีกครั้งกับเมษายน เดือนที่เดือดที่สุดในรอบปี หลายคนก็อาจจะเคยละลายไปกลางแดดจ้า หลายคนหาวิธีหลบร้อนด้วยการนอนอยู่บ้านตากแอร์ แต่หลาย ๆ คนก็คงได้นอนฟังเพลงเพราะ ๆ ย้อมใจ เพลงเกี่ยวกับหน้าหนาว เพลงฝนตก ให้รู้สึกเย็นขึ้นบ้าง เดือนนี้เป็นเดือนที่เงียบเหงาเฉยเลย สำหรับเหล่าศาลายาซาวนด์ แต่เราก็มีวงสองรุ่นมานำเสนอ ทั้งรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว และรุ่นน้องที่เพิ่งผ่านจากการเป็นเฟรชชี่มาหมาด ๆ แต่ฝีมือไม่ธรรมดา ลองมาติดตามดูว่าพวกเขาทั้งสองวงมีที่มาที่ไปอย่างไร มีวิธีคิดอย่างไรค่ะ


Jack n’ King

จาก Paiblues มาสู่ Jack n’ King มีที่มาที่ไปอย่างไร

ต้น: ด้วยวัยที่เราโตขึ้น ประสบการณ์และความคิดก็มักจะเปลี่ยนไปด้วย การทำเพลง แนวดนตรีมันก็เปลี่ยนไปตามวัยครับ ในช่วงที่ผมกับเปอร์ทำ Paiblues ตอนนั้นเราสนุกกับการลองอะไรใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ การมีเวทีที่ใหญ่เกินตัว อย่าง Chang Music Contest ทำให้เราเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง เหมือนโยนกลุ่มเด็กงั่ง ๆ ขึ้นเวทีที่มีคนดูทั่วประเทศ การจะทำอะไรมันก็ดูรนไปหมด แต่ในตอนนั้นสนุกมาก ๆ มีทีมที่รู้ใจให้คำปรึกษากันในทุก ๆ เรื่อง ไอซ์ พี่กอ บูม พวกนี้เก่งจริง ยกเว้นวินนิ่งผมเก่งสุดฮา ๆ จริง ๆ การทำวงก็เหมือนการบันทึกช่วงเวลานั้นว่าเราคิดอะไรทำอะไรอยู่ ส่วน Jack n’ King เริ่มต้นจากผมเปอร์กับพี่กอล์ฟ(มือเบส)รู้จักกันมานาน เคยเล่นคอนเสิร์ตเคยแจมกันอยู่บ่อย ๆ ตอนเรียนมหิดล จึงรู้สึกว่าเคมีทางดนตรีตรงกันในหลาย ๆ เรื่องเลยลองทำเพลงกันดู ส่วนสไตล์ที่เราชอบแน่นอนครับ Rock “n” Roll อยากขับบิ๊กไบค์เท่ ๆ เปิดเพลงตัวเองฟังเองพอละฮา ๆ

การทำวงตอนอยู่ในรั้วมหาลัย กับตอนที่ทำงานแล้ว แตกต่างกันมากไหม

เปอร์: ไม่ต่างมาก ต่างกันที่แค่ความรู้สึกบางช่วงอารมณ์ วงก็เหมือนครอบครัว ไม่มีใครเข้าใจเรา เท่ากับครอบครัวเรา ในส่วนของ Paiblues อย่างที่ต้นบอก เราโตมาด้วยกัน ลองโน่นนี่นั้นมาด้วยกัน (หมายถึง แนวเพลง) และพวกเรา ทุกคน ๆ ก็โตกันมาเรื่อย ๆ เข้าใจอะไร ๆ กัน ความฝันมันหยุดอยู่กับที่ไม่ได้เราต้องไปต่อ จนได้มาเป็น Jack n’ King ได้รวมกันกับ พี่กอล์ฟ ซึ่งมีความดิบห่าม ที่ตรงกัน กับ ต้น และ ผม เราเลยตกลง ลุยงาน ด้วยชื่อวง Jack n’ King และคือการ ขับเคลื่อนทางดนตรีต่อ จากชีวิตรั้วมหาลัย ที่ ทุกคนผ่าน อะไรหลาย ๆ อย่างกันมาหมดแล้ว สู่ชีวิตจริง และเราพร้อมแล้วว่าเราจะเสนอตัวตนของเราในแบบฉบับ Jack n’ King

อยากทำงานร่วมกับค่ายเพลง (ค่ายไหน) หรืออยากเป็นศิลปินอิสระมากกว่ากัน ทำไม

ต้น: จริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างมีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ศิลปินอิสระ ก็ตามชื่อครับ อิสระ ทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง โปรดิวเอง เขียนเนื้อเอง อัดเอง โปรโมทเอง เงินก็ของตัวเองซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยมี แต่หากมีค่ายเพลงความเป็นอิสระก็จะลดลงแต่ก็จะได้คนที่มาคอยช่วยดูแลงานเพลงไปในทิศทางที่ควรจะเป็น คอยตบ คอยว่า จัดการหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่รู้เช่น การโปรโมทต่าง ๆ หรือด้านกฎหมาย ถ้าให้ผมเลือกผมเลือกมีค่ายครับค่ายไหนก็ได้ เพราะพวกเราค่อนข้างเกเรต้องมีผู้ปกครองคอยดูแล

คิดว่ากลุ่มเป้าหมายไว้เป็นคนช่วงวัยไหน

กอล์ฟ: จริง ๆ แล้วผมแทบไม่ได้กะไว้เลยว่าจะต้องเป็นช่วงวัยไหน เพราะผมแค่อยากจะทำเพลงเป็นของตัวเอง มันคือความฝัน และอีกอย่างความคิดเห็นส่วนตัวผม ผมว่ามันก็คงจะวัยไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนมากกว่า เพราะก็คงมีคนรุ่นใหม่ ๆ ไม่น้อยที่ชอบเพลงเก่ารวมถึงผมด้วย เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่ามันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลมากกว่าเรื่องอายุ

ฝากผลงาน

ต้น: ฝากผลงานเพลง ‘’ร้อยพันคำ’’ เพลงช้าเพลงแรกในสไตล์ Jack n’ King เพลงนี้ผมกับเปอร์เขียนจากเพื่อนคนหนึ่งที่สูญเสียคนที่รักที่สุดในชีวิต การไม่สามารถเผชิญกับความจริงได้ในวันที่ไม่มีเขาแล้ว และในเร็ว ๆ นี้เราจะมีเพลงเร็วโยก ๆ ในแบบ Jack n’ King ตามมาติด ๆ ครับ รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน ติดตามพวกเราได้ทาง facebook.com/jacknkingband หรือทาง official YouTube channel: Jack n’ King หรือ Instragram: jacknkingband ขอบคุณมาก ๆ ครับผม


YEW

คิดว่าการเริ่มต้นทำเพลงตั้งแต่ปีหนึ่ง มีข้อได้เปรียบ และเสียเปรียบอะไรบ้างไหม

ผมคิดว่าการเริ่มทำเพลงตั้งแต่ปี1ทำให้พวกผมมีเวลาที่จะสามารถค้นหาตัวตนของตัวเองมากขึ้น ได้ประสบการใหม่ ๆ ที่จะสามารถเอามาต่อยอดได้ในอนาคต ซึ่งสิ่งพวกนี้ผมคิดว่ายิ่งเราได้ทำเร็วแค่ไหนมันก็ยิ่งดีครับ แต่เราก็จะต้องแลกกับความกดดันหลาย ๆ รูปแบบ ทั้งเรื่องเวลา เรื่องการเรียน แต่พวกผมก็สนุกกับมันครับส่วนข้อเสียเปรียบก็น่าจะพวกเรื่องเวลาที่จะพักผ่อนหรือฝึกซ้อมนั่นแหละครับ มันก็จะน้อยลงหน่อย แต่ผมคิดว่ามันสามารถแบ่งเวลาได้ครับ แค่อาจจะต้องขยันหน่อยเท่านั้นเองครับ

ทิ้ว เรียนเอกเบส ทำไมถึงได้กลายมาเป็นนักร้องของวง

ตอนพวกผมตั้งวงกันใหม่ ๆ ก็ยังไม่ได้เลือกใครมาเป็นนักร้องจริงจัง อีกเพราะคงหายากด้วยมั้ง ตัวผมเป็นคนชอบร้องเพลงอยู่แล้ว ไหน ๆ ก็ยังหานักร้องไม่ได้ก็เอาเราร้องไปก่อนละกัน ช่วงแรกเล่นเบสกับร้องไปยังรู้สึกพอถู ๆ ไถ ๆ ไปได้ แต่พักหลังเพลงมันเริ่มส่วนเยอะเราเลยตัดสินใจเอาเจดเข้ามาเล่นเบสแล้วผมก็ไปร้องกับเล่นกีตาร์แทน

มองทิศทางของวงตัวเองไปในทางไหน

อยากทำให้วงมีเอกลักษณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ทิศทางในปีนี้ก็ตั้งใจจะมีสัก EP ออกมาครับ ได้เล่นตาม event ต่าง ๆ เพิ่มฐานแฟนเพลงให้มีมากขึ้น

ได้รับแรงบันดาลใจอะไรจากวงรุ่นพี่บ้างไหม

ได้รับเยอะมาก ๆ ทั้งจากรุ่นพี่และจากเพื่อน ๆ เอง เราเห็นเขาทำงานดี ๆ ออกมา เราก็อยากทำบ้าง เห็นเขาประสบความสำเร็จ เราก็อยากประสบความสำเร็จบ้าง มันเป็นแรงผลักดันที่สำคัญมาก ๆ เลยนะ

ฝากผลงาน

ติดตามพวกเราได้ที่เพจ YEW นะครับ มีซิงเกิลแรกมาให้ฟังกันแล้ว ชื่อเพลงว่า “โลกซึ่งไร้ลมหายใจของวันวาน” นะครับพวกเราตั้งใจทำกันมาก ๆ ลงทุนมาก ๆ โดยเฉพาะนักร้อง ถ้าอยากรู้ว่าลงทุนขนาดไหนก็ไปดูมิวสิควิดีโอกันเอาเองนะฮะ แล้วก็ฝากติดตามพวกเราที่ facebook.com/yewwband

malaivee

malaivee

Co-founder/writer at The Salaya Sound
มีความฝันว่าโตขึ้นรถไฟฟ้าจะไปถึงศาลายา
malaivee
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page